โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

กำแพงเมืองอยุธยาทิศตะวันออก สร้างใหม่หลังเสียกรุงครั้งที่ 1

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 17.41 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 17.40 น.

สมเด็จพระมหาธรรมราชา สร้างกำแพงเมืองอยุธยาทิศตะวันออกขึ้นใหม่ หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1

กรุงศรีอยุธยาที่เราเห็นปัจจุบันมีสภาพเป็นเกาะ โดยมีแม่น้ำลพบุรีหรือคลองเมืองทางด้านทิศเหนือ แม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ และแม่น้ำป่าสักทางด้านทิศตะวันออก และก็มีกำแพงเมืองล้อมรอบตามแนวแม่น้ำ

แต่ก่อนหน้าสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชา กำแพงเมืองอยุธยาทิศตะวันออกไม่ได้ชิดแม่น้ำป่าสัก

เรื่องนี้ต้องอธิบายก่อนว่า แต่เดิมแนวแม่น้ำป่าสักไม่ได้ไหลอย่างเช่นปัจจุบัน แนวลำน้ำเดิมนั้นเป็นเพียง “คูขื่อหน้า” แนวลำน้ำแต่เดิมสันนิษฐานว่าคือคลองหันตรา

จากการสำรวจของพระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ตรวจสอบทางภูมิศาสตร์แล้วพบว่า ที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยาแต่เดิมไม่ได้เป็นเกาะ แต่มีลักษณะคล้ายแหลมที่ยื่นจากทุ่งหันตราทางด้านทิศตะวันออกไปสู่ด้านทิศตะวันตก จนถึงแนวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลลงมาจากด้านทิศเหนือ แล้วแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไหลวกลงเป็นแนวด้านทิศใต้ที่หน้าวัดพนัญเชิง ทำให้แผ่นดินที่คล้ายแหลมนี้มีแม่น้ำล้อมรอบสามด้าน โดยมีลำรางสายเล็ก ๆ เรียกว่า คูขื่อหน้าอยู่ด้านทิศตะวันออกของเมือง

และแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกก็ไม่ได้อยู่ประชิดคูขื่อหน้า แต่ขยับร่นเข้ามาด้านทิศตะวันตก จนทำให้มีพื้นที่ระหว่างกำแพงเมืองกับคูขื่อหน้า

พื้นที่ดังกล่าวนี้เองที่เป็นจุดอ่อนด้านยุทธศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา โดยเมื่อครั้งที่พม่ายกกองทัพมาประชิดเมืองในช่วง พ.ศ. 2112 (การเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1) กองทัพพม่าได้ยกทัพข้ามคูขื่อหน้ามาตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่นี้นั่นเอง

เป็นเหตุให้สมเด็จพระมหาธรรมราชา โปรดให้ขุดขยายคูขื่อหน้าให้กว้างขึ้น พร้อมกับสร้างกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกใหม่ โดยให้ขยับมาประชิดคูขื่อหน้า ทั้งยังสร้างวังจันทรเกษมไว้ภายในกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกนี้ด้วย

นั่นจึงทำให้แนวกำแพงเมืองประชิดกับแนวแม่น้ำทุกด้านนั่นเอง

ผลจากการขุดขยายคูขื่อหน้าก็ทำให้แม่น้ำป่าสักไหลเชี่ยวกัดเซาะตลิ่ง คูขื่อหน้าจึงกลายสภาพเป็นเส้นทางหลักของแนวแม่น้ำป่าสักไปอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ludea ยูเดีย

พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐ ระบุว่า “ศักราช 942 มะโรงศก (พ.ศ. 2123) รื้อกำแพงกรุงพระนครออกไป ตั้งถึงริมแม่น้ำ”

ขณะที่พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า “ลุศักราช 932 ปีมะเมียโทศก (พ.ศ. 2113) สมเด็จบรมบพิตรพระพุทธเจ้าหลวง ตรัสให้เหลือกกำแพงรอบพระนครลงไปตั้งเถิงริมแม่น้ำ แล้วให้ตบแต่งป้อมหัวรบชายเขื่อนรอบพระนครแล้ว ให้ขุดคูในด้านขื่อพระนคร เบื้องบุรพทิศนั้นให้กว้างกว่าคูเก่า แล้วให้ตบแต่งการที่จะป้องกันราชศัตรูนั้นเป็นมั่นคง”

ศักราชในพระราชพงศาวดารแตกต่างกันถึง 10 ปี แต่พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสริฐ ได้รับการยกย่องว่ามีความแม่นยำเรื่องศักราชมาก ดังนั้นจึงเชื่อว่า การขุดขยายคูขื่อหน้าให้กว้างขึ้น พร้อมกับสร้างกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกใหม่ น่าจะกระทำขึ้นใน พ.ศ. 2123

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐ, คำให้การชาวกรุงเก่า, คำให้การขุนหลวงหาวัด. (2553). นนทบุรี : ศรีปัญญา.

สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2544). อยุธยายศยิ่งฟ้า. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 กันยายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กำแพงเมืองอยุธยาทิศตะวันออก สร้างใหม่หลังเสียกรุงครั้งที่ 1

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...