โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เงินเฟ้อญี่ปุ่น เพิ่ม แต่ ดัชนี Core-Core CPI ร่วงต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกใน 2 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ส.ค. 2567 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2567 เวลา 03.21 น.

เงินเฟ้อญี่ปุ่น พุ่ง 3 เดือนติดในเดือนก.ค. แต่ ดัชนี Core-Core CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อแบงก์ชาติญี่ปุ่น ร่วงลต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 2 ปี

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนก.ค. แต่การเติบโตของราคาที่ชะลอตัวลงเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศ อาจส่งผลให้การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงไม่กี่เดือนข้างเป็นไปอย่างยุ่งยากมากขึ้น

ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งนับไม่นับรวมราคาอาหารสด เพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.6% ในเดือนก.ค. ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ของตลาด และยังคงอยู่เหนือเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ BOJ เป็นเวลา 28 เดือนติดต่อกัน

ด้าน ดัชนี Core-Core CPI ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารและราคาพลังงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ BOJ เฝ้าติดตามและให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 1.9% จากที่เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งลดลงต่ำกว่าระดับ 2% เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนก.ย. 2565

นายมาซาโตะ โคเกะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Sompo Institute Plus กล่าวว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของ ดัชนี CPI พื้นฐาน สะท้อนให้เห็นถึงผลจากการที่รัฐบาลยุติการให้เงินอุดหนุนเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของครัวเรือน และหากไม่นับปัจจัยดังกล่าว อัตราเงินเฟ้อโดยรวมนับว่าชะลอตัวลง แต่หลังจากที่รัฐบาลกลับมาใช้มาตรการช่วยค่าใช้จ่ายเหล่านี้อีกครั้ง บวกกับเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และมีแนวโน้มว่า เงินเฟ้อพื้นฐานจะลดลงหลังจากนี้

ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อนับว่าเป็นมาตรวัดสำคัญในการตัดสินใจด้านการปรับดอกเบี้ยของ BOJ โดยก่อนหน้านี้ BOJ ได้สร้างความประหลาดใจแก่ตลาดด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี และส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม เพื่อดึงเงินเฟ้อให้เข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

การดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น และหุ้นร่วงลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นทิ้งมากที่สุด นับตั้งแต่เหตุการณ์ Black Monday เมื่อปี 2530

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 2 ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการบริโภคที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุนการตัดสินใจของ BOJ ในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นต่อไป

อ้างอิง : reuters.com

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...