เงินเฟ้อญี่ปุ่น เพิ่ม แต่ ดัชนี Core-Core CPI ร่วงต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกใน 2 ปี
เงินเฟ้อญี่ปุ่น พุ่ง 3 เดือนติดในเดือนก.ค. แต่ ดัชนี Core-Core CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อแบงก์ชาติญี่ปุ่น ร่วงลต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 2 ปี
วันที่ 23 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนก.ค. แต่การเติบโตของราคาที่ชะลอตัวลงเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศ อาจส่งผลให้การตัดสินใจของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงไม่กี่เดือนข้างเป็นไปอย่างยุ่งยากมากขึ้น
ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งนับไม่นับรวมราคาอาหารสด เพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี และเพิ่มขึ้นจากระดับ 2.6% ในเดือนก.ค. ซึ่งสอดคล้องกับคาดการณ์ของตลาด และยังคงอยู่เหนือเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ BOJ เป็นเวลา 28 เดือนติดต่อกัน
ด้าน ดัชนี Core-Core CPI ซึ่งไม่นับรวมราคาอาหารและราคาพลังงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ BOJ เฝ้าติดตามและให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 1.9% จากที่เพิ่มขึ้น 2.2% ในเดือนมิ.ย. ซึ่งลดลงต่ำกว่าระดับ 2% เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนก.ย. 2565
นายมาซาโตะ โคเกะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Sompo Institute Plus กล่าวว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของ ดัชนี CPI พื้นฐาน สะท้อนให้เห็นถึงผลจากการที่รัฐบาลยุติการให้เงินอุดหนุนเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคของครัวเรือน และหากไม่นับปัจจัยดังกล่าว อัตราเงินเฟ้อโดยรวมนับว่าชะลอตัวลง แต่หลังจากที่รัฐบาลกลับมาใช้มาตรการช่วยค่าใช้จ่ายเหล่านี้อีกครั้ง บวกกับเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง และมีแนวโน้มว่า เงินเฟ้อพื้นฐานจะลดลงหลังจากนี้
ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อนับว่าเป็นมาตรวัดสำคัญในการตัดสินใจด้านการปรับดอกเบี้ยของ BOJ โดยก่อนหน้านี้ BOJ ได้สร้างความประหลาดใจแก่ตลาดด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี และส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม เพื่อดึงเงินเฟ้อให้เข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%
การดำเนินการดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่น และหุ้นร่วงลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นทิ้งมากที่สุด นับตั้งแต่เหตุการณ์ Black Monday เมื่อปี 2530
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 2 ที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการบริโภคที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสนับสนุนการตัดสินใจของ BOJ ในการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นต่อไป
อ้างอิง : reuters.com
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌