โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือนภัย! สาว 6 คน ถูกลวงไปขายตัวที่เมียนมา อ้างรายได้สูงลิ่ว เดือนละ 5 แสน

Khaosod

อัพเดต 12 มิ.ย. 2565 เวลา 05.08 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2565 เวลา 04.26 น.

เตือนภัย! สาว 6 คน ถูกลวงไปขายตัว ประเทศเมียนมา อ้างรายได้สูงลิ่ว เดือนละ 5 แสน วอนสังคมเข้าช่วยเหลือ

กรณีเพจ "Survive - สายไหมต้องรอด" โพสต์แจ้งเตือนภัยคนไทยถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศเมียนมา กลายเป็นกระแสไวรัลที่ชาวเน็ตหลายคนให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม

ระบุว่า "#เตือนภัย! ตอนนี้มีกลุ่มเอเจนซี่ หลอกชักชวนน้องๆที่เคยทำงานเป็นพีอาร์ ให้ไปทำงานเป็นพีอาร์ที่ประเทศพม่าจำนวนมาก(มีคนพาข้ามช่องทางธรรมชาติที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย) บอกว่าจะมีรายได้เดือนละ 300,000 - 500,000 บาท ทำสัญญา 6 เดือน"

แต่พอไปถึงจะถูกบังคับให้ขายตัวทันที ใครไม่ทำต้องให้ทางบ้านหาเงินไปไถ่ตัว 250,000 บาท (ให้เวลา 3 วัน) ถ้าไม่มีเงินจะถูกบังคับขายตัว ทางเดียวที่จะรอดคือต้องหนีตายเข้าป่าเดินเท้าข้ามวันข้ามคืน หลายคนหลงป่าจนหายสาบสูญ ปล.เมืองที่ถูกส่งไปขายตัวเป็นเขตปกครองตนเองการช่วยเหลือเป็นไปได้ยากมากค่ะ #พี่เอกภพกำลังเร่งประสานช่วยเหลือทุกคนนะคะ"

ภาพจาก Survive - สายไหมต้องรอด

นอกจากนี้ ยังมีคลิปวิดีโอแชร์กันในโลกโซเชียลที่หญิงสาวที่เป็นผู้เสียหาย 6 คน แอบบันทึกคลิปวิดีโอ เพื่ออธิบายเรื่องการถูกหลอกดังกล่าว โดยระบุว่า ตนและเพื่อน ๆ เป็นผู้เดือดร้อนอยู่ต่างแดน ขอความช่วยเหลือ เหตุโดนหลอกทำงานที่เมืองป๊อก รัฐฉาน ประเทศเมียนมา

"จุดเริ่มต้นก็คือ พวกหนูได้รับการบอร์ดงานจากกลุ่มโมเดลลิง ซึ่งมีโมเดลลิงทั้งหมด 3 คน โดนโมเดลลิงระบุว่าจะให้ทำงานงานเคทีวี เอนเตอร์เทน หมายถึงการชงเหล้าและดูแลลูกค้า ซึ่งมีรายได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้ทางผู้เสียหายตัดสินใจที่จะไปทำงาน"

"ทางโมเดลลิงแจ้งให้เดินทางไปยัง อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นข้ามไปยังฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และนั่งรถต่ออีกไม่เกิน 6 ชั่วโมงก็จะถึงจุดหมาย ด้วยความไว้ในใจโมเดลลิงประกอบกับมีเพื่อน ๆ เดินทางมาด้วย 6 คน ทำให้ทุกคนไม่ได้คำนึงถึงว่าจะโดนหลอก เพราะก่อนหน้านี้เคยติดต่อกับโมเดลลิงและเคยทำงานด้วยที่ประเทศไทยอยู่เป็นประจำ"

"เราเดินทางตั้งแต่ตอนเย็นวันที่ 28 พ.ค. จากกรุงเทพฯ โดยรถทัวร์ไปลงที่แม่สายในวันที่ 29 พ.ค. ตอนเช้า แต่เมื่อไปถึงโมเดลลิงแจ้งว่ายังไม่สามารถที่จะข้ามไปฝั่งท่าขี้เหล็กได้ เราเลยรอที่แม่สายกัน 1 วัน ต่อมาในวันที่ 30 พ.ค.ก็มีรถตู้มารับเพื่อเดินทางไปยังท่าขี้เหล็ก ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยสอบถามว่า ข้ามฝั่งไปผิดกฎหมายหรือไม่ ทางเอเจนซี่ก็จัดการต่าง ๆ ทำให้พวกเราสามารถเดินทางต่อไปได้"

"เมื่อข้ามไปถึงฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาได้แล้ว ก็จะมีการนั่งรถอีก 4 ต่อ พอครั้งที่ 5 ก็ได้อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งพัก 3 - 4 วัน โดยมีคนดูแลอย่างดีตลอดมา คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและที่พัก ในวันที่ 2 มิ.ย. ขณะอยู่เมืองเชียงตุงได้มีการเปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง ซึ่งไปส่งบริเวณทางเข้าป่า เดินต่อ 20 นาที จากนั้นข้ามแม่น้ำโดยแพร" ทางผู้เสียหายคาดว่าพอข้ามฝั่งก็จะถึงเมืองลาที่เป็นจุดมุ่งหมายในการไปทำงาน แต่ความจริงไม่ใช่อย่างที่คิด

"เมื่อข้ามฝั่งแล้วเป็นเวลา 6 โมงเย็น เราไม่สามารถใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ไม่ว่าใครจะเปิดโรมมิ่งมาจากประเทศไทยก็ตาม เราเริ่มอยู่ในป่า จากนั้นเราเดินเท้าไป 2 - 3 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็มีจักรยานยนต์พาทั้ง 6 คนพร้อมกระเป๋าตั้งแต่ช่วง 1 ทุ่มไปเกือบเช้า ข้ามทางที่เป็นเหวทั้งหมด" หลังจากนั้น มีรถมารับต่อไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งทางผู้เสียหายยังไม่เอะใจอะไร

"วันที่ 4 มิ.ย. ก็ถูกพาตัวไปอยู่ที่อาคารแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นประตูกรงเหล็ก และหน้าต่างมีการติดกรงเหล็กเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนี ทางผู้ดูแลชาวเมียนมากล่าวว่า มีการซื้อตัวมาแล้ว จะต้องพาไปทำงาน ลักษณะของการให้บริการและขายบริการในพื้นที่พิเศษ"

"ซึ่งตอนนั้นทุกคนก็ตกใจ เพราะตอนที่รับบอร์ดงานจากโมเดลลิง เป็นเรื่องของการเอนเตอร์เทนและชงเหล้า แต่ไม่ได้มีการพูดถึงงานขายบริการจึงพยายามติดต่อกับครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่ประเทศไทย จากนั้นออกอุบายบอกกับชาวเมียนมาว่า พร้อมทำงานจึงได้ย้ายไปอยู่ที่ห้องอีกรูปแบบหนึ่ง ทำให้สามารถอัดคลิปมาขอความช่วยเหลือได้"

ขอบคุณที่มาจากSurvive - สายไหมต้องรอด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...