โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาโอ”บริษัทเกาหลี“หัวใจ” ไทย ครบเรื่องแผนการเงินลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 28 ก.ย 2565 เวลา 05.59 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2565 เวลา 05.59 น.

ดาโอ” กลุ่มธุรกิจการเงินสัญชาติเกาหลี แต่หัวใจแบบไทยจึงเข้าใจความต้องการด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงิน และการบริการที่ตรงใจกลุ่มลูกค้า ทำให้การดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ดาโอ ในประเทศไทย ตลอด 12 ที่ผ่านมา เติบโตอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากการแตกกิ่งก้านสาขาธุรกิจการเงินออกมาหลายสาย จากธุรกิจหลักทรัพย์ สู่ธุรกิจกองทุน ธุรกิจสินเชื่อสวัสดิการ และธุรกิจประกัน เป็นต้น เพื่อเข้ามาเสริมแกร่งด้านบริการ ให้ “ดาโอ” ได้เป็นผู้แนะนำวางแผนการเงินและการลงทุน ภายใต้แนวคิด “เพื่อนคู่คิดทางการเงิน”

“ดาโอ” เป็นแบรนด์ใหม่ของกลุ่มบริษัท “เคทีบีเอสที” ซึ่งการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เพื่อสะท้อนตัวตน และภาพลักษณ์อันเป็นมาของกลุ่มบริษัท ที่ถือว่ามาในจังหวะถูกที่ถูกเวลากับกระแสความนิยมเกาหลีที่ได้ขยายขอบเขตความฟีเว่อร์ไปในหลายๆประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยด้วย อีกทั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระแสรักชาติในเกาหลีเป็นเทรนด์ที่มาแรง บริษัทขนาดใหญ่หลายรายมีการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้สะท้อนความเป็นเกาหลีมากยิ่งขึ้น

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOL (THAILAND) บอกว่า ดาโอ เปลี่ยนแปลงแค่ตัวชื่อ แต่ส่วนของโครงสร้างผู้ถือหุ้น แผนงานธุรกิจยังคงเหมือนเดิม และอาจเพิ่มเติมด้วยการขยายขอบข่ายของธุรกิจออกไปยังอาเซียน และประเทศที่มีศักยภาพเติบโตในอนาคตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม อินโดนีเซีย และรวมถึง สิงคโปร์

ตอกย้ำความเป็นกลุ่มธุรกิจ

“ดาโอตอกย่ำภาพลักษณ์ความกลุ่มธุรกิจการเงินให้ชัดเจนมากขึ้น เราไม่ได้ทำแค่ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ แต่เรายังขยายไปในส่วนของธุรกิจกองทุนรวม รีทแมเนจเมนท์ สินเชื่อสวัสดิการ แพลตฟอร์มดิจิทัล และโบรกเกอร์ประกัน เพื่อให้บริการ พร้อมเป็นที่ปรึกษาและสามารถแนะนำแผนการเงินรูปแบบต่างๆที่ลูกค้าต้องการได้ เพราะแผนการเงินไม่ได้มีแค่เรื่องของการลงทุน แต่ยังมีเรื่องความคุ้มครองชีวิต คุ้มครองสุขภาพ คุ้มครองทรัพย์สินต่าง ๆ ผ่านการทำประกันภัย หรือแม้แต่เรื่องของการบริหารหนี้ บริหารสภาพคล่องก็ด้วย”

ดาโอยังคว้าโอกาสเติบโตในเทรนด์ธุรกิจใหม่ด้วย การตั้งบริษัท ดาโอ ดิจิตัล พาร์ทเนอร์ เพื่อขยายธุรกิจด้าน

สินทรัพย์ดิจิทัล (Asset Digital) อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นธุรกิจใหม่สำหรับโลกการลงทุน เงื่อนไข กฎเกณฑ์ต่างๆ ก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้ ดาโอ ดิจิตัล พาร์ทเนอร์ ยังไม่ได้เปิดตัว ณ ปัจจุบัน

ดร.วิน กล่าวว่า ในมุมมองของกลุ่มดาโอแล้ว เชื่อว่ายังไงตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก็ต้องเกิด แต่จะเกิดในรูปแบบไหนนั้นต้องรอความชันเจนในหลายๆด้าน ทั้งสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สินทรัพย์ที่เสนอออกมาเป็นรูปแบบดิจิทัล กฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker)

และ ใบอนุญาต ICO Portal เพื่อเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล ทําหน้าที่กลั่นกรองลักษณะของโทเคนดิจิทัลที่ออกใหม่ กลั่นกรองลักษณะของโทเคนดิจิทัลที่จะเสนอขายคุณสมบัติของผู้ออก และความครบถ้วนถูกต้องของแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัล

ก้าวสู้แผนระยะกลาง

“เราวาวแผนธุรกิจไว้ ในระยะสั้นจะก้าวไปแบบไหน ระยักล่างจะทำอะไร เพื่อปูฐานสร้างความแข้งแกร่งในระยะยาว โดยปัจจุบันถือเป็นช่วงปลายของแผนระยะสั้น และก้าวสู่ช่วงต้นของแผนระยะกลาง ซึ่งตั้งแต่เข้ามาขยายธุรกิจในไทย ดาโอ ได้ทยอยเปิดตัวธุรกิจการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เครื่องมือทางการเงินมีครบพร้อมจากนี้ไป เราจะมุ่งการขยายฐานลูกค้าผ่านบริการที่เรามี”

ดร.วิน กล่าวว่า คำว่าการขยายฐานลูกค้า คือการทำให้ลูกค้าของดาโอ กลับมาใช้บริการอื่นๆในเครือบริษัท ไม่ว่าจะการเทรดหุ้น การลงทุนในกองทุนรวม การซื้อประกันภัยบริหารจัดการความเสี่ยง เป็นต้น ซึ่งการจะดึงให้ลูกค้ามาบริการได้มากขึ้นก็ต้องมีทั้งความกว้าง และความลึกของผลิตภัณฑ์ ที่ทำให้มีความหลากหลายดึงดูดความสนใจของลูกค้า

ปัจจุบัน ดาโอมีลูกค้าราว 70,000 บัญชี เป็นบัญชีที่ แอคทีฟ (Active) ซึ่งเทียบกับตลาดที่มีทั้งหมด 3 แสนบัญชี แอคทีฟ ถือว่า ดาโอมีฐานลูกค้าคุณภาพที่บัญชีมีการเคลื่อนไหว ทำธุรกิจจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในแผนงานระยะกลางคือการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วยการดึงฐานลูกค้าให้กลับมาใช้บริการกับบริษัทเครือดาโอ

ช่องทางสร้างรายได้

ซึ่งความหลากหลายของบริการยังเป็นการกระจายช่องทางสร้างรายได้ให้กับกลุ่มธุรกิจ จะเห็นได้ว่าสภาพตลาดในปัจจุบันอาจไม่เอื้อต่อการเทรดหรือซื้อ-ขายหลักทรัพย์ แต่ลูกค้าอาจจะสนใจในเรื่องของการเติมสภาพคล่อง บริหารหนี้ และเชื่อว่ากลุ่มลูกค้าเองก็อาจสนใจในการมีความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ รวมถึงสินทรัพย์อย่างรถยนต์ บ้าน ซึ่งในส่วนนี้ดาโอก็มีผลิตภัณฑ์สนองตอบ ทำให้ แม้ในภาวะที่นักลงทุนไม่อยากซื้อ-ขาย ดาโอก็ยังมีรายได้จากขาอื่นเข้ามาสนับสนุน

ดร.วิน กล่าวว่า ปี 2565 รายได้ธุรกิจซื้อ-ขายหลักทรัพย์ลดลงราว 30% ซึ่งก็เป็นไปตามภาวะตลาดที่ผันผวน และนักลงทุนกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางประเทศต่างๆ และในส่วนของ บริษัทเองก็ให้การแนะนำต่อลูกค้าด้วยให้ลดการเทรด และระวังมากขึ้น

“เรามองว่าตลาดช่วงนี้ยังมีความผันผวนผวน เพราะเฟดยังไม่สามารถหยุดเงินเฟ้อลงได้ ตลาดมีโอกาสปรับตัวลงอีก ซึ่งถ้าตลาดปรับลงให้ทยอยเข้าซื้ออย่าลงหมดทั้งก้อน ตลาดมีโอกาสปรับขึ้นเป็นเทคนิคคอล รีบาวส์ สามารถขายทำกำไรได้ แต่ยังไม่ใช่ขาขึ้นของตลาด ซึ่งต้องจับตาราคาพลังงานในช่วงหน้านาว ซึ่งหากราคาปรับขึ้นแรงนั้นหมายความว่าเงินเฟ้อจะยังไม่เป็นขาลง ซึ่งเรามองว่า 3 เดือนจากนี้อาจถึงต้นปีหน้าไม่มีทางที่เฟดจะหยุดขึ้นดอกเบี้ย”

แต่จากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นทั้งเรื่อง ภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งจีน -สหรัฐ สงครามยูเครน- รัสเซีย การเกิดเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจในสหรัฐ ปัญหาพลังงานในยุโรป ปัจจัยเหล่านี้ทำให้อาเซียนได้รับอานิสงส์เม็ดเงินลงทุนไหลเข้า

อย่างไรก็ตาม ดร.วิน มองว่า แม้ตลาดหุ้นในอาเซียนจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้า แต่ไม่ได้แปลว่าหุ้นจะไป เพราะความกังวลในเรื่องของเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย ที่จะนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอยจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดทั่วโลก ดังนั้นแม้เงินจะไหลเข้าอาเซียน แต่ก็ไม่ได้ทำให้อยู่ในภาวะตลาดกระทิง

กลุ่มธุรกิจการเงิน “ดาโอ” มองว่าตลาดอาเซียนมีศักยภาพเติบโตสูงทั้งในแง่ของจำนวนประชากร การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางที่อนาคตจะก้าวขึ้นเป็นผู้ร่ำรวย ผู้มั่งคั่ง ซึ่งนำไปสู่การใช้บริการปรึกษาด้านการเงินเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับ “ดาโอ” DAOL หรือ (다올) ที่มีความหมายถึง "ทุกสิ่งที่ดึงดูดความโชคดี" การปรับเปลี่ยนแบรนด์ และภาพลักษณ์ในครั้งนี้จึงไม่เพียงสะท้อนที่มาที่ไปในความเป็นเกาหลีด้วย แต่ยังหมายถึงการนำสิ่งดีดีมามอบให้ลูกค้า ผ่านบริการ ผลิตภัณฑ์ รูปแบบต่างๆ ที่ทำให้พึงพอใจแลกลับมาใช้บริการกับ ดาโอ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...