โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จำได้ไหม? แดนนี่ หรือ เจ๊ตุ่ม ระเบิดเถิดเทิง ชีวิตหลังออกจากวงการบันเทิง 6 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2565 เวลา 10.13 น. • The Bangkok Insight

จำได้ไหม? แดนนี่ ศรีภิญโญ หรือ เจ๊ตุ่ม ระเบิดเถิดเทิง เปิดชีวิตหลังออกจากวงการบันเทิง 6 ปี โดนเมาท์แรง ตกอับ ต้องกลับไปทำนา

นักแสดงมากความสามารถ แดนนี่ ศรีภิญโญ เล่าถึงชีวิตหลังหายหน้าจากวงการบันเทิงไป 6 ปี จนถูกเมาท์ว่าตกอับต้องไปทำนาอยู่ต่างจังหวัด พร้อมเผยเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นแค่ลูกบุญธรรมตอนวัยรุ่น และวันที่แม่ที่แท้จริงกลับมาอยู่ด้วยและเสียชีวิตจากไป ทุกประเด็นในรายการ คุยแซ่บSHOW ออกอากาศทางช่อง One31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

แดนนี่ ศรีภิญโญ หรือ เจ๊ตุ่ม ระเบิดเถิดเทิง

เปิดชีวิต แดนนี่ ศรีภิญโญ หรือ เจ๊ตุ่ม ระเบิดเถิดเทิง หลังออกจากวงการบันเทิง 6 ปี

หายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไป 6 ปี ?

ตั้งใจเกษียณตัวเองครับ ไปอยู่บ้านภรรยาตั้งใจทำโน่นทำนี่"

หลายคนมองว่าตกอับ ?

"ใช่ บางทีก็มีคนพูด บางสื่อนำเสนอ แล้วเราก็คุยกับลูกพี่เราว่าคนเราก็เหมือนปี๊บนั่นแหละ วางอยู่เฉย ๆ มันไม่ดัง เขาเขี่ยเขาก็ปล่อยมันไปเถอะ ถ้าเราไม่ได้เป็นก็แล้วไป ผมก็มานั่งคิดว่าเวลาเรามาอยู่ต่างจังหวัด ความฝันคนในวงการบันเทิงหลาย ๆ คนแก่ตัวไปมีที่ต่างจังหวัด มีบ่อน้ำ บ้านชายนา ผมก็ดำเนินตามความฝันผมทุกอย่างเลย ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ด้วยกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ที่มี ทำข้าวกินเอง ทำขายด้วยเล็กน้อย ๆ แต่ไม่เยอะนะ พื้นที่ 7 ไร่กว่า"

สาเหตุที่หันหลังให้วงการบันเทิง ?

"ตอนนั้นผมมองว่าวงการบันเทิงยังไงต้องเลิกแน่ไม่ช้าก็เร็ว ถึงแม้จะมีรับแสดงบ้างแต่เป็นพาร์ทไทม์เล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วผมจะต่อเนื่องด้วยอะไรดี ความฝันของผมคือไปอยู่ต่างจังหวัด แล้วก็มีที่ ทำบ้านเหมือนโรงนาฝรั่ง น้อง ๆ โฮมสเตย์ อาบน้ำตุ่ม นุ่งผ้าถุง กินข้าวริมนา"

ก่อนจะมาถึงจุดนี้มีสาเหตุมาจากซื้อบ้านแล้วต้องผ่อนบ้าน ?

"ภาคที่เราเป็นนักแสดงในกรุงเทพ เรามีความรับผิดชอบ เรามีหน้าที่การงานที่ดี มีรถดี ๆ ขับ มีบ้านหรู ๆ อยู่ ผมก็ทำงานส่งบ้าน โดยที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง ส่งเงินให้คุณพ่อ คุณพ่อก็ไปจ่ายค่าบ้านให้ เมื่อครบดีลสามารถที่จะจ่ายได้มากกว่านี้แล้ว คุณพ่อบอกว่าถ้าโอกาสจ่ายเยอะ ๆ จะดี เพราะที่หนูจ่ายมาเท่านี้ดอกเท่านี้ เงินต้นเท่านี้ ถ้าผ่อนแบบนี้หืดขึ้นคอนะลูกเหนื่อยแน่ เราเลยคิดว่าถ้าผ่อนบ้านหมดแล้วหันหลังให้วงการ เหมือนเรือเดินสมุทรที่ผ่านความหรูหรามามีทุกอย่างบนเรือเมื่อถึงท่าแล้วจอดทุกคนต้องลง"

พอไม่คิดว่าจะผ่อนแบบนี้แล้ว เลยหันไปหาผู้ใหญ่ ?

"ตอนนั้นทำงานก็สามารถถ้าผมจะแอดวานซ์ค่าตัวรายการนี้สัก 2 ปีได้มั้ย เพื่อที่ปิดบ้าน เขาถามที่บ้านมีรถกี่คัน เราบอก 3 เขาบอกมีเท้ากี่เท้า 2 ครับ 2 เท้านี่สามารถขับพร้อมกันได้มั้ย ไม่ได้ครับพี่ ขายซะ เราก็ขายหมดเลย 3 คัน แล้วมาบอกว่าได้เงินเท่าไหร่ เอาเงินไปซื้อปิคอัพ 4 ประตูขี่ มันตอบโจทย์เรานี่หว่า"

เงินที่เหลือเอาไปโปะบ้าน ?

"ไปเทบ้าน ไม่พอโปะ ได้บางส่วน เหลืออีกระดับนึง ผมก็ทำตามที่พี่เขาสอน ถ้าภายใน 3 ปีนี้ยังไม่หมด ค่อยมายืมใหม่ได้ แต่ตอนนี้ต้องทำแบบนี้ก่อน"

ตอนนี้บ้านหมดหรือยัง ?

"จนขายกลับไปอยู่ต่างจังหวัดแล้ว มันหมดภาระเราแล้ว ผมคิดเลยว่าถ้าวันนึงเราเกษียณแล้วมูฟทั้งหมด มีเงินประมาณนี้ ถ้าเราไปอยู่ต่างจังหวัดเงินขนาดนี้มันทำให้เราอยู่ได้ไปถึง อายุ 75-80 ตายก็คุ้ม"

ตอนนี้ไม่มีหนี้อะไรแล้ว ?

"ผมปลดหนี้มาตั้งแต่แต่งงานกับภรรยา 10 กว่าปีแล้ว"

ชีวิตที่มีความสุขที่สุดแล้ว ?

"มันมีความสุขตามครรลองที่ควรจะเป็น แต่เนื่องด้วยสถาณการณ์โรคภัยไข้เจ็บที่มันมีมาตอนนี้"

ส่วนหนึ่งที่ได้ดีทุกวันนี้ เพราะพ่อแม่บุญธรรมด้วย ?

"ใช่ครับ พ่อแม่บุญธรรมเป็นแบบสไตล์ไทยแต่ไม่เนี้ยบมาก สอนลูก ๆ หลาน ๆ ดี ประหยัด อดออม เป็นคนกลาง ๆ ไม่ได้รวยมาก ไม่ได้จนมาก ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมจำได้ทำไมพ่อพูดเยอะจังเลย ทำไมต้องให้เก็บตังค์วันละบาท ทั้ง ๆ ที่เราได้ 3 บาท เขาให้เก็บเลยตั้งแต่เช้า เพราะถ้าเอาไปมีสิทธิ์ใช้"

รู้มั้ยว่าเป็นพ่อแม่บุญธรรม ?

"ตั้งแต่เบบี๋ถึง 10 กว่าขวบนี่ยังไม่รู้นะ มารู้อีกทีตอนที่เราต้องเปลี่ยนสถานะเป็นบุตรบุญธรรม ต้องยกเราให้เป็นของพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามา เราเลยมานึกย้อนตอนเด็ก ๆ เรียกเราว่าไอ้หรั่ง ไอ้หรั่งคืออะไรเรายังไม่รู้เรื่องเลยนะ เรารู้เพราะต้องไปโอนที่ศาลเยาวชน ปกครองเด็ก ต้องมีคำสั่งศาล"

ช็อกมั้ย ?

"ตอนเด็กยังไม่รู้พ่อแม่บุญธรรมคืออะไร แต่รู้มีพ่อแม่ที่อยู่ข้างนอกด้วย ผมยังคิดในใจว่าเราเจ๋งมีพ่อแม่อยู่เมืองนอกด้วย แล้วมีพ่อแม่เมืองไทยด้วย ไม่รู้เรื่องมารู้ตอนเริ่มโต พ่อแม่จริง ๆ เราอยู่เมืองนอก ตอนที่พ่อแม่เราคลอดเราตอนนั้นเราเด็กมาก การเดินทางขึ้นเครื่องบินก็ลำบาก บวกกับความเป็นอยู่ไม่ดีเท่าที่ควรกับพ่อแม่ที่แท้จริง พ่อแม่บุญธรรมก็บอกพ่อแม่เราว่าจะเลี้ยงแดนนี่ให้ ถ้ามีที่อยู่ที่กินบ้านช่องดีแล้วค่อยเอาแดนนี่ไปอยู่ ตอน 4-5 ขวบก็ได้"

พ่อแม่จริง ๆ ติดต่อมาจะรับไปอยู่ ?

"ติดต่อครับ ส่งเงินมาให้ใช้เดือนละ 500 พ่อเราก็เก็บไว้ให้ ตอนแกเสียถึงได้รู้ พี่ ๆ น้อง ๆ เอามาแจง ตังค์ที่เก็บเด็ก ๆ แสนกว่าบาท เขาบอกเก็บไว้ให้มันยามยาก มันจะได้มีตังค์ของมัน เราก็คิดสิ่งที่พ่อแม่พร่ำสอนทำไมต้องประหยัด"

คำสอนไหนที่ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้ ?

"อดทน อดกลั้น อดออม นี่คือพ่อ ส่วนแม่เป็นห่วงอย่างเดียวถ้ามีครอบครัว มีลูก รักกันให้มาก เพราะลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจระหว่างบุคคล 2 คนถ้ามีไรเกิดขึ้นให้หันไปมองลูกแล้วชีวิตคู่จะอยู่ยาวเหมือนพ่อกับแม่"

ที่บ้านแปะคำสอนไว้ ?

"พ่อผมจะเป็นคนชอบพูดว่าจดจำ จดจริง ๆ เขียนใส่สมุดบันทึก เขาเป็นคนละเอียด ผมติดเขียนแบบเขา เพื่อน ๆ มาที่บ้านบอกว่ามีนิทรรศการกระดาษไทยหรือยังไง แม้กระทั่งบนรถก็แปะ ผมได้อันนี้มาจากพ่อเลย"

แม้กระทั่งวันสุดท้ายฝากฝังเรื่องมรดกให้ด้วย ?

"พอถึงอายุขัยท่าน บ้านที่พ่อแม่ไม่มีคนอนู่ ทำยังไง พี่ ๆ บอกขายแล้วแบ่งตังค์กัน ซึ่งผมพึงสังวรณ์ลูกบุญธรรมไม่ต้องไปยุ่งกับเขา ไม่ต้องเอ่ยปากใด ๆ ทั้งสิ้น พอเสร็จงานพ่อแม่จะลาพี่ ๆ กลับ พี่สาวบอกว่าแดนนี่ต้องอยู่ด้วย แม่กับพ่อได้สั่งไว้ว่าอย่าทิ้งน้อง สงสารมัน เลี้ยงมันมาตั้งแต่เด็ก ที่สำคัญมันตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ดีพอสมควร มันก็ไม่ได้มากตามอัตราส่วนเพราะมีหลายคน แต่มันเป็นความภูมิใจที่ว่าพี่ ๆ รักเรา"

มีโอกาสได้เจอพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเองบ้างมั้ย ?

"ได้เจอครับ พอเราโตขึ้นรู้ความว่าต้องเปลี่ยนเป็นบุตรบุญธรรม สมัยก่อนเขียนจดหมาย ถ้าโทรศัพท์บ้านดังเที่ยงคืนคือแม่โทรมา เพราะมันสว่างที่โน่น ตอนที่แม่กลับมาผมอายุประมาณ 17-18 วัยรุ่นเต็มตัว แม่กลับมาเพราะมีเหตุผลตอนนั้นไม่บอก แม่กลับมาเพราะทุพพลภาพตอนนั้นแม่ผ่าตัดสมองที่เมืองนอก ถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นก็ไม่ได้โอนเป็นบุตรบุญธรรม เพราะการผ่าตัดสมองโอกาสรอด 10-15 เปอร์เซ็นต์ แต่เนื่องจากวิวัฒนาการของเมืองนอก แม่ผมเป็นคนปกติแต่ทุพพลภาพตั้งแต่ผมอายุ 13-18 กลับมาอยู่กับผม จากนั้นอีก 2 ปีแม่ถึงได้เสียในอ้อมกอดผมเลย"

ช่วงเวลาที่กลับมาอยู่ด้วยกันเป็นยังไงบ้าง ?

"มีความสุขมาก ไทยคำอังกฤษคำเพราะเขาอยู่ที่โน่นนาน จูนกันยากพอสมควรแต่มีความสุข อย่างน้อยแม่ก็ได้กลับมาอยู่กับผมช่วงสุดท้าย ถึงแม้มันจะสั้นนัก แค่นี้ผมดีใจแล้ว"

โมเมนต์ช่วงสุดท้าย ?

"จำได้ เขาบอกฉันไม่ได้ทิ้งแกนะ มันมีความจำเป็นตั้งแต่เด็ก ฉันต้องไปทำงานหาเงินเพื่อที่จะเอาแกกลับไปอยู่ที่นั่น ถึงแม้จะเอาแกกลับไปไม่ได้ แต่ฉันกลับมาแล้วนี่ไง"

อยากบอกอะไรกับคุณแม่ ?

"ไม่เคยลืมแม่นะ สักวันหนึ่งเมื่อเอวาลูกผมโตขึ้นรู้ความ ผมจะพาไปเยี่ยมแม่ที่สุสาน ถึงแม้จะเป็น 2 ปีสั้น ๆ ที่แม่กลับมาอยู่กับผม แต่มันคุ้มแล้ว 18 ปีแม่หายไปทำงานหาเงิน ให้เงินตากับยายดูแลผม ถึงแม้จะไม่มาก แต่มันก็เป็นน้ำพักน้ำแรงเท่าที่พ่อแม่คู่นึงจะทำให้ได้"

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...