มาแน่ “Virtual Bank” เตรียมเผยโฉมหน้ากลางปี 68
ในช่วงเดือนมิ.ย. 2568 นี้ คาดว่า แบงก์ชาติ จะเผยรายชื่อของผู้ที่ได้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) จำนวน 3 ราย ให้ได้เห็นโฉมหน้าผู้เล่นหน้าใหม่แล้ว แต่จะใช้บริการธนาคารใหม่ได้เมื่อไหร่?
หลังจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดให้ยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ถึงวันที่ 19 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา และได้เผยว่ามีจำนวนผู้ยื่นคำขอทั้งสิ้น 5 ราย ซึ่งระหว่างนี้ ธปท.จะพิจารณาคุณสมบัติ ศักยภาพ และความสามารถที่จะประกอบธุรกิจVirtual Bank ของผู้ขออนุญาต
ทั้งนี้ ธปท.คาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้จัดตั้งVirtual Bank ได้ภายในช่วงกลางปี 2568 โดยผู้ที่ได้รับความเห็นชอบจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ หรือจะเริ่มให้บริการได้จริง ภายใน มิ.ย.2569
จุดเด่นของ ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ได้แก่
- “ธนาคารไร้สาขา” มุ่งเน้นบริการทางการเงิน แก่ 1.ผู้ไม่มีรายได้ประจำ และ SMEs 2.กลุ่มที่ไม่ได้รับบริการการเงินอย่างเพียงพอ (Underserved) 3.กลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unserved) และ 4. กลุ่มเข้าไม่ถึงสินเชื่อและกลุ่มเป็นหนี้นอกระบบ
- “ธนาคารไร้สาขา” กำกับโดย ธปท. เสมือนธนาคารพาณิชย์อื่น โดยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ธนาคารไร้สาขาจะไม่ใช้ระบบเงินฝาก ระบบสินเชื่อ Internet Banking ร่วมกับสถาบันการเงินอื่นทั้งในและต่างประเทศ
- ต้องตั้งสำนักงานใหญ่ในไทย และมีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ในระยะแรก และไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ในระยะปกติ สามารถเป็นบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) เพื่อผสานความเชี่ยวชาญเฉพาะได้
5 กลุ่มทุนชิง Virtual Bank
แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยรายชื่อว่ามีใครบ้างในจำนวน 5 รายที่ยื่นขอใบอนุญาต แต่มีเปิดเผยจากฝั่งกลุ่มทุนทั้ง 5 รายว่าได้ยื่นขอ ได้แก่
[inline_posts type="IDs" box_title="พร้อมชิง Virtual Bank" align="alignleft" textcolor="#000080" background="#dbdbd3"]132469,133365,133483,133801,130085[/inline_posts]
- ธนาคารกรุงไทย โดยร่วมกับกลุ่มพันธมิตร ได้ กลุ่ม Gulf ที่รวมถึง AIS และกลุ่ม พีทีที กรุ๊ป (PTT) ผ่านบริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR
- ซีกรุ๊ป (Sea Group) จากสิงคโปร์ เจ้าของแพลตฟอร์ม Shopee ร่วมกับ กลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ส่งบริษัทลูก คือ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยและธนาคารกรุงเทพ
- กลุ่มบริษัทเอสซีบี เอกซ์ ร่วมกับ KakaoBank จากเกาหลีใต้ และพันธมิตร วีแบงก์ (WeBank) จากจีน
- บ. แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น “ทรูมันนี่” ที่มี Ant Financial Services Group ในเครือ Alibaba ผู้ให้บริการทางการเงินระดับโลกเป็นพันธมิตร
- บริษัท Lightnet Group ร่วมกับ WeLab ซึ่งเป็นผู้นำVirtual Bank จากฮ่องกง
ทำความรู้จัก Virtual Bankอีกครั้งว่าคืออะไร
virtual bankหรือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เป็นธนาคารพาณิชย์รูปแบบใหม่ที่ให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลักโดยไม่มีสาขา เครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติ (ATM) หรือเครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ (CDM) เป็นของตนเอง แต่ยังสามารถให้บริการทางการเงินได้อย่างครบวงจร
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บริการลูกค้าที่ยังต้องการใช้เงินสด หรือให้บริการที่ยังไม่สามารถทำผ่านช่องทางดิจิทัลได้อย่างเต็มรูปแบบ virtual bankอาจแต่งตั้งตัวแทนรับฝาก/ถอนเงิน หรือให้บริการผ่านเครือข่าย ATM ของธนาคารพาณิชย์อื่น
ทั้งนี้ สำหรับในประเทศไทย ธปท. คาดหวังไว้ว่า virtual bankจะเข้ามายกระดับการให้บริการกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยและธุรกิจ SMEs เป็นหลัก
แม้ธนาคารประเภทนี้จะจัดตั้งขึ้นมาสักระยะหนึ่งแล้วในต่างประเทศ แต่ยังถือว่าเป็นธนาคารประเภทใหม่ที่ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ และเรียกแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เช่น digital bank (สิงคโปร์และมาเลเซีย) internet-only bank (เกาหลีใต้และไต้หวัน) neobank (สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย) และ virtual bank(ฮ่องกง)
สำหรับประเทศไทยจะใช้ชื่อ virtual bankเพื่อไม่ให้สับสนกับคำว่า mobile banking หรือ internet banking ซึ่งใช้เรียกช่องทางการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน
Virtual Bankกับธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน ต่างกันอย่างไร
แม้จะให้บริการผ่านแอปพลิเคชันเหมือนกัน แต่จุดเด่นของ virtual bankที่แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น 2 ด้านหลัก คือ
(1) การไม่มีสาขาจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานให้ virtual bankโดยเฉพาะค่าสถานที่ และค่าจ้างพนักงานประจำสาขา หลุดออกจากกรอบของธนาคารพาณิชย์ดั้งเดิมที่ยังพึ่งพาเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรในหลายกระบวนการ หรือดำเนินงานบนโครงสร้างระบบเทคโนโลยีเดิมที่อาจไม่ค่อยคล่องตัว ทำให้มีข้อจำกัดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ
(2) virtual bankที่จะเปิดให้บริการจะต้องนำข้อมูลทางเลือกที่หลากหลายมาใช้วิเคราะห์พฤติกรรม เพื่อประกอบการนำเสนอบริการทางการเงิน ที่เหมาะกับความต้องการและความเสี่ยงของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งมิติด้านคุณภาพและราคา
จุดเด่นทั้ง 2 ด้านดังกล่าวจะสนับสนุนให้virtual bank สามารถให้บริการลูกค้ารายย่อยที่เข้าไม่ถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบัน (unserved) และกลุ่มที่เข้าถึงแล้ว แต่ยังได้รับบริการไม่เพียงพอหรือไม่ครบวงจร (underserved) ได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อไหร่คนไทยจะได้ใช้Virtual Bank
หลังมีประกาศหลักเกณฑ์ลงราชกิจจานุเบกษาในเดือนมีนาคม 2567 จะเปิดรับสมัครผู้สนใจ โดยมีระยะเวลาการเปิดรับสมัครเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นธปท.จะพิจารณาคุณสมบัติผู้เข้ายื่นใบสมัครภายใน 9 เดือน และจะประกาศชื่อผู้ที่ได้รับใบอนุญาต (License) ได้ช่วงกลางปี 2568 โดยผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะมีเวลาในการเตรียมตัวเป็นเวลา 1 ปี คาดว่าVirtual Bankจะดำเนินการธุรกิจได้ภายในปี 2569