ขนหัวลุก!เจอแสงไฟปริศนาลอยเหนือป่าช้า บุกตรวจพบซากเจดีย์บรรจุอัฐิกลางป่าเพียบ
ชาวบ้านขนหัวลุก! เจอแสงไฟปริศนาสีแดงลอยอยู่เหนือป่าช้า บุกตรวจสอบถึงกับผงะพบเศษซากเจดีย์บรรจุอัฐิกองเพียบกลางป่า
เมื่อวันที่ 8 พ.ค.68 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่าได้รับคลิปวีดีโอจากชาวบ้านที่อ้างว่าพบดวงไฟปริศนาสีแดง ลอยอยู่เหนือป่าช้า และสามารถถ่ายคลิปวีดีโอเอาไว้ได้ จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังผู้ที่ส่งคลิปวีดีโอดังกล่าวเพื่อสอบถามรายละเอียดก่อนที่จะไปยังจุดที่ชาวบ้านผู้ส่งคลิปอ้างว่าพบดวงไปปริศนาสีแดง
โดยจุดที่ชาวบ้านอ้างว่าพบดวงไฟปริศนาสีแดงนั้นเป็นป่าช้าเก่าอยู่ในเขตพื้นที่บ้านกระวัน ต.บ้านไทร อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งถ้ามองด้วยตาเปล่าเหมือนป่าทั่วไปตามพื้นที่ต่างจังหวัดและคาดว่าป่าแห่งนี้น่าจะมีพื้นที่ประมาณ 20-30 ไร่
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับนางสาววิลัย จารัตน์ อายุ 43 ปี ผู้ที่ถ่ายคลิปไว้ได้ และได้ให้ข้อมูลต่อผู้สื่อข่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 4-5 ทุ่มของวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนกับสามีขับรถผ่านมาทางนี้พอมาถึงจุดนี้ ตนก็บังเอิญเหลือบไปเห็นแสงไฟสีแดง กระพริบลอยไปมา ตอนแรกก็สงสัยว่ามันคือแสงอะไร ก่อนจะบอกให้สามีจอดรถดู จากนั้นก็เห็นแสงไฟปริศนานั้นลอยขึ้นๆ ลงๆ ความสูงประมาณ 15-20 เมตร ตนกับสามีตัดสินใจเฝ้าดูอยู่ประมาณ 1 ชม.ได้ แล้วก็เห็นแสงไฟนั้นพุ่งลงที่พื้นแล้วหายไป
นางสาววิลัย ยังเล่าต่ออีกว่า ป่าแห่งนี้มันคือป่าช้าเก่าที่สมัยก่อนใช้ในการเผาศพและฝั่งศพ ส่วนตัวตนก็เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะคล้ายๆ กับเหตุการณ์นี้มาเหมือนกัน แต่มันนานมากแล้วตอนนั้นเห็นแค่แสงไปจ้าๆ เฉยๆ ไม่ได้เห็นเป็นดวงไฟที่วิ่งขึ้นวิ่งลงแบบนี้ ส่วนตัวตนก็มีความเชื่อเรื่องแบบนี้เหมือนกัน แต่ตนก็สรุปไม่ได้ว่าแสงไฟที่เห็นนั้นเป็น ผีโพง หรือ ผีกระสือ
ด้านนายณัฐวุติ แก่นเดียว อายุ 52 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ส่วนตัวแล้วตนไม่เคยเจอ แต่ก็ได้ยินชาวบ้านในพื้นที่ลือกันหนาหูเหมือนกันว่าเวลาขับรถผ่านป่าช้าแห่งนี้บ้างก็ว่าได้ยินเสียงร้องไห้ดังออกมาจากในป่า บ้างก็ว่าเห็นดวงไฟขนาดใหญ่พุ่งลงจากท้องฟ้า เข้ากลางป่า ซึ่งสิ่งที่ชาวบ้านรำลือกันนั้นก็เพิ่งจะผ่านมาไม่นานประมาณ 1 เดือนกว่าๆ นี่เอง ตนก็เชื่อว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง เพราะป่าแห่งนี้เป็นป่าช้าที่เก่าแก่มากๆ ใช้สำหรับทำพิธีเผาศพ ฝั่งศพ ของชาวบ้านในพื้นที่นี้มานานมากๆแล้ว ก่อนจะมีวัดเกิดขึ้นมา
ผู้สื่อข่าวได้ทำการเดินสำรวจโดยรอบไม่พบว่ารอบๆป่าช้านั้นจะมีเสาสัญญาณโทรศัพท์อยู่บริเวณรอบๆ ป่าแต่อย่างใด มีเพียงทุ่งนา และที่สำคัญผู้สื่อข่าวได้เดินสำรวจเข้าไปในบริเวณป่าก็พบว่าระหว่างทางเดินนั้นจะพบเศษซากของเจดีย์ที่ใช้สำหรับบรรจุอัฐิ และเศษซากของศาลพระภูมิ ที่ถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก