โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SAK สินเชื่อโตเด่นคุม NPL ดี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 12 ต.ค. 2567 เวลา 06.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

คุณค่าบริษัท

บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK โครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นไตรมาส 2/2567 1.สินเชื่อบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน 45.5% 2.สินเชื่อบุคคลที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน-เงื่อนไขเกษตรกร 33.8% 3.สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 9.4% 4.สินเชื่อเช่าซื้อ 4.4% 5.สินเชื่อบุคคล 1.6% 6.สินเชื่อที่ดิน 5.3% โดยสินเชื่อมีหลักประกันมีสัดส่วน 89% และสินเชื่อไม่มีหลักประกันมีสัดส่วน 11% ของสินเชื่อรวม ทั้งนี้รายได้ของ SAK มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) (ปี 2564-2566) ที่ 20.5%

SAK รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 มีกำไรสุทธิ 199.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.85% จากไตรมาส 2/2566 และเพิ่มขึ้น 2.22% จากไตรมาส 1/2567 ที่มีกำไรสุทธิ 195.36 ล้านบาท กำไรไตรมาส 2 ดีกว่าคู่แข่งรายอื่นในกลุ่มการเงินที่มีแนวโน้มอ่อนตัวลง กำไรปกติของ SAK ใกล้เคียงกับประมาณการของบล.กสิกรไทย โดยการเติบโตของกำไรปกติทั้งเมื่อเทียบไตรมาส 1/2567 และเทียบไตรมาส 2/2566 ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของสินเชื่อที่ 8% จากไตรมาส 1/2567 และ 17% จากไตรมาส 2/2566 และจากคุณภาพสินทรัพย์ที่ควบคุมได้

คุณภาพสินทรัพย์ของ SAK อยู่ภายใต้การควบคุม โดยมี NPL ratio ไตรมาส 2/2567 ที่ 2.44% (ลดลง 0.06% จากไตรมาส 1/2567) และสินเชือชั้นที่ 2 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 5% (เพิมขึ้น 0.40% จากไตรมาส 1/2567) ขณะที่การก่อตัวของ NPL ใหม่ยังคงอยู่ในระดับเดิม ทั้งเมื่อเทียบไตรมาส 2/2566 และเทียบกับไตรมาส 1/2567 จากการคำนวณของบล.กสิกรไทย

ผู้บริหาร SAK แสดงความมั่นใจในการเติบโตของกำไรในปี 2567 โดยคาดว่า 1.สินเชื่อจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปี 2566 2.อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (CIR) ลดลง จากการเลื่อนเปิดสาขาใหม่ 3.ต้นทุนการเงินลดลง 0.20% ถึง 0.25% หลังประสบความสำเร็จในการเจรจากับธนาคารเพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปี 2567 และ 4.มั่นใจในการควบคุมหนีเสีย (NPL) และค่าใช้จ่ายสำรองหนีสูญ (credit cost) ให้คงอยู่ ณ ระดับปัจจุบัน

SAK สามารถคง NPL ratio ไว้ที่ระดับคงที่และต่ำที 2.5% และพอร์ตสินเชื่อของ SAK สามารถเติบโตต่อไปได้ รวมถึงทำผลงานได้ดีกว่าคู่แข่ง ซึ่งบล.กสิกรไทย พบว่า NPL และสินเชื่อชั้นที่ 2 ของหุ้นกลุ่มการเงินภายใต้การวิเคราะห์ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ยกเว้นของ SAK และ MTC เชื่อว่าเป็นเพราะสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรของ SAK มีสัดส่วนสูง (มากกว่า 35% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด) และความสามารถเฉพาะตัวในการคัดกรองลูกหนี้ที่มีคุณภาพดี

บล.กสิกรไทย คาดว่ากำไรปกติของ SAK จะเติบโตในระดับตัวเลข 2 หลักในปี 2567 ดังนั้นจึงคาดว่า SAK จะรายงานการเติบโตของรายได้เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้าต่อไปในไตรมาสที่ 3 และ 4/2567 ซึ่งน่าจะได้แรงหนุนจาก 1.การเติบโตของสินเชื่อที่บรรลุเป้าที่ 15% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.คุณภาพสินทรัพย์ที่ควบคุมได้ และ 3.ต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงหลังการเจรจากับธนาคาร

ข้อมูลจาก LSEG Consensus สำหรับ SAK ระบุว่า ประมาณการรายได้รวมปี 2567 ที่ 2,699.20 ล้านบาท และประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 844.40 ล้านบาท โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 6.17 บาท จาก 4 โบรกเกอร์

บล.กสิกรไทย ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567-2569 ของ SAK ลง 5% /7% /5% มาเป็น 838 /1,026 /1,269 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสมมติฐานดังนี้ 1.ปรับประมาณการผลตอบแทนจากสินเชื่อลง 0.40% ถึง 0.50% เนื่องจากสินเชื่อที่ดินซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำมีสัดส่วนสูงขึ้น 2.ปรับเพิ่มประมาณการต้นทุนดอกเบี้ย เนื่องจากคาดจะไม่มีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่จะถูกหักล้างบางส่วนจากความสำเร็จในการเจรจาระหว่าง SAK และธนาคารเพื่อลดต้นทุนดอกเบี้ย

สำหรับการประเมินมูลค่า (Valuation) หุ้น SAK ราคาปัจจุบัน (ราคาปิดวันที่ 4 ต.ค. 2567 ที่ 4.82 บาท) เทรดที่ P/E 12.79 เท่า ต่ำกว่า P/E กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ที่ 16.36 เท่า ส่วนค่า P/BV ของหุ้น SAK อยู่ที่ 1.71 เท่า สูงกว่า P/BV กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ที่ 1.48 เท่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...