โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รปภ.ศาลกร่าง! ทำร้ายตาวัย 72 ปี ผลักล้มจนแขนหัก เหตุไม่พอใจขับรถเฉี่ยว

แนวหน้า

เผยแพร่ 18 ส.ค. 2567 เวลา 17.00 น.

จากเหตุการณ์หนุ่มแต่งกายคล้ายทหารอ้างตัวเป็นรปภ.ศาลแขวงนนทบุรี ขับรถ จักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถเก๋ง ของนายทรรศนพัศ อายุ 72 ปี อดีตช่างกรมอู่ทหารเรือ หลังเกิดเหตุได้มีการโต้เถียงกันก่อนที่หนุ่มรปภ.จะเดินเข้ามาทำร้ายด้วยการผลักลุง 72 ปี จนล้มแขนหัก พลเมืองดีขี่รถ จยย.ผ่านมาประสบเหตุเข้าช่วยเหลือ ทำให้หนุ่มรปภ.ไม่พอใจ หยิบมีดพกออกมาจี้คอพลเมืองดีและจะทำร้าย จนเกิดการชกต่อยกัน ก่อนจะมีคนที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาช่วยห้าม เหตุเกิดในซอยหลังปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ถนนติวานนท์ ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี เวลา 18.00 น. วันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้มีคลิปกล้องหน้ารถและคลิปมือถือของภรรยาพลเมืองดีถ่ายเอาไว้ได้ ทีมข่าวเดินทางไปสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ นายทรรศนพัศ หลังออกจาก รพ.มาพักรักษาตัวที่บ้าน

นายทรรศนพัศ กล่าวว่า สาเหตุที่ตนถูกทำร้ายจนแขนหัก มาจากรถจักรยานยนต์ของคู่กรณีที่ขี่มาด้วยความเร็วแล้วมาเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของตนที่ขับออกจากปั้มน้ำมันเพื่อกลับบ้าน จนล้มลง ตนจึงเปิดประตูรถลงไปถามคู่กรณีว่า “เป็นอะไรไหม” แต่กลับถูกคู่กรณีลุกขึ้นมา เข้ามาต่อว่าตนว่าขับรถไม่ดูทางพร้อมกับชักมีดพกออกมา เหมือนจะเข้ามาทำร้าย ก่อนจะผลักตนล้มลงไป ทางคู่กรณีก็พยายามจะเข้ามาใช้มีดแทงอีก ทางรปภ.ของหมู่บ้านได้เข้ามาห้าม จนกระทั่งมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ได้ตะโกนถามว่าทำอะไรลุง คู่กรณีจึงหันไปชักมีดจี้ใส่พลเมืองดี ระหว่างที่ทั่งคู่ยืนโต้เถียงกันนั้น ตนได้หนีขึ้นรถแล้วล็อคประตู เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือ ตอนนั้นรู้สึกเจ็บที่แขนเหมือนกระดูกหัก

นายทรรศนพัศ กล่าวอีกว่า หลังเดินทางไป รพ.หมอตรวจแล้วพบว่ากระดูกแขนซ้ายหัก หมอได้ใส่เฝือกอ่อนเอาไว้ให้และนัดให้ไปฟังผลในวันที่ 23 ส.ค.เพื่อตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักคู่กรณี ตนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้มาเกือบ 40 ปีไม่เคยมีเรื่องกับใคร เคยแค่เรื่องรถเฉี่ยวชนก็สามารถพูดคุยกันได้ หรือเรียกประกันภัยมาดู แต่คู่กรณีรายนี้ทั้งเมาทั้งกร่างและยังอ้างตัวเป็น รปภ.ของศาลแขวงนนทบุรี ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ตนคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะทำงานกับศาล แม้จะเป็นตำแหน่ง รปภ.ก็ตาม

ทีมข่าวได้พูดคุยกับนายประวิทย์ อายุ 45 ปี พลเมืองดีที่เข้าไปช่วยจนได้รับบาดเจ็บ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนขับรถออกจากปั๊ม เห็นลุงลงไปนอนอยู่กับพื้นข้างทาง เห็นผู้ก่อเหตุเดินตรงไปจะทำร้ายลุงอีก ตนจึงตะโกนบอกว่าให้คุยกันดีๆ เพราะผู้ก่อเหตุกำลังเดินถือมีดเข้าหาลุงอีก พอลุงลุกขึ้นได้ก็พยายามเดินหนีไปอีกทาง แต่ผู้ก่อเหตุยังตามไปผลักลุงจนล้มลงเป็นรอบที่สอง ตนจึงโวยวายให้ผู้ก่อเหตุหยุด พฤติกรรม แต่ถูกตะโกนสวนกลับมาว่า มึงเสือกอะไรด้วย จากนั้นผู้ก่อเหตุได้เดินถือมีดเดินตรงเข้ามาหาตนและใช้มีดจี้ที่คอ ตนจึงป้องกันตัวด้วยการต่อยใส่ผู้ก่อเหตุไป จากนั้นก็ชกต่อยกันตามคลิปที่เห็น ตนได้รับบาดเจ็บที่ตาข้างซ้ายเนื่องจากผู้ก่อเหตุพยายามเอานิ้วจิ้มที่ลูกตาของตน หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาที่เกิดเหตุแล้วนำตัวไปที่ สภ.รัตนาธิเบศร์

ตนอาศัยอยู่ตรงนี้สองปีไม่เคยรู้จักเขามาก่อน ที่ตนเข้ามาช่วยเหลือลุงเมื่อวานนี้เพราะเห็นว่าลุงอายุมากแล้ว แต่ถูกผู้ก่อเหตุทำร้ายจนไม่มีแรงจะวิ่งหนีและไม่มีทางสู้ ตนจึงเข้าช่วย แต่ผู้ก่อเหตุกลับอ้างตัวว่าเป็นรปภ. ของศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี และเขาอ้างว่ากำลังจะไปเข้าเวรแต่มีการดื่มเหล้าจนเมาก่อนไปเข้าเวร ตนมองว่าเรื่องแบบนี้ไม่เหมาะสมเพราะแม้จะเป็น รปภ.ทำงานอยู่ที่ศาล ก็ตาม หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุเอามีดไปซ่อนที่ร้านล้างรถ ซึ่งแฟนตนเห็นเหตุการณ์อยู่ จึงเรียกให้พนักงานร้านล้างรถนำเอามีดพกของกลางที่ใช้ก่อเหตุมาส่งคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี

ทีมข่าวสอบถามไปทางพนักงานสอบสวนสภ.รัตนาธิเบศร์ ให้ข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุคือนายณัฐพงษ์ อายุ 49 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี หลังเกิดเหตุได้นำตัวมาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 147 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เกินที่กฎหมายกำหนด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ขับรถประมาทและขับรถขณะเมาสุรา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และพกพาอาวุธมีด ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...