โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน “เชอรีน” น้องสาว “นิชคุณ” ร้องไห้ แจ้งความ “อดีตสามี” ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่คุกคาม!

Media Tank

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2567 เวลา 08.25 น.

กลายเป็นคดี เมื่อวันนี้ (23 ก.ค.67) อดีตนักแสดงสาว “เชอรีน ณัฐจารี” หรือ “ณัฐจารี หรวเชกุล” น้องสาวของศิลปินชื่อดัง “นิชคุณ หรเวชกุล” เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจที่ สน.ทองหล่อ พร้อมด้วย “ทนายแก้ว มนต์ชัย” หลังถูกอดีตสามีข่มขู่คุดคามคอยติดตามตลอดจนรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต หลังเลิกรากับสามีไปเมื่อช่วงเดือน ตุลาคม 2565

วันนี้มาแจ้งความค่ะ เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกาย และ ถูกข่มขู่คุกคาม ตั้งแต่แต่งงานกันและมีลูกด้วยกัน เชอถูกทำร้ายมาทั้งหมด 4 ครั้ง แต่หลังจากที่ประกาศเลิกไม่ได้มีการทำร้ายร่างกาย แต่ว่าในช่วงที่คบหากันอยู่ ตั้งแต่คลอดลูกออกมา เชอถูกทำร้ายร่างกาย ครั้งแรกมีการทะเลาะกัน มีอาการมึนเมา ก็ถูกตบเข้าที่หน้าหลายครั้งจนปากแตก คือจริงๆ ครั้งแรกก็ค่อนข้างรุนแรงมากเหมือนกัน แต่ครั้งสุดท้าย คือครั้งที่เขาตบหน้าเชอ 10 ครั้ง คือเชอนอนอยู่บนเตียง แล้วเขานั่งอยู่ข้างๆ เขาก็โน้มตัวลงมาหา เหมือนจะให้เชอตอบคำถามเขา เขาก็ตบเข้าที่หน้า แล้วบอกว่า ตอบสิๆ แล้วเชอก็ไม่ตอบ เพราะเคยตอบโต้ เคยสู้มา จากที่ผ่านมา 3 ครั้ง แล้วรู้ว่ามันจะรุนแรง มันหนักขึ้น ก็เลยอยู่เฉยๆ แล้วเขาก็ตบไปเรื่อยๆ

(คำถาม) : ทำไมเพิ่งจะมาแจ้งความ?

“เชอรีน ณัฐจารี” : เพราะว่าตอนแรกคุยกัน เราก็อยากประคับประคองความครอบครัว จริงๆ ไม่อยากเป็นข่าว ไม่อยากให้มีเรื่องมีราว เพราะมันกระทบถึงลูกด้วย แต่รู้สึกว่าเขาคุกคามเราเรื่อยๆ รู้สึกว่าตอนนี้มันไม่ปลอดภัยแล้ว

(คำถาม) : สาเหตุของการทำร้ายร่างกาย?

“เชอรีน ณัฐจารี” : จริงๆ ก็เมาทุกครั้งเลยค่ะ แต่ก่อนแต่งงาน เขาไม่เคยทำค่ะ ครั้งแรกที่เขาทำ เขาบอกว่าเพราะความเมา เขาขาดสติ เขาขอโทษ เขาจะไม่ทำอีก ครั้งแรกที่เขาทำร้ายร่างกาย เป็นช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 65 ครั้งที่ 2 เดือนกรกฎาคม ปี 65 ครั้งที่ 3 เดือนเมษายน ปี 66 และครั้งสุดท้ายคือเดือนกันยายน ปี 66

เกิดจากความหึงหวงค่ะ แล้วเขาเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงและหึงหนักอยู่แล้วด้วย คือในเวลาอื่นๆ ที่ไม่ได้มึนเมา ก็มีอาการหึงหวงที่รุนแรง ใช้คำพูดที่รุนแรงอยู่แล้ว พอบวกกับอาการมึนเมา เขาก็จะลงมือหนักขึ้น สาเหตุที่ทำให้เขาเกิดอาการหึงหวง ส่วนใหญ่จะเป็นเพราะเกิดความเข้าใจกัน บางครั้งเคยมีรุ่นน้องหรือเพื่อนทักมาหา เขาก็ไม่พอใจที่คุยกัน เราก็อธิบายและให้ดูแชต เพราะเราบริสุทธิ์ใจ แต่เขาก็ไม่โอเค

(คำถาม) : มีหลักฐานทั้งภาพและคลิป?

“เชอรีน ณัฐจารี” : ใช่ค่ะ

“ทนายแก้ว” เสริมว่า : มีแชตข้อความในการพูดคุยกัน และมีคลิปเสียงต่างๆ ส่วนเรื่องของการเจรจา ก็มีเก็บไว้เป็นหลักฐานครับ

(คำถาม) : เราได้คุยไหม ครอบครัวทราบเรื่องนี้?

“เชอรีน ณัฐจารี” : มีค่ะ คุยกับแม่ ขอโทษ กราบขอขมากับแม่ ขอขมาหนู แล้วคุยกันว่าจะไม่ทำอีก ทุกครั้งมีการสัญญาเกิดขึ้น มีการพูดคุยกันทุกครั้ง แต่ยังทำอยู่ เราคิดว่าจะหยุดไหม หรือจะทนไหม เพราะเรามีลูก ไม่อยากทำให้ครอบครัวแตกแยก

(คำถาม) : ลูกอยู่ด้วยไหมตอนทำร้ายร่างกาย?

“เชอรีน ณัฐจารี” : อยู่ค่ะ แต่อยู่กันคนละห้อง แต่เขาไม่เคยทำร้ายร่างกายลูกค่ะ ถามว่าลูกถามไหมว่าแม่โดนอะไรมา คือตอนนั้นลูกยังเด็กมาก เขายังพูดไม่ได้ ตอนที่มีแผลมีอะไร คือน้องยังเด็กมาก เขายังไม่รู้เรื่อง

(คำถาม) : จุดไหนที่ทำให้เราตัดสินใจออกมา?

“เชอรีน ณัฐจารี” : เพราะถึงขั้นที่เราเป็นห่วงชีวิตตัวเองแล้ว ในวันที่โดนตบหน้าหลายๆ ครั้ง เชอรู้สึกได้ว่า ถูกคุกคามถึงขั้นที่ว่า ไม่รู้ว่าจะถึงกับเสียชีวิตไหม วันนั้นก็เลยวิ่งตัวเปล่าออกจากบ้านมา มีแค่โทรศัพท์เครื่องเดีย วิ่งเท้าเปล่าออกมาหลังบ้าน เพราะกลัวว่าถ้าเกิดออกมาจากทางหน้าบ้าน แล้วเขาจะได้ยินเสียง แล้วก็โทรหาเพื่อนที่อยู่ใกล้เคียงอเพื่อที่จะหนีออกมา ส่วนลูกตอนนั้นอยู่กับพี่เลี้ยงอีกห้องหนึ่ง แล้วเรารู้ว่าเขาไม่ทำอะไรลูก คิดว่าลูกน่าจะปลอดภัย ตอนนี้ลูกอยู่กับเราค่ะ

(คำถาม) : เลิกแล้วยังติดต่อกันอยู่?

“เชอรีน ณัฐจารี” : ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เขาอยากที่จะเอาลูกไปเลี้ยง จริงๆ ที่ตกลงกัน คือถ้าลูกอยู่กับเชอ เขาก็จะไม่ส่งเสียให้เลย แต่ถ้าเกิดลูกอยู่กับเขา เชอก็จะไม่ต้องเสียอะไรเลย เขาให้เชอเลือก ว่าจะเลือกให้ลูกอยู่กับใคร เชอก็บอกเขาว่าเชอเลี้ยงลูกเองได้ ให้ลูกอยู่กับเชอ

(คำถาม) : แล้วที่มาวันนี้เกิดอะไรขึ้น?

“เชอรีน ณัฐจารี” : เป็นเรื่องการติดตามค่ะ วันก่อนเขาโทร.มาประมาณว่า เขาอยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเชอ เขารู้ได้หมดแหละ เขาสามารถรู้ว่าเชอเข้าออกบ้านกี่โมง ใครมารับมาส่ง ไปไหนกับใคร เขาสามารถรู้ได้หมด แล้วเขาก็โทรไปบอกแม่ด้วย ว่าวันนี้เชอออกจากบ้าน และกลับบ้านกี่โมง เขาอ้างว่าเขาเป็นห่วงลูก เขาเลยเอาคนมาตาม มาดูว่าเชอจะอยู่กับลูกไหม จะมีเวลาอยู่กับลูกไหม

(คำถาม) : เกิดจากอารมณ์ฝ่ายชาย?

“เชอรีน ณัฐจารี” : ถ้าตั้งแต่ที่เป็นสามีภรรยากัน ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาก็ค่อนข้างมีปัญหาเรื่องอารมณ์นี่แหละค่ะ เรื่องอารมณ์รุนแรง แล้วก็ทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย แล้วก็ทำอะไรก็ต้องตามใจเขานิดหนึ่งค่ะ ซึ่งก่อนที่จะมีลูก เขาดูแลดีมากค่ะ ให้แต่งตัวได้ ให้ออกไปเจอเพื่อนได้ แต่ว่าหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว เชอแต่งตัวไม่ได้ ออกไปหาเพื่อนไม่ได้ ไปทำงานไม่ได้ ก็คือต้องอยู่กับเขา

(คำถาม) : ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล กักขังไม่ให้ออกไปเจอโลกภายนอก?

“เชอรีน ณัฐจารี” : ใช่ค่ะ ตอนนั้นเราก็ทำใจค่ะ ก็อยู่กับลูกให้มีความสุขที่สุดค่ะ พยายามโฟกัสที่ลูก พยายามมองว่าโอเค เราไม่ไปไหนก็ได้ เราไม่ทำอะไรก็ได้ เราอยู่บ้านเลี้ยงลูกแล้วกัน เราได้มีเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นแล้วกัน พยายามมองในมุมที่ดีค่ะ รู้สึกหวาดระแวงค่ะ แล้วก็รู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัย (ร้องไห้) รู้สึกกลัวไปหมด คือหลังจากที่เลิกกัน ช่วงแรกๆ ก็ยังมีมาเจอกันบ้าง เพราะเราก็ยังอยากให้ลูกได้เจอพ่อ ได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อ แต่ว่าทุกครั้งที่เราเจอ เราก็จะกลัวเขามากๆ กลัวว่าวันนี้เขาจะไม่พอใจอะไรอีกไหม วันนี้เขาจะไปถึงขั้นไหนอีก ก็เป็นความกลัวและความหวาดระแวง แล้วทุกวันนี้ที่ถูกติดตาม ถูกพูดจาแบบนี้ใส่ เราก็รู้สึกว่าชีวิตตัวเองไม่ปลอดภัยเลย

(คำถาม) : ไกล่เกลี่ย?

“เชอรีน ณัฐจารี” : ให้ทนายคุยค่ะ เชอขอไม่คุยด้วย

(คำถาม) : ต้องการอะไรจากเขา?

“เชอรีน ณัฐจารี” : อยากให้เขาเลิกยุ่งค่ะ แค่นั้นเลย อยากให้เขาเลิกยุ่งกับชีวิตเชอ เชอไม่อยากได้อะไรจากเขาเลย (ร้องไห้) เชอเคยเตือนเขาไปแล้ว ว่าถ้าเขาไม่หยุด เชอก็คงต้องทำอะไรเพื่อตัวเองเหมือนกัน เชอก็ไม่ได้พูดถึงขั้นว่าจะแจ้งความหรือจะเป็นข่าว อะไรขนาดนั้น ได้แต่บอกว่าถ้าเขาไม่หยุด ก็คงต้องทำอะไรสักอย่างเหมือนกัน ก็ขอให้เขาหยุด

(คำถาม) : ที่บ้านว่าไงบ้างกับเรื่องที่เกิดขึ้น?

“เชอรีน ณัฐจารี” : ที่บ้านซัปพอร์ตทุกอย่างที่เชอเลือก เพราะคนที่ต้องผ่านเรื่องราวก็คือเชอ แล้วไม่ว่าจะเจออะไรขึ้น เขาก็อยู่ข้างๆ คอยซัปพอร์ต เอาทางที่เชอสบายใจแล้วก็เลือกได้ดีที่สุดค่ะ

(คำถาม) : นิชคุณว่าไงบ้าง?

“เชอรีน ณัฐจารี” : พี่ชายเขาก็เป็นห่วงมากค่ะ เมื่อวานก็โทรคุย จริงๆ เขากลัว ตอนแรกเชอไม่อยากให้เป็นข่าว เชออยากมาแจ้งความเฉยๆ อยากให้มีบันทึกประจำวันไว้ ถ้าในอนาคตเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยมันเคยมีการแจ้งความไว้ นี่คือที่ปรึกษากับทนายแก้วนะคะ แต่ว่าพอเชอเราให้ทนายฟัง เรื่องที่เขาตามมาคุกคาม ตามมาเฝ้าดู ก็คุยกันว่า คิดว่าถ้าสมมติไม่เป็นข่าว ไม่ออกมาสู่แสง แล้วถ้าวันหนึ่งเชอหายไปหรืออะไร อันนี้ไม่รู้นะคะ พูดไปก่อน คือจะไม่มีใครรู้ แล้วก็จะอันตรายต่อตัวเชอและลูกด้วย

(คำถาม) : เราดูแลลูกเอง?

“เชอรีน ณัฐจารี” : ก็พยายามใช้ชีวิตต่อค่ะ เพราะว่าด้วยความที่เชอต้องดูแลลูกเองทั้งหมด มันก็ต้องทำงาน หาเงิน ต่อให้เราเครียดหรือกลัวที่จะออกไปข้างนอกแค่ไหน เชอก็ยังต้องไป เพราะว่ามีงานที่ต้องทำ ยังต้องหาคอนเน็กชั่นตัวเองเพื่อเริ่มอะไรหลายๆ อย่าง เพราะว่าเชอก็หยุดชีวิตไปเพื่อครอบครัวมานานแล้ว ทุกอย่างมันเหมือนเริ่มใหม่ทั้งหมดค่ะ ก็เลยค่อนข้างที่จะกลัวแหละ แต่ว่ามันก็ต้องทำค่ะ ต้องพยายามเป็นแม่ที่สุขภาพจิตดี เพราะเราก็ต้องพยายามเลี้ยงลูกให้ดีเหมือนกัน ก็หยุดได้แล้วค่ะ พอเถอะ ให้มันจบแค่นี้ สงสารลูก (ร้องไห้)

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...