โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อรัฐใช้งบกว่า 60 ล้าน สร้าง ‘กำแพงกันคลื่น’ แต่โดนผู้รับเหมาทิ้งงาน เหลือไว้แต่ซากเหล็ก-เสาเข็ม ให้ดูต่างหน้า

The MATTER

เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 10.03 น. • Brief

ไม่เพียงแค่คำถามถึงผลลัพธ์ของ ‘กำแพงกันคลื่น’ แต่การก่อสร้างที่มีปัญหา ก็ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นทัศนะแปลกตากลางชายหาดที่จังหวัดระยอง

เมื่อวานนี้ (23 เมษายน) ที่รัฐสภา อภิศักดิ์ ทัศนี ผู้ประสานงานกลุ่ม Beach for Life เข้ายื่นหนังสือผ่าน กฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน เพื่อให้กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ตรวจสอบโครงการกำแพงกันคลื่นหาดสนกระซิบ และหาดดวงตะวัน จ.ระยอง ที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยพบว่าผู้รับเหมาทิ้งงานไปแล้ว 2 ปี หลังหมดสัญญาจ้าง

โดยภาพที่ถูกเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ Beach for Life แสดงให้เห็นแผ่นป้ายโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายหาดหนองเเฟบเเละหาดสนกระซิบ ตำบลมาบตาพุด จังหวัดระยอง ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยมีรายละเอียดดังนี้

- ความยาว 890 เมตร

- มูลค่าโครงการ 59,375,000 บาท

- สัญญาจ้างเลขที่ 43/2565

- ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564

- เริ่มสัญญา 30 พฤศจิกายน 2564

- สิ้นสุดสัญญา 30 ตุลาคม 2566

ซึ่งที่เป็นประเด็นและเป็นปัญหายิ่งกว่าผู้รับเหมาทิ้งงานคือ ซากที่เหลือทิ้งไว้จากการก่อสร้างของทั้ง 2 โครงการนี้ ซึ่ง ‘ยังไม่แล้วเสร็จ’ โดยที่หาดสนกระซิบ มีเสาเข็มปักคาอยู่บนชายหาดตั้งแต่ปี 2565 ก่อนที่ผู้รับเหมาจะทิ้งงานไป ทำให้ชายหาดมีวัสดุก่อสร้างเช่น แท่งปูน, เหล็ก เผยขึ้นมาตามแนวชายหาด ซึ่งเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ รวมถึงทำลายทัศนียภาพชายหาดด้วย

อภิศักดิ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นมาโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการ EIA ทำให้เกิดโครงการกำแพงกันคลื่น 125 โครงการ ใช้งบประมาณกว่า 8,400 ล้านบาท โดยโครงการก่อสร้างกำแพงที่สร้างไม่เสร็จดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งใน 125 โครงการที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมายในการก่อสร้าง

ขณะที่ข้อมูลอัตราการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งปี 2565-2567 โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชี้ให้เห็นว่า ชายหาดทั้ง 2 แห่งนี้ ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง และอยู่ในระดับต่ำ และบางช่วงมีการงอกสะสม

อภิศักดิ์ บอกด้วยว่า การที่กรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าของโครงการ ปล่อยให้เกิดการทิ้งงานและพบว่าชายหาดดังกล่าวไม่ได้กัดเซาะรุนแรง เป็นการส่อพิรุธถึงความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการของรัฐ ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และไม่ปล่อยให้เกิดการใช้กำแพงกันคลื่นมาทำลายชายหาดได้อีก

ด้านกฤช สส.ระยอง กล่าวว่า ได้รับทราบว่าโครงการกำแพงกันคลื่นหาดสนกระซิบ และหาดดวงตะวัน โดยกรมโยธาและผังเมืองนั้นดำเนินการไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากผู้รับจ้างทิ้งงานไป เมื่อไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง สภาพชายหาดไม่ได้มีการกัดเซาะอีกต่อไป จึงไม่มีเหตุจำเป็นในการสร้างกำแพงกันคลื่นอีก และควรมีการตรวจสอบเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมกับพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นของผู้รับจ้างที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองในรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น กฤช กล่าวว่า ต้องติดตามการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด และจะนำเรื่องประสานกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณเพื่อเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ร้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป

นอกจากประเด็นเรื่องการก่อสร้างแล้ว ที่ผ่านมา มีหลายฝ่ายที่ตั้งคำถามถึงผลลัพธ์และประสิทธิภาพของกำแพงกันคลื่นนี้มาอยู่หลายครั้ง

เมื่อย้อนดูมติของคณะรัฐมนตรีในปี 2556 ก็พบว่า มีมติที่ให้กำแพงและกองหินกันคลื่น ความยาวตั้งแต่ 200 เมตรขึ้นไป เป็นโครงสร้างแข็งที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact assessment) ด้วยเหตุผลว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน และต้องการความคล่องตัวในการทำงาน นั่นจึงทำให้ช่วงเวลานับแต่นั้นมีกำแพงกันคลื่นผุดขึ้นมามากมายตามชายฝั่ง

มีประโยชน์จริง แต่ไม่เหมาะสม?

The MATTER เคยลงพื้นที่สำรวจ หาดวอนนภา จ.ชลบุรี และได้พูดคุยกับพ่อค้า-แม่ค้าในพื้นที่ ซึ่งได้รับเสียงยืนยันว่ามีนักท่องเที่ยวลื่นล้มจนต้องนำส่งโรงพยาบาลกันไปแล้ว ทั้งๆ ที่โครงการก่อสร้างนั้นยังสร้างเสร็จไปไม่ถึงครึ่งทางด้วยซ้ำ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดเป็นคำถามตามมาว่าโครงสร้างแบบแข็งนี้ มีความแข็งแรงทนทานก็จริง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้พื้นที่ริมทะเลที่ประชาชนควรมาพักผ่อนกลายเป็นพื้นที่อันตรายไปเสียอย่างนั้น ซึ่งนั่นเป็นวิธีที่เหมาะกับหาดในไทยแล้วจริงหรือ?

กำแพงกันคลื่นที่ใช้งบสร้างมหาศาล สู่การจับพิรุธรัฐทุจริต?

ด้วยจำนวนโครงการก่อสร้างที่เยอะแยะมากมาย ประกอบกับงบประมาณที่สูงลิ่ว ซึ่งการไม่ต้องทำ EIA นั้น ได้ดันให้งบประมาณร้อยกว่าโครงการขยับขึ้นไปแตะหลักหลายพันล้านบาท ทำให้องค์กรไม่แสวงหากำไรอย่าง Beach for Life ที่ติดตามเรื่องนี้ ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณดังกล่าว

ทิ้งไว้เป็นคำถามและข้อสังเกตว่าหลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะมีคำตอบอย่างไร และอนาคตของกำแพงการคลื่นจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...