7UP ไร้แรงซื้อร่วงติด Floor หลังให้ผลตอบแทนจากต้นปี 490 %
Wealthy Thai
อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2564 เวลา 13.47 น. • ไชยรัตน์ ศรีสุขหนึ่งในหุ้นที่ซิ่งที่อยู่ในเรดาร์นักลงทุนมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ต้องมีชื่อ 7UPหรือ บริษัท เซเว่น ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่ต้นปีและทำจุดสูงสุดที่ 3.58 บาทต่อหุ้น ก่อนที่ราคาหุ้นจะร่วงลงมาในวันที่ 3 ส.ค. ที่ 2.54 บาทต่อหุ้น โดยเขาสามารถให้ผลตอบแทนกับนักลงทุนสูงถึง 490 % หรือ เกือบ 5 เท่าตัว
แต่ในวันที่ 4 ส.ค. ราคาหุ้น 7UP ลงมาเหลือที่ 1.78 บาทต่อหุ้น ลดลง 29.92 % การปรับตัวลดลงในรอบนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก เพราะ 7UP มักจะเป็นหุ้นสามัญประจำพอร์ตของนักลงทุนสายซิ่งอย่างแท้จริง
ย้อนอดีตกับ 7UP พวกเขาทำธุรกิจ 5 ธุรกิจ ได้แก่ 1) กลุ่มธุรกิจสถานีบริการแก๊สและน้ำมัน 2) กลุ่มธุรกิจการสื่อสารโทรคมนาคม และ Internet of Things (IoT) 3) กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน 4) กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภค 5) กลุ่มธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรม รายชื่อผู้ถือหุ้น 10 อันดับแรกได้แก่
โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทางบริษัทให้ข่าวว่า ในปีนี้จะมีการเติบโตที่ดี คาดว่ารายได้จะเติบโต 50 % โดยจะมาจากธุรกิจขายก๊าซแอลพีจี และน้ำมัน รวมถึงการบริหารจัดการน้ำผ่านการขายน้ำประปาในจังหวัดภูเก็ต
ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2564 พบว่า
บริษัทมีรายได้ 157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32 %
กำไรสุทธิ 103 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 205 %
การเพิ่มขึ้นของกำไรบริษัทนั้นเป็นตัวเร่งของราคาหุ้นให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น
ขยายเวลา Cash Balance สาเหตุหุ้นดิ่ง?
ความร้อนแรงของ 7UP ทำให้หุ้นของบริษัทถูกเข้ามาตรการกำกับการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง โดยจากต้นปีพบว่า 4 ครั้ง โดยล่าสุดในวันที่ 3 ส.ค. พบว่า บริษัทถูกกำกับการซื้อขายอยู่ในระดับที่ 2 คือ ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance
ซึ่งไม่แน่ชัดว่าการขยายมาตรการกำกับซื้อขาย 7UP เป็นชนวนให้ราคาหุ้นลงรุนแรงหรือไม่ แต่คนที่มี 7 UP ในพอร์ตคงต้องติดตามกับความเคลื่อนไหวของราคาอย่างใกล้ชิด