โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 5 สิ่ง "หมอธีระ" แนะควรทำ กำราบโควิดระบาดซ้ำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ม.ค. 2564 เวลา 13.38 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2564 เวลา 13.38 น.

“หมอธีระ” แนะนำ 5 สิ่งควรทำ กำราบโควิดระบาดซ้ำ จะใช้คำว่า “ล็อกดาวน์” หรืออะไรก็แล้วแต่

วันที่ 10 มกราคม 2564 นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 5 สิ่งที่ควรทำ “กำราบการระบาดซ้ำครั้งนี้อย่างเต็มที่” ข้อความดังต่อไปนี้

ดูท่าศึกระบาดซ้ำซากนี้อาจยาวนานไปถึงกลางปีหน้าเป็นอย่างน้อย ด้วยเหตุผลสองประการหลักคือ หนึ่ง เราใช้ไม้นวมกับโควิด-19 ระลอกสองนี้หวังให้มันเชื่องไปเอง ทำให้โอกาสคุมได้อยู่หมัดคงจะยาก เพราะไม่มีประเทศใดทำได้สำเร็จด้วยวิธีทำมาหากินไปพร้อมกับโรคระบาด อย่างมากที่สุดที่ทำได้ก็คงลดทอนลง และรอวันปะทุซ้ำ

ทั้งนี้ขึ้นกับว่าจะกดไปได้เหลือหลักร้อยไปเรื่อยๆ หรือน้อยไปถึงหลักสิบหรือหลักหน่วย โอกาสปะทุก็จะแปรผันไปตามนั้น ด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ก็จะเหลือเพียงต้องปรับแบบแผนการดำเนินชีวิต ทั้งเรื่องธุรกิจค้าขายและบริการ และอื่นๆ ให้ลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากไม่ปรับอย่างจริงจังแบบที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา การระบาดซ้ำก็จะตามมาอย่างแน่นอน

สอง แผนการจัดซื้อจัดหาวัคซีน ตามที่ประกาศมาคือ 2 ล้านโดส สำหรับ 1 ล้านคนของวัคซีน Sinovac จากจีน และ 26 ล้านโดสสำหรับ 13 ล้านคนจากการผลิตวัคซีนของ Astrazeneca/Oxford

สมมุติว่าฉีดครบถ้วนภายในสิ้นปีตามแผนภาพฝันที่กระทรวงวางไว้ โอกาสที่จะเกิดภูมิคุ้มกันในคนรวม 14 ล้านคน จากทั้งประเทศที่มี 66.56 ล้านคน (รวมเด็ก 11 ล้านซึ่งไม่ได้ฉีดวัคซีน) ก็จะมีภูมิคุ้มกันได้ราว 10 ล้านคน (คิดเฉลี่ยจาก Sinovac ราว 78% และ Astra/Oxford ราว 70%) คำนวณก็จะพบว่ามีภูมิคุ้มกันเพียง 14.8% ของประชากรทั้งประเทศ หรือ 17.8% ของประชากรผู้ใหญ่

การจะสกัดยับยั้งไม่ให้โรคนี้ระบาดวงกว้าง จำเป็นจะต้องทำให้ประชากรในประเทศมีภูมิคุ้มกันอย่างน้อย 60% ของประชากร ส่วนกรณีที่คนติดเชื้อแล้วจะมีภูมิเองนั้นคงมีจำนวนน้อย ยังไงก็รวมกับกลุ่มที่ได้วัคซีนแล้วก็ยังไม่ถึงระดับที่จะยับยั้งการระบาดได้

แม้ในปีถัดไป หากพยายามหามาฉีดเพิ่มอีกเท่าตัว เช่น อีก 26 ล้านโดสสำหรับอีก 13 ล้านคน ก็จะมีระดับภูมิคุ้มกันหมู่รวมได้ประมาณ 39% ของประชากรทั้งประเทศ หรือ 46.8% ของประชากรผู้ใหญ่

ที่วิเคราะห์มานั้น เพื่อชี้ให้เห็นว่า เมื่อเราเห็นฉากในอนาคตลักษณะนี้ ถ้าตัดสินใจได้ ควรตัดสินใจ “กำราบการระบาดซ้ำครั้งนี้อย่างเต็มที่” หากปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนาน โอกาสลืมตาอ้าปากได้คงลำบากทีเดียว ตัดสินใจ Regional lockdown แบบไม่มัวแต่เขินหรือกลัวกับการใช้คำว่าล็อกดาวน์ จะใช้คำอะไรก็ได้ ขอให้สรรหามาใช้เอาที่สบายใจ แต่ขอให้ทำสิ่งที่ควรทำคือ

  • หนึ่ง หยุดการเคลื่อนที่ของประชากรในกลุ่มจังหวัดรายภาคทั้งสีแดงเข้ม แดง ส้ม อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • สอง หยุดกิจการกิจกรรมทุกอย่างที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อรับเชื้อระหว่างกัน เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
  • สาม ใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ ตะลุยตรวจคัดกรองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ (active case finding)
  • สี่ ประกาศให้คนสังเกตอาการตนเองและครอบครัว หากสงสัยให้รีบมาตรวจ
  • ห้า ประกาศนโยบายหน้ากาก 100%, อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ, และทำงานที่บ้าน 2-4 สัปดาห์…ไม่ใช่แค่ขอความร่วมมือ

ทำตอนนี้ยังพอมีโอกาส…
แต่หากทำแบบหมาหยอกไก่ไปเรื่อยๆ หมาและไก่จะมีโอกาสติดโควิดตายกันทั้งคู่
ขอให้เราทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัดนะครับ
อยากให้ประเทศไทยพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้…
ด้วยรักต่อทุกคน

10 มกราคม 2564

โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์…

โพสต์โดย Thira Woratanarat เมื่อ วันเสาร์ที่ 9 มกราคม 2021

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...