10 ล้านบาทหายวับ สวนลิ้นจี่ไม่ออกผลจากอากาศร้อนสุดสุด
เกษตรกรสวนลิ้นจี่ฝันสลายร้อนจัดไม่ออกผลขาดรายได้หลัก 10 ล้าน หันตอนกิ่งขายชดเชย เผยรอบ 10 ปี ออกผลน้อย งดออเดอร์ส่งออกขายจีน
วันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ถือว่าสภาพอากาศร้อนอบอ้าวในรอบหลายปีที่ผ่านมา บางวันมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ ล่าสุดได้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ ในพื้นที่ ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นแหล่งผลิตลิ้นจี่ขึ้นชื่อ สายพันธุ์ท้องถิ่น ชื่อว่า นพ 1 เกือบ 1,000 ไร่ สร้างผลผลิตให้เกษตรกร มีรายได้มานานกว่า 30 ปี เนื่องจากเป็นลิ้นจี่ที่มีผลดก รสชาติหวานกรอบ อร่อย ไม่แพ้สายพันธุ์ทางภาคเหนือ โดยทุกปี ในช่วงเดือนมีนาคม-เดือนเมษายน จะมีผลผลิตออกขายสู่ตลอด ทั้งในประเทศไทย รวมถึงส่งออกไปจีน สร้างรายได้หมุนเวียนปีละกว่า 50 ล้านบาท
แต่ปีนี้ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัด ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ฝันสลาย น้ำตาตก เนื่องจากบางรายมีรายได้คนละไม่ต่ำกว่า 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท ซึ่งมีราคาซื้อขายกันกิโลกรัมละประมาณ 70-80 บาท แต่ปีนี้ถึงแม้จะมีราคาแพง เนื่องจากผลผลิตออกน้อย ทำให้มีราคาสูงตกกิโลกรัมละ 150 บาท แต่ไม่มีผลผลิตส่งออกขาย เนื่องจากสภาพอากาศร้อน ทำให้ลิ้นจี่ไม่ออกดอก ไม่ออกผล ขณะเดียวกันทำให้เกษตรกรบางรายได้หันไปทำการตัดตอนกิ่งพันธุ์ลิ้นจี่ส่งขาย เพื่อเป็นการชดเชย สร้างรายได้ แก้ไขปัญหาการขาดทุน
นายวินัย คำสุจริต อายุ 50 ปี ชาวสวนลิ้นจี่บ้านขามเฒ่า ต.ขามเฒ่า อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า ตนทำสวนลิ้นจี่จำนวน 3 ไร่ แต่ทุกปีได้ผลผลิตดี เนื่องจากพื้นที่ดินแถบนี้ติดกับแม่น้ำโขง เหมาะแก่การเพาะปลูก โดยเฉพาะลิ้นจี่สายพันธุ์ นพ 1 ถือเป็นลิ้นจี่ขึ้นชื่อ ที่ชาวบ้านมีการปลูกพัฒนามายาวนานกว่า 30 ปี จนเป็นสายพันธุ์ขึ้นชื่อ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างมากในช่วงเดือนเมษายน แต่ปีนี้ผลจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ลิ้นจี้ไม่ออกดอก ออกผล ผลผลิตลดลงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ปกติตนจะได้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 1-2 ตัน ปีนี้ได้ผลผลิตประมาณ 150-200 กิโลกรัมเท่านั้น
ล่าสุดได้รวมกลุ่มกับเพื่อนที่ปลูกลิ้นจี่ด้วยกัน หันไปตอนกิ่งลิ้นจี่ขาย เพราะคนส่วนใหญ่สนใจต้องการปลูกลิ้นจี่ โดยเฉพาะลิ้นจี่พันธุ์ นพ 1 ของนครพนม ถือว่าเป็นพันธุ์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติที่มีความหวานอมเปรี้ยว ไม่ฉ่ำน้ำ มีลูกขนาดใหญ่ แถมยังปลูกง่ายได้ผลดีอีกด้วย ซึ่งตนได้เริ่มทำการตอนกิ่งมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนแล้ว และพบว่ามีออเดอร์ทางออนไลน์มากถึง 5,000 กิ่ง ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มคนที่อยู่ทางภาคอีสานและภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกลิ้นจี่ได้ โดยกิ่งใหญ่ขายในราคา ประมาณ 200 บาท กิ่งเล็กขายในราคา 50 บาท ใช้เวลาปลูก 3-4 ปี ได้ผลผลิต ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสามารถช่วยเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนจัดให้ได้มีรายได้อีกทาง