โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แนวโน้มผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในกรุงเทพฯลดลง จับคู่โรงแรมเป็นสถานที่พักผู้ป่วย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 เม.ย. 2563 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2563 เวลา 10.56 น.

พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 16/2563 โดยมี นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร คณะกรรมการอำนวยการ และคณะทำงานด้านต่างๆ ร่วมประชุม ณ ห้องรัตนโกสินทร์ กทม.

@สถานการณ์ผู้ติดเชื้อลดลง

โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์ภาพรวมของโรคทั้งประเทศและในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งแนวโน้มผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ามาตรการที่กรุงเทพมหานครและประชาชนชาวกรุงเทพฯ ร่วมกันปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินมาถูกทิศทางแล้ว อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังวางใจไม่ได้ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อควรลดลงมากกว่านี้

จากนั้นที่ประชุมมอบหมายให้โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร สำรวจโรงแรมในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อจับคู่เป็นสถานที่พักสำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่มาก หรือสถานที่รองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่พ้นขีดอันตราย เพื่อลดความแออัดของสถานพยาบาลในปัจจุบัน รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดหามาตรการเยียวยาสำหรับบุคลากรอาสาสมัครลานกีฬา บ้านหนังสือ ห้องสมุดกรุงเทพมหานคร และมาตรการสำหรับชาวกรุงเทพฯ เรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย

@มั่นใจ กทม.กำจัดขยะหน้ากากอนามัยปลอดภัย

นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงเรื่องการจัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อโดยเฉพาะหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ซึ่งปัจจุบันการเก็บขนและทำลายมูลฝอยติดเชื้อรวมถึงหน้ากากอนามัยใช้แล้ว กรุงเทพมหานครได้มอบหมายให้บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด เป็นผู้กำจัดทำลาย

โดยปัจจุบันปริมาณมูลฝอยติดเชื้อที่กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด จัดเก็บจากสถานพยาบาล ทั้งในส่วนโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน ศูนย์บริการสาธารณสุข และคลินิกกว่า 4,000 แห่ง รวมประมาณ 40 ตัน/วัน โดยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค COVID-19 มีปริมาณมูลฝอยประเภทหน้ากากอนามัย และวัสดุปนเปื้อนต่างๆ รวมประมาณ 1.4 ตัน/วัน

ทั้งนี้ที่ประชุม ได้มอบหมายสำนักสิ่งแวดล้อมประสานบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เพิ่มจุดจัดเก็บมูลฝอยติดเชื้อ ณ โรงแรมที่โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครจับคู่เป็นสถานที่พักสำหรับผู้ป่วยที่อาการไม่มาก หรือสถานที่รองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่พ้นขีดอันตราย รวมทั้งให้ขอความเห็นชอบผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร งดเว้นค่าธรรมเนียมการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อสถานที่ดังกล่าวด้วย

สำหรับแนวทางการจัดการหน้ากากอนามัยใช้แล้วจากประชาชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) มีกระบวนการดังนี้ สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลและหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร จัดหาถังรองรับหน้ากากอนามัยพร้อมติดป้ายข้อความ “สำหรับทิ้งหน้ากากอนามัยเท่านั้น”

และจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมในการตั้งวางถังรองรับหน้ากากอนามัยจากประชาชน ประกอบด้วย สำนักงานเขต 50 แห่ง ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร 11 แห่ง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) บริเวณหน้าห้องตรวจโรค สำนักอนามัย ชั้น 1 ฝั่งถนนดินสอ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) บริเวณจุดคัดกรอง 4 จุด

ประกอบด้วย อาคาร 1 (อาคารสำนักการโยธา) บริเวณทางเข้าด้านธนาคารกรุงไทย อาคาร 2 (อาคารสำนักการระบายน้ำ) บริเวณทางเข้าด้านห้องละหมาด อาคารธานีนพรัตน์ 2 จุด (ด้านฝั่งวิภาวดี และด้านฝั่งวงเวียนน้าพุ) และอาคารไอราวัตพัฒนา บริเวณทางเข้าชั้น B1 ใกล้ลานน้ำพุ พร้อมทั้งให้แนะนำขั้นตอนวิธีการทิ้งหน้ากากอนามัยให้ประชาชนทราบ

ทั้งนี้การกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ จะกำจัดด้วยเตาเผามูลฝอยติดเชื้อ โดยมูลฝอยติดเชื้อจะถูกป้อนเข้าสู่ห้องเผาที่ 1 ซึ่งจะทำการหมุนระหว่างการเผาเพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 760 องศาเซลเซียส หลังจากนั้นจะเข้าสู่ห้องเผาที่ 2 เพื่อกำจัดควันและกลิ่นให้สมบูรณ์ ซึ่งจะควบคุมอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1,000 องศาเซลเซียส ขั้นตอนต่อจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนระบบบำบัดมลพิษทางอากาศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...