โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ฮัทชิสันพอร์ท" เปิดแผน 3 ปี ขยาย "ท่าเรือ D" รับขนส่งพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 ส.ค. 2564 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2564 เวลา 10.13 น.

ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย รับอานิสงส์ยอดส่งออกพุ่ง หนุนรายได้ 7 เดือน ปี 2564 โต 14% เทงบฯลงทุน 2 หมื่นล้าน ต่อยอดขยายชุดพอร์ต D2-D3 เสริมแกร่งไทยครองเบอร์ 4 ท่าเทียบเรือแห่งภูมิภาคภายใน 3 ปี

นายสตีเฟ้นท์ อาร์ชเวิรท กรรมการผู้จัดการบริษัท ฮัทชิสัน พอร์ท ประเทศไทย (HPT) และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ประกอบการท่าเทียบเรือชั้นนำในประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 7 เดือน ปี 2564 ยอดการขนส่งสินค้าผ่านท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นผลจากการส่งออกและการนำเข้ากลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกหลังจากประเทศต่าง ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจ จึงส่งผลดีต่อปริมาณการขนส่งสินค้าเข้า-ออกของ HPT ที่เพิ่มขึ้น

โดยช่วงครึ่งปีแรกมีเรือขนส่งตู้สินค้า 529 ลำ ใช้บริการ HPT ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเรือฟีดเดอร์ขนาด 500-2,500 ทีอียู 245 ลำ เรือขนส่งตู้สินค้าที่มีขนาด 4,501-12,500 ทีอียู 166 ลำ เรือที่มีขนาดใหญ่พิเศษ (Ultra Large Container Vessel : ULCV) มีระวางบรรทุกตู้สินค้ามากกว่า 12,500 TEU จำนวน 66 ลำ และเรือพานาแมกซ์ หรือขนาด 2,501-4,500 ทีอียู 57 ลำ

ในปีนี้เหตุการณ์สำคัญของ HPT คือ ได้ขนถ่ายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้กับโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT โครงการรถไฟฟ้า BTS สายสีทอง รวมถึงการสนับสนุนการขนถ่ายชิ้นส่วนก่อสร้างแท่นขุดเจาะน้ำมัน รวมถึงเรือ MSC MINA เรือขนส่งสินค้าที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์ 23,256 TEUs เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40% ในแหลมฉบัง และครองสัดส่วน 30% ในประเทศไทย หรือปริมาณบริหารจัดการที่ 3.19 ล้านตู้ในปี 2563

“ปัจจุบันท่าเรือแหลมฉบังถือว่าเป็นท่าเรือหลัก เป็นประตูของการนำเข้า-ส่งออกของประเทศไทยในปี 2563 มีตู้สินค้าผ่านท่าถึง 7.6 ล้าน TEU คิดเป็น 76% จากปริมาณตู้สินค้าทั้งหมดของประเทศไทย 10.5 ล้าน TEU ถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 20 ของโลก และอันดับที่ 4 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากท่าเรือสิงคโปร์ พอร์ตกลัง และตันหยงเปเลปัส ประเทศมาเลเซีย”

ด้านนายอาณัติ มัชฌิมา ประธานบริหารงานทั่วไป HPT กล่าวว่า บริษัทวางแผนที่จะขยายศักยภาพการดำเนินงานของท่าเทียบเรือต่าง ๆ มีเป้าหมายประมาณ 6.75 ล้าน TEU ภายใน 2-3 ปีข้างหน้านี้ โดยได้ขยายการลงทุนท่าเทียบเรือชุด D ซึ่งเริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2016 ขณะนี้ได้ก่อสร้างและเปิดทำการเฟสแรกท่าเทียบเรือ D1 ไปเมื่อเดือนมกราคม 2019 ทำให้ปัจจุบันเปิดให้บริการในท่าเทียบเรือ A2 A3 C1 C2 D1

“ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาส่วนที่เหลือของท่าเทียบเรือชุด D ต่อเนื่อง D2 และ D3 ซึ่งจะยังมีในส่วนของที่วางตู้สินค้า ติดตั้งระบบรีโมตส่งถึงฝั่งเครน 17 ตัว รีโมตคอนโทรลไฟฟ้า 43 ตัว มีรถบรรทุก 100 คัน ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดจะมีความยาวท่าเทียบเรือ 1,700 เมตร และมีความลึก 16 เมตรจากระดับน้ำทะเล ความจุ 3.5 ล้านทีอียู นอกจากนี้ ยังเตรียมพัฒนาต่อยอดในการนำระบบ 5G มาใช้เชื่อมต่อสัญญาณ และนำระบบรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้ในปีหน้าด้วย”

นายอาณัติกล่าวว่า หากการก่อสร้างท่าเรือชุด D สำเร็จจะไม่เพียงส่งผลดีต่อบริษัทในแง่ที่จะสามารถรองรับเรือขนาดใหญ่กว่า ULCV ได้ และมีความทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ซึ่งนั่นจะช่วยรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ไทยเป็นผู้ให้บริการท่าเทียบเรือชั้นนำในภูมิภาค และที่สำคัญธุรกิจท่าเรือเป็นธุรกิจที่จะมีความยั่งยืนเพราะอายุการใช้งานท่าจะอยู่ที่ 50-100 ปี นี่จึงถือเป็นวิสัยทัศน์ของผู้ลงทุนที่มองถึงโอกาสในอนาคต

“ในช่วงครึ่งปีแรกเราพบว่ายอดการขนส่งสินค้าในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นหลังจากประเทศต่าง ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจมีการนำเข้าสินค้ามาก ไทย มาเลเซียเติบโต และโดยเฉพาะเวียดนามเติบโตมากจาก 17% ปีก่อน มาเป็น 44% กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ทุกคนสนใจ ส่วนปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกก่อนหน้านี้ ทำให้ปริมาณการขนส่งตรงท่าเทียบเรือแหลมฉบังลดลง 5.5% แต่ตอนนี้เริ่มคลี่คลาย ต้องยอมรับว่าเมื่อการค้าระหว่างประเทศไม่ดีก็มีผลต่อเราบ้าง แต่ตอนนี้ทุกอย่างคลี่คลายเรือใหญ่พร้อมจะมาจอด จึงไม่มีผลต่อแผนการลงทุนของเรา”

อนึ่ง HPT เป็นหนึ่งในเครือบริษัท ซีเค ฮัทชิสัน โฮลดิ้งส์ จำกัด (CK Hutchison Holdings Limited) ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านท่าเทียบเรือและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นผู้ลงทุนพัฒนาและประกอบการด้านท่าเทียบเรือชั้นนำของโลก มีเครือข่ายท่าเทียบเรือถึง 52 แห่ง กระจายอยู่ใน 26 ประเทศทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...