โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

คนมองหนัง : 'ผีใช้ได้ค่ะ-เวลา' ข่าวดีของ 'หนังไทย' ในระดับนานาชาติ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 ก.ย 2564 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2564 เวลา 11.29 น.

 

‘ผีใช้ได้ค่ะ-เวลา’

ข่าวดีของ ‘หนังไทย’ ในระดับนานาชาติ

 

หลังจากภาพยนตร์เรื่อง “Memoria” ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” สามารถคว้ารางวัลที่คานส์ หนังไทย-ผู้กำกับฯ ไทยก็ยังคงเดินหน้าประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

เริ่มต้นด้วยเทศกาลภาพยนตร์โลการ์โน 2021 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-14 สิงหาคม ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หนึ่งในกิจกรรมเด่นของเทศกาลภาพยนตร์นี้ก็คือ “โอเพ่นดอร์ส” ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนทำหนังอิสระมีโอกาสได้รับการสนับสนุนทางด้านทุนสร้างและทุนพัฒนาภาพยนตร์ รวมทั้งระดมทุนจากผู้สร้างหลากหลายประเทศ

ในรอบปี 2019-2021 กิจกรรม “โอเพ่นดอร์ส” จะมุ่งสนับสนุนโปรเจ็กต์ภาพยนตร์จาก 8 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ร่วมด้วยมองโกเลีย

โดยในปีนี้ มีหนังไทยสองเรื่องที่ได้รับรางวัลจากเวที “โอเพ่นดอร์ส ฮับ” ซึ่งจะคัดเลือกโครงการหนังยาวจำนวน 8 โครงการมานำเสนอต่อคณะกรรมการ ก่อนจะมีการมอบเงินรางวัลเพื่อเป็นทุนสร้าง-ทุนพัฒนาให้แก่โปรเจ็กต์ที่น่าสนใจต่อไป

 

เริ่มจากโครงการหนังเรื่อง “ผีใช้ได้ค่ะ” (A Useful Ghost) ซึ่งได้รับรางวัลใหญ่สุดบนเวที “โอเพ่นดอร์ส ฮับ” เป็นเงินสนับสนุนด้านงานสร้างมูลค่า 35,000 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท

“ผีใช้ได้ค่ะ” คือผลงานการกำกับฯ-เขียนบทโดย “รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค” ซึ่งเคยทำหนังสั้นระดับโดดเด่นมาแล้วหลายเรื่อง ด้วยอารมณ์ขันแบบปัญญาชน ที่ดูจะได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีสังคมศาสตร์-มนุษยศาสตร์ร่วมสมัย อาทิ “มะนีจันเปล่งเสียงไม่ได้ในทวิภูมิทางภาษาของคุณ” “แหม่มแอนนา หัวนม มาคารอง โพนยางคำ และการศึกษาขั้นพื้นฐาน” และ “อนินทรีย์แดง”

โปรเจ็กต์นี้จะโปรดิวซ์โดยคัทลียา เผ่าศรีเจริญ โสฬส สุขุม และ 185 ฟิล์มส์

“ผีใช้ได้ค่ะ” เป็นหนังแนวตลกร้ายที่เล่าเรื่องราวของสามี-ภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งใช้ชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข พร้อมลูกชายวัย 7 ขวบ

แต่มาวันหนึ่ง ฝ่ายหญิงกลับต้องเสียชีวิตลงด้วยโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากมลภาวะทางอากาศ

ขณะที่ผู้เป็นพ่อวิตกกังวลว่าลูกชาย ซึ่งมีอาการป่วยคล้ายแม่ จะเสียชีวิตตามไปด้วยอีกหนึ่งคน วิญญาณของผู้เป็นแม่ก็เข้าสิง “เครื่องดูดฝุ่น” เพื่อพยายามปกป้องลูกชายของเธอ

คณะกรรมการตัดสินรางวัลระบุว่า “(โครงการ) ภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวถึงประเด็นทางสังคมและการเมืองในยุคปัจจุบันผ่านอารมณ์ขัน เรื่องราวดังกล่าวสืบสานรากเหง้ามาจากขนบธรรมเนียมอันยาวนานของวงการหนังเอเชีย แต่จะถูกบอกเล่าด้วยวิธีการแบบใหม่และร่วมสมัย”

ขณะที่ผู้กำกับฯ-ผู้เขียนบทชาวไทยกล่าวในพิธีมอบรางวัลว่า

“ผมขอขอบคุณเพื่อนๆ ร่วมประเทศที่เมืองไทย ซึ่งยังคงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกันอยู่ ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ก็เพราะพวกเขาเหล่านั้น”

 

นอกจากนั้น โครงการภาพยนตร์ไทยเรื่อง “9 วัดสู่สวรรค์” ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรม “โอเพ่นดอร์ส ฮับ” เช่นกัน ก็ได้รับรางวัล “อาร์เต คิโน อินเตอร์เนชั่นแนล ไพรซ์” มูลค่า 6 พันยูโร หรือประมาณ 2 แสนบาท

นี่คือโครงการภาพยนตร์ของ“สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์” ที่เคยมีผลงานหนังยาวเรื่อง “หมอนรถไฟ” และถือเป็นผู้ช่วยผู้กำกับฯ คนสำคัญของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ในตลอดหลายปีหลัง

“9 วัดสู่สวรรค์” โปรดิวซ์โดยกฤษฎา ขำยัง และคิก เดอะ แมชชีน (บริษัทโปรดักชั่นเฮาส์ของอภิชาติพงศ์)

 

ข้ามฟากไปยังเทศกาลภาพยนตร์เวนิส 2021 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-11 กันยายน ซึ่งมีหนังไทยสองเรื่องได้เข้าร่วมประกวดชิงรางวัล

โดยในสายการประกวดรอง “Orizzonti” มีภาพยนตร์เรื่อง “เวลา” (Anatomy of Time) ผลงานขนาดยาวเรื่องล่าสุดของ “จักรวาล นิลธำรงค์” นักทำหนังอิสระและอาจารย์สอนวิชาภาพยนตร์จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมชิงชัย

“เวลา” ถ่ายทอดชีวิตสองช่วงของตัวละครหญิงชื่อ “แหม่ม”

ย้อนไปในทศวรรษ 1960 แหม่มในวัยสาวใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด เธอซึมซับแนวคิดเชิงปรัชญาจากพ่อผู้เป็นช่างซ่อมนาฬิกา ขณะที่ความตึงเครียดจากการสู้รบระหว่างระบอบเผด็จการทหารและพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกำลังก่อตัวขึ้น

เวลานั้น แหม่มถูกจีบโดยชายหนุ่มสองคน รายแรกคือคนขี่รถสามล้อผู้อ่อนแอ รายหลังคือนายทหารหนุ่มผู้ทะเยอทะยานและโหดเหี้ยม

ห้าทศวรรษต่อมา นายทหารหนุ่มกลับกลายเป็นนายพลผู้ใช้ชีวิตห้วงสุดท้ายอย่างน่าอัปยศอดสู แหม่มต้องคอยดูแลพยาบาลสามีที่มีพฤติกรรมเลวทราม พร้อมๆ กับย้อนรำลึกถึงอดีตที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย ความทุกข์ และความสุขของตนเอง

นอกจากบอกเล่าเกี่ยวกับชีวิตของ “แหม่ม” หนังเรื่อง “เวลา” ยังพูดถึงคนรุ่นหนึ่งที่ค่อยๆ ร่วงโรยไป เรื่องราวของสตรีผู้เป็นตัวละครหลักจึงซ้อนทับกับอดีตบาดแผลของประเทศชาติและประชาชนที่ถูกกดขี่ขูดรีดภายในประเทศดังกล่าว

ย้อนไปเมื่อสามปีก่อน หนังไทยเรื่อง “กระเบนราหู” ของ “พุทธิพงษ์ อรุณเพ็ง” ก็เคยได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในสาย “Orizzonti” มาแล้ว

น่าสนใจว่าพุทธิพงษ์มีรายชื่อเป็น “ผู้กำกับภาพ” ของหนังเรื่อง “เวลา” ที่กำลังลุ้นรางวัลเดียวกันในปีนี้

 

ยังมีหนังสั้นไทยอีกหนึ่งเรื่อง ที่ได้รับคัดเลือกเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยมในสาย “Orizzonti” นั่นคือ “ผิดปกติใหม่” (New Abnormal) โดย “สรยศ ประภาพันธ์” คนทำหนังสั้นที่มีผลงานเข้าประกวดระดับนานาชาติโดยสม่ำเสมอ

หนังสั้นที่ “สร้างจากเรื่องจริง” เรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนของชีวิตมนุษย์ในระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 และภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลไทย

หนังติดตามตัวละครหลากหลายในฉากชีวิตที่แตกต่างกัน ทว่าพวกเขากลับต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจคล้ายคลึงกัน

 

ข้อมูลจาก

https://www.locarnofestival.ch/LFF/press/press-releases/2021/Open-Doors-Hub-and-Lab-prize-winners-2021

https://variety.com/2021/film/global/locarno-open-doors-awards-thailand-film-a-useful-ghost-1235038144/

https://www.labiennale.org/en/cinema/2021/lineup/orizzonti/wela-anatomy-time

https://www.labiennale.org/en/cinema/2021/lineup/orizzonti/pid-pokati-mai-new-abnormal

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...