โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปชัดๆ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง มีข้อห้าม ข้อบังคับอย่างไร อ่านเลย!

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 ต.ค. 2563 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2563 เวลา 04.45 น. • The Bangkok Insight

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร คืออะไร มีข้อห้าม ข้อบังคับอย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจ - ทหารมีอำนาจหน้าที่อย่างไรในประกาศนี้ อ่านเลย!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า

โดยที่ปรากฏว่า มีบุคคลหลายกลุ่มได้เชิญชวน ปลุกระดม และดำเนินการให้มีการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะในกรุงเทพมหานคร โดยใช้วิธีการและช่องทางต่างๆ ก่อให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย และ ความไม่สงบเรียบร้อยของประชาชน มีการกระทำที่กระทบต่อขบวนเสด็จพระราชดำเนิน

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า มีการกระทำที่มีความรุนแรง กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยในชีวิตหรือทรัพย์สินของรัฐ หรือบุคคล อันมิใช่การชุมนุมโดยสงบที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้งยังกระทบโดยตรง ต่อสัมฤทธิผลของมาตรการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศที่อยู่ในภาวะเปราะบาง

กรณีนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขกรณีดังกล่าวให้มีการยุติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันท่วงที เพื่อให้มีการปฏิบัติตามฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยและประโยชน์ส่วนรวม อาศัยอำนาจตามความมาตรา 5 และ 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 นายกรัฐมนตรี

จึงให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เวลา 04.00 น.เป็นต้นไป นั้น

iLawสรุปสาระสำคัญของประกาศดังกล่าว ดังนี้

ข้อห้าม (เฉพาะพื้นที่กรุงเทพ)

  • ห้ามชุมนุมและมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
  • ห้ามเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนหวาดกลัว หรือ บิดเบือนให้เกิดความเข้าใจผิดจนกระทบความมั่นคงของรัฐ
  • ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือ ยานพาหนะ หรือให้ใช้เส้นทางที่กำหนด
  • ห้ามใช้ เข้าไป อยู่ใน หรือ ให้ออกจากอาคารหรือสถานที่ใดๆ ที่รัฐกำหนด

อำนาจที่ใช้จัดการ

  • อำนาจจับกุมและควบคุมตัวไม่เกิน 7 วัน (สูงสุด 30 วัน)
    - บุคคลที่สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น หรือปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • อำนาจเรียกบุคคลมารายงานตัวเพื่อให้ถ้อยคำ เอกสาร หรือ หลักฐาน
  • อำนาจยึดหรืออายัดอุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร อาวุธ สินค้า หรือวัตถุอื่นใด
  • อำนาจตรวจค้น รื้อ ถอน หรือทำลายซึ่งอาคารสิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวาง
  • อำนาจสั่งห้ามมิให้บุคคลกระทำการใดๆ หรือสั่งให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการใดๆ

ผู้มีอำนาจสั่งการและผู้ปฏิบัติงาน

  • พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ที่มีความร้ายแรง
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ให้ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และ ข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่
ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ iLaw ยังระบุอีกว่า อำนาจแบบ "คสช." รีเทิร์น! พล.อ.ประยุทธ์ ออกข้อกำหนดห้ามชุมนุมตั้งแต่ 5 คน และ ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 7 วัน

ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ทำให้ นายกฯ มีอำนาจในการออกประกาศและข้อกำหนดซึ่งมีความคล้ายคลึงกับอำนาจในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือยุคเผด็จการเต็มใบ ก็คือ ห้ามชุมนุมตั้งแต่ 5 คน และ ควบคุมตัวได้ไม่เกิน 7 วัน

หากให้ทบทวนการใช้อำนาจในลักษณะดังกล่าวของ คสช. จะพบว่า อำนาจสั่งห้ามชุมนุมตั้งแต่ 5 คน เป็นอำนาจที่ถูกใช้อย่างกว้างขวางและเป็นการห้ามการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมในทุกกรณีแบบเบ็ดเสร็จ ไม่เว้นแม้แต่การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งภายใต้อำนาจดังกล่าว คสช. ใช้เป็นข้อหาในการดำเนินคดีกับประชาชนอย่างน้อย 421 คน

ส่วนอำนาจในการควบคุมตัวไม่เกิน 7 วัน จะมีความแตกต่างจากการใช้อำนาจในยุคคสช. คือ การจับกุมจะต้องขออำนาจศาลเพื่อดำเนินการจับกุมและควบคุมตัว และการควบคุมตัวดังกล่าวสามารถขยายเวลาได้สูงสุดไม่เกิน 30 วัน ส่วนสิ่งที่เหมือนกับยุคคสช. คือ สถานที่ควบคุมตัวที่ต้องไม่ใช่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง ทัณฑสถาน หรือเรือนจำ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ให้อำนาจอย่างกว้างขวางในการกำหนดสถานที่ควบคุมตัว

อย่างไรก็ดี อำนาจในลักษณะดังกล่าวได้นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรง เช่น การบังคับให้สูญหาย การซ้อมทรมาน หรือเสียชีวิตในระหว่างถูกควบคุมตัว

ขอบคุณเพจ iLaw

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...