โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การกลับมาของ ‘วงศ์เทวัญ’ ในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในรอบ 15 ปี

THE STANDARD

อัพเดต 03 ก.ย 2561 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2561 เวลา 10.11 น. • thestandard.co
การกลับมาของ ‘วงศ์เทวัญ’ ในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในรอบ 15 ปี

ธรรมเนียมปฏิบัติที่สำคัญของกองทัพบกที่มีการจัดทำขึ้นทุกๆ ปีคือ การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ซึ่งภายใน 1 ปีมีการโยกย้ายนายทหาร 2 ช่วงเวลาที่สำคัญ ได้แก่ การแต่งตั้งโยกย้ายกลางปี (เม.ย.) และการแต่งตั้งโยกย้ายปลายปี (ส.ค.)

 

การแต่งตั้งโยกย้ายที่เกิดขึ้นก็เพื่อให้มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนการดำรงตำแหน่งของนายทหารในกองทัพบก โดยเฉพาะนายทหารชั้นนายพลเข้าสู่ตำแหน่งสูงขึ้น เพื่อเตรียมเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน หรือขยับเข้าสู่ตำแหน่งระดับสูงในกองทัพบกช่วงแต่งตั้งโยกย้ายปลายปี เช่น ผู้บัญชาการทหารบกและแม่ทัพภาค รวมถึงหน่วยคุมกำลัง เช่น ผู้บัญชาการกองพลทหารราบ, ผู้บัญชาการกองพลทหารม้า และผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่

 

ตำแหน่งสำคัญที่ถูกจับตามองในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีในเดือนสิงหาคมของทุกปี ได้แก่ ผู้บัญชาการทหารบก ตำแหน่งสูงสุดในกองทัพบกที่เปรียบเสมือนนายกรัฐมนตรีเงา มีอำนาจทางการเมืองและการทหาร สามารถกำหนดทิศทางการเมืองไทยว่าควรจะออกมาทิศทางใด

 

ภาพที่ 1:จากซ้ายไปขวา จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์, จอมพล ถนอม กิตติขจร, พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้บัญชาการทหารบกที่ควบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง ที่มาของภาพ www.rta.mi.th

 

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารบกมีบทบาทสำคัญในทางการเมืองและการทหาร โดยเฉพาะบทบาททางการเมืองมีส่วนในการสนับสนุนและสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลพลเรือน และสามารถเข้ายึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนได้ในเวลาเดียวกัน

 

การยึดอำนาจในแต่ละครั้งส่วนใหญ่เป็นผู้บัญชาการทหารบกเป็นหัวหน้า นอกจากนี้ ยังมีผู้บัญชาการทหารบกบางคนเข้าไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่ง ได้แก่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม, จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์, จอมพล ถนอม กิตติขจร, พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

 

ภาพที่ 2:จากซ้ายไปขวา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก อุดมเดช สีตบุตร และ พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบกจากบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี ที่มาของภาพ www.rta.mi.th

 

ย้อนดูเส้นทางการเติบโตของ ‘ผู้บัญชาการทหารบก’

สำหรับเส้นทางการเติบโตของผู้บัญชาการทหารบกสามารถแบ่งออกเป็น 2 สายหลัก ได้แก่ เติบโตจากสายคุมกำลัง (Command) และเติบโตจากสายเสนาธิการ (Staff)

 

สายคุมกำลังเติบโตจากเหล่าคุมกำลังรบของกองทัพบก ได้แก่ เหล่าทหารราบ, เหล่าทหารม้า และเหล่าทหารปืนใหญ่ ส่วนสายเสนาธิการเติบโตจากเหล่าสนับสนุนกำลังรบของกองทัพบก เช่น เหล่าทหารช่างและเหล่าทหารสื่อสาร

 

แต่ภายหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 จนถึงปัจจุบัน เส้นทางการเติบโตขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกเป็นการแข่งขันระหว่างกลุ่มย่อยภายในกองทัพบกระหว่างวงศ์เทวัญ (กองพลที่ 1 รักษาพระองค์) บูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี (กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์) และรบพิเศษ (หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ)

 

ซึ่งตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกถูกผูกขาดโดยบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินีมาตลอด ระหว่างปี 2547-2548 และ 2550-2559 ผู้บัญชาการทหารบกมาจากนายทหารบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี 5 คน ได้แก่

 

  • พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 34 ระหว่างปี 2547-2548
  • พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 36 ระหว่างปี 2550-2553
  • พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 37 ระหว่างปี 2553-2557
  • พลเอก อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 38 ระหว่างปี 2557-2558
  • พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 39 ระหว่างปี 2558-2559

 

 

ผบ.ทบ. ปี 2561 ได้ ‘วงศ์เทวัญ’ ในรอบ 15 ปี

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561 เป็นอีกครั้งที่ผู้บัญชาการทหารบกไม่ได้มาจากกลุ่มบูรพาพยัคฆ์ ภายหลังสื่อต่างๆ ได้นำเสนอเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561 โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นัดเชิญประชุมร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพในวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 เพื่อหารือการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561

 

ข่าวในสำนักข่าวออนไลน์ระบุตรงกันว่า โผแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารปีนี้ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 41 ต่อจาก พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2561 เป็นนายทหารที่มาจากวงศ์เทวัญ (กองพลที่ 1 รักษาพระองค์) ได้แก่ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก อดีตแม่ทัพภาคที่ 1 และผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งเติบโตในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์มาตลอด และได้รับการคาดหมายว่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

 

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่นายทหารจากวงศ์เทวัญกลับมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก หลังจาก พลเอก สมทัต อัตตะนันทน์ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 32 ระหว่างปี 2545-2546 และเป็นอีกครั้งที่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกถูกกระจายมาสู่นายทหารที่ไม่ได้มาจากบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี

 

กล่าวได้ว่าเป็นช่วง 10 ปีที่ผู้บัญชาการทหารบกมาจากสายบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี ไม่มีทหารจากสายอื่นๆ คือ วงศ์เทวัญและรบพิเศษ สามารถแข่งขันขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกได้เลย อย่างน้อยที่สุดสามารถขึ้นสู้ได้เพียงตำแหน่งระดับสูงของกองทัพบก เช่น รองเสนาธิการทหารบก แม่ทัพภาคที่ 1 เสนาธิการทหารบก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้บัญชาการทหารบก

 

เส้นทางขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกของวงศ์เทวัญ

ก่อนที่ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกจะสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 41 ในอดีตเคยมีผู้บัญชาการทหารบกที่มาจากวงศ์เทวัญ ซึ่งวงศ์เทวัญคือกลุ่มนายทหารที่รับราชการอยู่ในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ มีหน่วยขึ้นตรงหลักคือกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

 

แต่เดิมวงศ์เทวัญเป็นการเรียกกลุ่มทหารจากต่างจังหวัดในสมัย จอมพล ประภาส จารุเสถียร ผู้บัญชาการทหารบก และ พลเอก ประเสริฐ ธรรมศิริ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ที่มีมุมมองต่อบุตรหลานของนายทหารระดับสูงในกองทัพบกที่เข้ารับราชการในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์เป็นหน่วยที่มีความใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพบก ซึ่งบุตรหลานของนายทหารระดับสูงได้รับการอุปถัมภ์ให้เติบโตในเส้นทางการรับราชการ ส่วนกลุ่มนายทหารต่างจังหวัดขาดโอกาสในการโยกย้ายเข้ารับราชการอยู่ในหน่วยทหารรักษาพระองค์ โดยผู้บัญชาการทหารบกจากวงศ์เทวัญมีทั้งสิ้น 8 คน ได้แก่

 

 

จากซ้ายไปขวา

  • จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 16 ระหว่างปี 2497-2506
  • จอมพล ถนอม กิตติขจร ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 17 ระหว่างปี 2506-2507
  • จอมพล ประภาส จารุเสถียร ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 18 ระหว่างปี 2507-2516
  • พลเอก กฤษณ์ สีวะรา ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 19 ระหว่างปี 2516-2518

 

 

จากซ้ายไปขวา

  • พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 24 ระหว่างปี 2525-2529
  • พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 27 ระหว่างปี 2535-2535
  • พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 30 ระหว่างปี 2539-2541
  • พลเอก สมทัต อัตตะนันทน์ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 32 ระหว่างปี 2545-2546

 

เส้นทางหลักการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกของนายทหารจากสายวงศ์เทวัญ ได้แก่ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์/กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ > ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ > แม่ทัพภาคที่ 1 > 4 เสือกองทัพบก > ผู้บัญชาการทหารบก

 

จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์, จอมพล ถนอม กิตติขจร, จอมพล ประภาส จารุเสถียร, พลเอก กฤษณ์ สีวะรา และ พลเอก สมทัต อัตตะนันทน์ มีเส้นทางขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในรูปแบบดังกล่าว

 

พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ดำรงตำแหน่งในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้แก่ รองผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ก่อนจะข้ามไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับกรมผสมที่ 23 และผู้บัญชาการกองพลที่ 3 และกลับมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ > แม่ทัพภาคที่ 1 > 4 เสือกองทัพบก > ผู้บัญชาการทหารบก

 

พลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี ดำรงตำแหน่งในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้แก่ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ข้ามไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชากองพลทหารราบที่ 6 และกลับมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ก่อนข้ามไปดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นสู่ตำแหน่ง 4 เสือกองทัพบก และผู้บัญชาการทหารบก

 

พลเอก เชษฐา ฐานะจาโร ดำรงตำแหน่งในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้แก่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ผู้บังคับกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ก่อนข้ามไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 11 และกองพลทหารราบที่ 6 และกลับมาดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 > 4 เสือกองทัพบก > ผู้บัญชาการทหารบก

 

ภาพตึกกองบัญชาการกองทัพบก จากประชาสัมพันธ์กองทัพบก

 

4 เหตุผล 3 ปัจจัยการเมือง ส่งวงศ์เทวัญขึ้น ผบ.ทบ.

องค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนให้นายทหารจากวงศ์เทวัญสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกได้เป็นครั้งแรกในปี 2497 จนถึงก่อนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 และสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งภายหลังพฤษภาทมิฬ 2535 ได้แก่

  • รับราชการในหน่วยทหารรักษาพระองค์
  • จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าได้คะแนนลำดับต้นๆ ของรุ่น ทำให้มีสิทธิ์เลือกลงในหน่วยทหารรักษาพระองค์ โดยเฉพาะหน่วยทหารรักษาพระองค์เหล่าทหารราบ
  • การเป็นเครือญาติหรือลูกหลานของนายทหารที่รับราชการอยู่ในหน่วยรักษาพระองค์ โดยเฉพาะกองพลที่ 1 รักษาพระองค์, กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์
  • รับราชการอยู่ในหน่วยรบของกองทัพบก คือ เหล่าทหารราบ

 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางการเมืองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้นายทหารจากวงศ์เทวัญสามารถดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกได้อย่างต่อเนื่อง ดังนี้

  • การขึ้นมามีบทบาททางการเมืองและการทหารของนายทหารจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ที่นำกำลังเข้าร่วมทำรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490
  • การดำรงตำแหน่งคุมกำลังในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งมีหน่วยขึ้นตรงหลัก ได้แก่ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เป็นฐานสะสมอำนาจทางการเมืองและการทหารที่สำคัญในการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
  • การขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปี 2497 ของ จอมพล สฤษดิ์ สามารถวางตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกให้แก่นายทหารในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ได้แก่ จอมพล ถนอม, จอมพล ประภาส และ พลเอก กฤษณ์

 

มีเหมือนกันที่ ผบ.ทบ. ไม่ได้มาจากบูรพาพยัคฆ์หรือวงศ์เทวัญ

อย่างไรก็ตาม มีบางช่วงที่นายทหารจากกลุ่มอื่นๆ ที่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ได้แก่ การรัฐประหาร กบฏ และการเปลี่ยนผ่านจากระบอบประชาธิปไตยมาสู่ระบอบเผด็จการทหาร หรือจากระบอบเผด็จการทหารมาสู่ระบอบประชาธิปไตย เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519, กบฏเดือนเมษายน 2524, กบฏเดือนกันยายน 2528, รัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ 2534, เหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535, รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557

 

โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในกองทัพบกครั้งใหญ่ คือ นายทหารที่เติบโตในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งคุมกำลังในกองทัพบกเกือบทั้งหมด ทำให้นายทหารกลุ่มอื่นๆ เริ่มเข้าสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

 

องค์ประกอบสำคัญซึ่งสนับสนุนนายทหารที่มีความเหมาะสมจะได้เข้ามารับตำแหน่งดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม กล่าวคือ

  • นายทหารที่เติบโตจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ถูกลดบทบาทลง
  • ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาที่ได้คะแนนสูงลำดับต้นๆ จากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
  • สภาวะสุญญากาศในกองทัพบกหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นการเปิดโอกาสให้นายทหารกลุ่มอื่นๆ เข้าสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก
  • นายทหารที่เติบโตจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ไม่ได้ผูกขาดตำแหน่งคุมกำลังและระดับสูงของกองทัพอีกต่อไป

 

ทำให้นายทหารจากสายเสนาธิการ นายทหารจากรบพิเศษ และนายทหารจากบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินีสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกได้เช่นเดียวกัน นายทหารจากสายเสนาธิการที่ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ได้แก่

 

 

จากซ้ายไปขวา 1-5

  • พลเอก บุญชัย บำรุงพงศ์ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 20 ระหว่างปี 2518-2519
  • พลเอก เสริม ณ นคร ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 21 ระหว่างปี 2519-2521
  • พลเอก ประยุทธ จารุมณี ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 23 ระหว่างปี 2524-2525
  • พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 25 ระหว่างปี 2529-2533
  • พลเอก สุจินดา คราประยูร ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 26 ระหว่างปี 2533-2535
  • พลเอก ประมณฑ์ ผลาสินธุ์ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 29 ระหว่างปี 2538-2539

 

นายทหารจากรบพิเศษ (หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ) ที่ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ได้แก่

 

 

จากซ้ายไปขวา

  • พลเอก วิมล วงศ์วานิช ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 28 ระหว่างปี 2535-2538
  • พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 31 ระหว่างปี 2541-2545
  • พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 35 ระหว่างปี 2548-2550
  • พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 40 ระหว่างปี 2559 ถึงปัจจุบัน

 

นายทหารจากบูรพาพยัคฆ์ (กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์) และทหารเสือราชินี (กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์) ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ได้แก่

 

 

จากซ้ายไปขวา

  • พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 34 ระหว่างปี 2547-2548
  • พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 36 ระหว่างปี 2550-2553
  • พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 37 ระหว่างปี 2553-2557
  • พลเอก อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 38 ระหว่างปี 2557-2558
  • พลเอก ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 39 ระหว่างปี 2558-2559

 

 

วงศ์เทวัญคนสุดท้ายเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ทักษิณตั้ง

พลเอก สมทัต อัตตะนันทน์ เป็นนายทหารจากวงศ์เทวัญคนสุดท้ายที่ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก

 

พลเอก สมทัต ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2545-2546 ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้อำนาจทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปีที่เรียกว่า การนำทหารกลับสู่การเมืองอีกครั้ง (Repoliticization of the Military)

 

โดยทักษิณได้เข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี ต้องการมีอำนาจเหนือทหารด้วยการนำทหารกลับสู่การเมืองมาเป็นฐานอำนาจทางการเมืองทักษิณ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและลดโอกาสการทำรัฐประหาร ซึ่งเป็นความพยายามของทักษิณที่ต้องการสร้างความร่วมมือกับทหารและหลีกเลี่ยงการท้าทายอำนาจของทหาร ความเกี่ยวโยงที่แนบแน่นระหว่างทหารกับรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งผลักดันให้ทักษิณนำทหารเข้ามาอยู่ภายใต้รัฐบาลและเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล ด้วยการใช้อำนาจทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นช่วงที่วงศ์เทวัญไม่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก มีเพียงนายทหารบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินีกับรบพิเศษที่สามารถขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก แต่ภายหลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน

 

การผูกขาดตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจากบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินีเริ่มถดถอย เมื่อ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท จากรบพิเศษขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกในปี 2559 และ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ จากวงศ์เทวัญ ซึ่งจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่นายทหารจากวงศ์เทวัญได้รับความไว้วางใจให้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกอีกครั้ง ภายใต้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องการพักยกระหว่างบูรพาพยัคฆ์-วงศ์เทวัญ เพื่อสร้างความเป็นเอกภาพภายในกองทัพบกเพื่อเตรียมรับการเลือกตั้งในปี 2562

 

ภาพ: เฟซบุ๊ก วาสนา นาน่วม

 

ย้อนดูเส้นทาง ผบ.ทบ. ป้ายแดง พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์

สำหรับ พลเอก อภิรัชต์ เป็นนายทหารจากวงศ์เทวัญที่เติบโตในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์มาตลอด ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์, ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ก่อนขึ้นสู่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และเตรียมขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 41 ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561 ที่มีเส้นทางการเติบโตตามแบบของนายทหารจากวงศ์เทวัญ ได้แก่

 

ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์/กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ > ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ > แม่ทัพภาคที่ 1 > 4 เสือกองทัพบก > ผู้บัญชาการทหารบก

 

และนี่คือการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจากวงศ์เทวัญ (กองพลที่ 1 รักษาพระองค์) ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกครั้งแรกในรอบ 15 ปี ในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2561 ภายหลังตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาจากบูรพาพยัคฆ์และทหารเสือราชินี 5 คน ระหว่างปี 2547-2548 และ 2550-2559 และรบพิเศษ 2 คน ระหว่างปี 2548-2550 และ 2559 ถึงปัจจุบัน

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...