โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PPPM ย้ำผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว ตลท.ปลดเครื่องหมาย “C” เดินหน้ารุกธุรกิจเต็มสูบ

Wealthy Thai

อัพเดต 11 ก.ย 2563 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2563 เวลา 03.35 น. • wealthythai
PPPM ย้ำผลประกอบการผ่านพ้นจุดต่ำสุด รับผลดีหลังคุมเข้มค่าใช้จ่าย งบไตรมาส 2/63 ขาดทุนลดลง 57% ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดเครื่องหมาย “C” ส่วนทุนสูงกว่าเกณฑ์ ทางด้านซีอีโอ “ม.ล. พรรณเพียงเดือน สังคหะพงศ์” เปิดวิสัยทัศน์มุ่งฟื้นผลประกอบการพลิกเป็นบวกโดยเร็ว พร้อมฉายภาพอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี

PPPM ย้ำผลประกอบการผ่านพ้นจุดต่ำสุด รับผลดีหลังคุมเข้มค่าใช้จ่าย งบไตรมาส 2/63 ขาดทุนลดลง 57% ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ ปลดเครื่องหมาย “C” ส่วนทุนสูงกว่าเกณฑ์ ทางด้านซีอีโอ “ม.ล. พรรณเพียงเดือน สังคหะพงศ์” เปิดวิสัยทัศน์มุ่งฟื้นผลประกอบการพลิกเป็นบวกโดยเร็ว พร้อมฉายภาพอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี
ม.ล.พรรณเพียงเดือน สังคหะพงศ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีพี  ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายไว้ว่าต้องการเร่งฟื้นฟูให้ผลประกอบการของบริษัทฯ กลับเข้าสู่ภาวะปกติและพลิกเป็นบวกโดยเร็วที่สุด กำหนดกลยุทธ์เร่งสร้างรายได้โดยมุ่งให้ความสำคัญกับธุรกิจผลิตอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่ง จากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากกว่า 33 ปี
บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผลประกอบการของบริษัทฯ ได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว พิจารณาได้จากงบการเงินงวดไตรมาส 2 ของปี 2563 แม้ว่าจะยังคงแสดงผลขาดทุนสุทธิ 46.95 ล้านบาท แต่ลดลงถึง 57.73% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ผลจากการให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 2 ของปี 2563 อยู่ที่ 450.52 ล้านบาท ลดลงถึง 142 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีค่าใช้จ่ายรวมถึง 592.86 ล้านบาท
“ตลอดปีนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินตามกลยุทธ์มุ่งให้ความสำคัญกับธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ ขณะเดียวกันจะพยายามบริหารค่าใช้จ่ายเพื่อควบคุมต้นทุนการผลิตให้ลดต่ำลงไม่น้อยกว่า 10% จากต้นทุนการผลิตในปัจจุบัน และทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,800 ล้านบาท อาจลดลงจากปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากช่วงล็อคดาวน์ประเทศ กระทบด้านโลจิสติกส์ ระบบการขนส่งของลูกค้าและคู่ค้าปัจจัยการผลิต ทำให้การดำเนินธุรกิจไม่ต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ ส่งผลกระทบโดยรวมต่อผู้ประกอบการและทุกอุตสาหกรรมเป็นห่วงโซ่ แต่ขณะนี้ทุกอย่างใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุม ด้านสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารกลับมาเปิดให้บริการตามปกติ ความต้องการบริโภคในประเทศเริ่มฟื้นตัว และบริษัทฯ อยู่ในอุตสาหกรรมพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภค-บริโภค จึงทำให้การฟื้นตัวเร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่น”
คาดการณ์ว่าแนวโน้มความต้องการในการบริโภคจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2563 นี้ ซึ่งเป็นช่วงวงจรธุรกิจขาขึ้นของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ (High Season) เกษตรกรเริ่มมีการเลี้ยงในพื้นที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ และข้อสำคัญประเทศไทยมีจุดแข็ง คือมีแหล่งพันธุ์สัตวน้ำที่มีคุณภาพ
ทางด้านธุรกิจรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง(OEM)มีแนวโน้มเติบโตอย่างเห็นได้ขัด โดยพบว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา รายได้จากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น 50.62% เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตคนไทยหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงมีทิศทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดการณ์ว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นราว 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา  
บริษัทฯ ยังมีออร์เดอร์การรับจ้างผลิต (OEM) อาหารสัตว์อื่นๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมองว่านอกจากจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ เพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการบริหารจัดการกำลังการผลิตเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยศักยภาพการผลิตของบริษัทฯ และการพัฒนารูปแบบการผลิตอาหารสัตว์ให้มีความหลากหลาย พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้
ม.ล. พรรณเพียงเดือน  กล่าวปิดท้ายว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 359.96 ล้านบาท ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นสูงเกินกว่า 50% ของทุนชำระแล้ว เป็นไปตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กำหนดและได้ปลดเครื่องหมาย “C” สำหรับการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ  มีผลตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา และเน้นย้ำว่าบริษัทฯ ยังคงยึดถือนโยบายความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้า คู่ค้า โดยเฉพาะผู้ถือหุ้น และพนักงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...