รวบหนุ่มอาร์เจนตินา สาวแอฟริกาใต้ ขนโคเคนเข้าไทย แวะพักของ ถูกจับคาสนามบิน
ป.ป.ส. ยกระดับความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียน เฝ้าระวังการลำเลียงทางท่าอากาศยาน เผย 2 เดือนที่ผ่านมาพบการลักลอบนำเข้าโคเคน 4 ครั้ง รวม 7.6 กก. ล้วนถูกบงการโดยคนผิวสี
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มการค้ายาเสพติดชาวแอฟริกันตะวันตกหรือ West African Drug Syndicate: WADs) ยังคงมีบทบาทสำคัญโดยอยู่เบื้องหลังการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ เฉพาะ 2 เดือนที่ผ่านมาหน่วยเฉพาะกิจสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ทางท่าอากาศยานนานาชาติอาเซียน (ASEAN Airport Interdiction Task Force : AITF) ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับผู้ลำเลียงรวม 4 ราย ยึดโคเคน รวม 7.6 กก. ซึ่ง 2 รายล่าสุดเป็นชายชาวอาร์เจนตินา พร้อมโคเคน 2.8 กก. และหญิงชาวแอฟริกาใต้ พร้อมโคเคน 1.8 กิโลกรัม โดยปี 2562 ที่ผ่านมาหน่วยAITF สามารถสกัดกั้นโคเคน ก่อนถูกลำเลียงเข้าประเทศ รวม 9 ครั้ง ยึดโคเคน 30.6 กก. ซึ่งล้วนถูกว่าจ้างจากชาวแอฟริกันตะวันตก โดยใช้วิธีออกเดินทางจากต้นทางและแวะพัก ผ่านประเทศสมาชิกอาเซียนก่อนเข้าประเทศไทย
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มเติม ถึงสถานการณ์โคเคนในประเทศไทยว่า โคเคนเป็นยาเสพติดที่ผลิตในโคลัมเบีย และลำเลียงผ่านบราซิลและอาร์เจนตินาซึ่งไม่แพร่ระบาดมากในประเทศ และด้วยการที่มีราคาค่อนข้างแพง กลุ่มผู้ใช้โคเคนจึงอยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมชั้นสูง ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย ส่วนใหญ่การลักลอบนำโคเคนเข้ามาในประเทศไทยจะมีผู้ค้าชาวแอฟริกันตะวันตก ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชาวไนจีเรียอยู่เบื้องหลัง
เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่าสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดของประเทศสมาชิกอาเซียน ภายใต้ปฏิบัติการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดทางท่าอากาศยานนานาชาติอาเซียน (ASEAN Airport Interdiction Task Force : AITF) เพื่อยกระดับการปฏิบัติให้เกิดความเข้มงวดมากขึ้นในการเฝ้าระวังและสกัดกั้น โดยมีการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข่าวสารร่วมกันมากขึ้น ส่งต่อข้อมูลข่าวให้รวดเร็วขึ้น และร่วมกันขยายผลด้านการสืบสวนและการข่าวมากขึ้น
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่