โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KUN แรลลี่ยาว! บวกอีก 8% “ออลไทม์ไฮ” ลุ้นผลงาน Q2 โตต่อเนื่อง!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2564 เวลา 03.59 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(15 มิ.ย.2564)บริษัท วิลล่า คุณาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ KUN ณ เวลา 10.47 น. อยู่ที่ระดับ 3.18 บาท บวก 0.24 บาท หรือ 8.16% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 140.75 ล้านบาท ราคาหุ้นสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดฯเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2562

โดยก่อนหน้านี้นางประวีรัตน์ เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KUN เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2564 จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2564 ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการส่งมอบโครงการได้ต่อเนื่องตามเป้าหมาย

โดย ณ สิ้นเดือนเมษายน 2564 บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) มูลค่ารวมประมาณ 350 ล้านบาท จะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2-3/2564 ทั้งหมด และปัจจุบันบริษัทเปิดดำเนินการให้ลูกค้าเข้าชมโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างยอดขายหนุนการรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2564

ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2564 จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยยังคงเป้าหมายรายได้รวมจะเติบโตที่ประมาณ 10-15% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 803.79 ล้านบาท ซึ่งในช่วงไตรมาส 1/2564 บริษัทมีรายได้รวมแล้ว 190.99 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 17% ทั้งนี้ อัตราการเติบโตของรายได้รวมในช่วงไตรมาส 1/2564 ทำได้ดีกว่าเป้าหมายทั้งปีที่บริษัทตั้งไว้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี

สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 1/2564 ที่เติบโตขึ้น มาจากการรับรู้รายได้จากการส่งมอบ 5 โครงการหลัก ที่อยู่ระหว่างการขาย ประกอบด้วย โครงการในโซนบางบัวทอง เช่น โครงการ คุณาลัย จอย, โครงการ คุณาลัย พรีม, และโครงการ คุณาลัย บีกินส์ 2 เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีโครงการ คุณาลัย จอย ออน 314 ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่บริษัทเริ่มลงทุนขยายตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน 5 โครงการ อยู่ระหว่างการขายมีมูลค่ารวมประมาณ 2,300 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้อย่างต่อเนื่อง

นางประวีรัตน์ กล่าวอีกว่า ในเดือนมิถุนายนนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการ คุณาลัย พาร์โก้ มูลค่าโครงการประมาณ 500 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยวรวมจำนวน 96 ยูนิต ระดับราคาเริ่มต้น 4.49 ล้านบาทต่อยูนิต เพื่อทดแทนโครงการเดิมที่ใกล้ปิดการขาย สำหรับโครงการดังกล่าว จะพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าครอบครัวใหญ่ที่อยู่อาศัยรวมกัน 3 เจเนอเรชั่น (Gen) ในบ้านหลังเดียว และลูกค้าที่ต้องการบ้านที่ให้เนื้อที่รอบบ้านและพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น มั่นใจว่าจะได้รับความสนใจและกระแสตอบรับที่ดี

ส่วนแผนการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในทิศที่ 3 ของกรุงเทพฯ ล่าสุดมีความชัดเจนในการลงทุนมากขึ้น โดยจะลงทุนในโซนทิศใต้ของกรุงเทพฯ มูลค่าโครงการประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการขออนุมัติลงทุนจากผู้ถือหุ้นในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ และเบื้องต้นคาดว่าสามารถเปิดขายโครงการได้ในช่วงไตรมาส 1/2565 และจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2565 นอกจากนี้ เชื่อว่าภายในปี 2566 บริษัทจะสามารถขยายการลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยครบ 4 ทิศรอบกรุงเทพฯ

“เราเชื่อว่าสามารถบริหารจัดการ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ดี ทั้งการดูแลด้านสุขอนามัย และความปลอดภัยของทั้งลูกค้าและพนักงาน เพื่อให้ทุกส่วนผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ในส่วนแรงงาน บริษัทมีทีมก่อสร้าง 4 รายหลัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย และจากการมีเป้าหมายเดียวกัน คือเพื่อความอยู่รอด ทุกส่วนก็มีการดูแลตัวเองอย่างเข้มงวด” นางประวีรัตน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...