โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

The Mango Garden ร้านของหวานสไตล์ไทย สูตรชาววัง เอาใจคนรักมะม่วง!

Wongnai

เผยแพร่ 04 พ.ค. 2561 เวลา 07.28 น.
ภาพไฮไลต์

คนรักมะม่วงต้องกรี๊ด! เพราะ The Mango Garden ได้มาตั้งสวนอยู่ใจกลางพารากอน พร้อมแจกความสดชื่น กับมะม่วงน้ำดอกไม้สีเหลืองนวล หวาน ฉ่ำ! และสูตรขนมชาววังเพียบ

#วงในบอกมา

Aloha ! ขอทักทายเพื่อน ๆ ด้วยความสดชื่นสดใสหน่อยค่ะ เพราะวันนี้แพรมีร้านของหวานสไตล์ไทย เอาใจคนรักมะม่วงน้ำดอกไม้มาฝาก แน่นอนว่าผลไม้สีเหลืองนวล รสชาติหวานฉ่ำ ที่จะกินเปล่า ๆ หรือกินคู่กับข้าวเหนียวมูน ราดน้ำกะทิเยิ้ม ๆ ก็เปรมสุด ๆ ยิ่งอากาศร้อนปรอทแตกแบบนี้ยิ่งโหยหาอยากนั่งแช่แอร์กินเมนูมะม่วงน้ำดอกไม้แบบฟิน ๆ วันนี้แพรเลยจะอาสาพาทุกคนหลบหลีกอากาศร้อนและแสงแดดมาที่ The Mango Garden ร้านของหวานที่เน้นเมนูมะม่วงน้ำดอกไม้โดยเฉพาะ รับรองว่าต้องฟินกับความหวานฉ่ำ และความสดชื่นกันแบบเต็มพิกัดไปเลย :)

บรรยากาศหน้าร้าน “The Mango Garden”

ร้าน The Mango Garden ตั้งอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยจุดเริ่มต้นมาจากการที่คุณคงคุณา คงธรรม (มัง) และคุณณัฐวัฒน์ วงศ์โชติกมล (นัท) มีความชื่นชอบตัวมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อีกทั้งตนเองนั้นเรียนอยู่แคนาดา และเล็งเห็นว่าชาวต่างชาติค่อนข้างชอบผลไม้ชนิดนี้เยอะ รวมไปถึงในประเทศไทยร้านมะม่วงหรือร้านของหวานที่เน้นเมนูมะม่วงน้ำดอกไม้มีค่อนข้างน้อย คุณมังและครอบครัวจึงอยากนำเสนอร้านมะม่วง ในรูปแบบร้านของหวานสไตล์ไทยโดยนำผลไม้สุดขึ้นชื่อชนิดนี้มาประยุกต์และรังสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ ด้วยสูตรชาววังแบบไทยแท้ จึงทำให้ The Mango Garden เกิดขึ้น โดยมีคอนเซปต์เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติได้ลิ้มรสตัวมะม่วงน้ำดอกไม้คุณภาพดีผ่านเมนูต่าง ๆ กันทั้งตลอดปี

บรรยากาศร้านเป็นสไตล์ฟิวชั่น โดยจำลองให้เป็นเหมือนสวนมะม่วงหรือร้านมะม่วง แต่ทันสมัยและโมเดิร์น มีการตกแต่งด้วยตะกร้อสอยมะม่วง ลังไม้ รั้วไม้ และผลมะม่วง ประยุกต์เข้ากับสีน้ำตาลของไม้ เรียกได้ว่าเป็นสวนมะม่วงและร้านมะม่วงที่น่านั่งและน่าแชะภาพลงโซเชียลเป็นที่สุด!

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าร้านนี้เน้นมะม่วงน้ำดอกไม้ จึงขอกระซิบบอกดัง ๆ เลยค่ะ ว่าร้านนี้มีเทคนิคการเลือกมะม่วงน้ำดอกไม้ที่พิเศษสุด ๆ โดยรับมาจากพิษณุโลกและประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจะเลือกแต่มะม่วงน้ำดอกไม้ที่ขั้วมะม่วงเริ่มแห้ง ผิวตกกระ และรูปร่างไม่ยาวมาก ที่สำคัญจะปล่อยให้มะม่วงเหล่านี้แก่เองตามธรรมชาติ ไม่บ่มแก๊ส จึงทำให้รสชาติมะม่วงน้ำดอกไม้ของทางร้านหวานฉ่ำ อีกทั้งได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนกินมากเลยค่ะ :)

เริ่มต้นกันด้วยเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน “Sunrise Mango” (215 บาท) ข้าวเหนียวมะม่วงและปลาแห้ง สูตรชาววัง โดยทางร้านจะใช้วัตถุดิบแบบพรีเมียม ข้าวเหนียวเขี้ยวงูส่งตรงมาจาก อ.แม่จันทร์ จ.เชียงราย เป็นข้าวอุ้มน้ำ จากนั้นนำมาเคี่ยวด้วยมือ และรังสรรค์เป็นข้าวเหนียวมูนที่ลงตัวด้วยสูตรเฉพาะ ที่สำคัญทางร้านยังใช้สีธรรมชาติจากดอกอัญชันมาตกแต่งให้น่ากินและแปะแผ่นทองคำบริสุทธิ์บนข้าวเหนียวเพิ่มความแกรนด์ หรูหรา ประหนึ่งเสิร์ฟจากครัวท้ายวังเลยทีเดียว กินคู่กันกับมะม่วงน้ำดอกไม้และปลาแห้ง ราดด้วยน้ำกะทิที่ทางร้านคั้นเองจากหัวกะทิชั้นดี บอกได้คำเดียวเลยค่ะว่าฟินเวอร์!

“Sunrise Mango”
ราดกะทิฉ่ำ ๆ บอกเลยว่าฟิน ! 

“Mango Glacier” (285 บาท) เมนูน้ำแข็งไส 4 สหาย น้ำแข็งไสอัญชันครีมกะทิสด เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมมะพร้าว และท็อปปิงในชุดแบบเน้น ๆ ทั้งมะม่วงน้ำดอกไม้หั่นมาพอดีคำ, ทับทิมกรอบสีอัญชัน, สลิ่มสีอัญชัน และเฉาก๊วย หน้าตาน่ากินแถมยังให้มาแบบไซส์ใหญ่เวอร์ กินไปเมาธ์ไป แถมยังหวาน เย็นชื่นใจสุด ๆ :D

“Mango Glacier”
น่ากินขนาดนี้ เห็นทีต้องจัดให้เรียบ !

มาต่อกันกับ “Mango Black Sticky Rice” (185 บาท) เมนูที่เสิร์ฟมาแบบอุ่น ๆ ด้วยข้าวเหนียวดำในน้ำกะทิ โปะด้วยไอศกรีมมะพร้าว และมะม่วงน้ำดอกไม้ โดยข้าวเหนียวดำของที่นี่ส่งตรงมาจากพะเยาเลยค่ะ เนื้อสัมผัสจึงค่อนข้างเหนียวนุ่ม ที่สำคัญเข้ากันดีกับรสชาติหวานมันของน้ำกะทิ และความหวานสดชื่นจากมะม่วงน้ำดอกไม้ เป็นอีกเมนูที่ใครกินแล้วเป็นต้องติดใจ

และสำหรับสาว ๆ หรือใครที่รักสุขภาพต้องโดนกับเมนู “Mango Granola Yogurt” (185 บาท) กราโนล่าแบบไทย ๆ ที่ทางร้านอยากนำเสนอ โดยใช้ธัญพืช, มะพร้าวคั่ว, กล้วยฉาบ และกล้วยม้วน มาเสิร์ฟคู่กับโยเกิร์ตโฮมเมด และมะม่วงน้ำดอกไม้ หวานชื่นใจ แถมยังกินได้ไม่รู้สึกผิดเรื่องน้ำหนักด้วยแหละ :D

“Mango Granola Yogurt”

เป็นที่รู้กันว่ามะม่วงน้ำดอกไม้กินกับอะไรก็ดี๊ดี มาต่อกันกับ “Mango Coconut Pudding” (175 บาท) พุดดิงมะพร้าว เสิร์ฟคู่กันกับมะม่วงน้ำดอกไม้ และโรยด้วยธัญพืช พุดดิงนมนุ่ม ๆ ตัดกันกับความหวานของมะม่วงสุก และกรุบกรอบด้วยธัญพืช ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ควรมาลองเลยค่ะ

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่ม “Mango Smooties” (110 บาท) น้ำมะม่วงน้ำดอกไม้ปั่น ที่ดูดทีเหมือนได้ดื่มมะม่วงน้ำดอกไม้ทั้งลูกแบบเต็ม ๆ เย็นสดชื่น หวานได้ใจ จะสั่งนั่งดื่มที่ร้านชิลล์ ๆ หรือ Takeaway กลับบ้านก็สะดวกสุด ๆ

นอกจากสาขาพารากอน ทางร้าน “The Mango Garden” ยังมีสาขาที่ จ.กระบี่ บนเกาะพีพีด้วยนะคะ หากใครมีโอกาสไปเที่ยวบอกเลยว่าต้องแวะกินให้ได้ ที่สำคัญยังสะดวกสบาย กินได้ไม่อั้น ไม่ต้องกลัวเงินจ่ายไม่พอ แถมยังเก็บเงินสดไว้เที่ยวได้แบบชิลล์ ๆ เพราะ สามารถจ่ายผ่าน SCB EASY แอปพลิเคชั่นของคนรุ่นใหม่ เพียงสแกน QR Code แม่มณี ก็จ่ายเงินได้ทันทีไม่มีสะดุด แถมยังสบายตัวอีกต่างหาก ตอบโจทย์วัยรุ่นสายเที่ยวกันสุด ๆ เลยใช่ไหมล่ะ :)

จ่ายเงินสะดวกสุด ๆ เพียงแค่มี QR Code แม่มณี :D

อ่านมาถึงตรงนี้เพื่อน ๆ หลายคนคงอยากจะมาร้านมะม่วงหรือดินแดนมะม่วงน้ำดอกไม้แห่งนี้ เพื่อลิ้มลองรสชาติหวานฉ่ำของมะม่วงน้ำดอกไม้ และสัมผัสความสดชื่นกันแบบเต็ม ๆ เหมือนได้วาร์ปไปสวนมะม่วงกันแล้วใช่ไหมล่ะคะ ใครสนใจมากันได้เลยที่ “The Mango Garden” ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือติดตามเมนูใหม่ ๆ และโปรโมชั่นของทางร้านได้ที่ Facebook : @themangogarden หรือ Instagram : themangogarden หากไม่ทันใจสามารถโทรได้เลยค่ะที่เบอร์ 095-250-3954 รับรองว่ามากินแล้วจะต้องติดใจ จนมาซ้ำแน่นอน :)

การเดินทาง

ร้าน The Mango Garden ตั้งอยู่ที่ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน สามารถเดินทางได้โดยรถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม หรือหากใครนำรถยนต์ส่วนตัวมา ทางศูนย์การค้าพารากอน มีบริการที่จอดรถตั้งแต่เวลา 10:00 - 22:00 น. เลยค่ะ :)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...