โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่อยากเลิก! สามีง้อภรรยาไม่สำเร็จ ชักปืนลั่นไกใส่เมีย กระสุนฝังปอดบาดเจ็บสาหัส

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 เม.ย. 2567 เวลา 09.10 น. • สยามนิวส์
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 เม.ย. 67 ดร.ชัยเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือดร.แก้ว

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 เม.ย. 67 ดร.ชัยเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) จังหวัดนนทบุรี ลงพื้นที่บริเวณบ้านเลขที่ 41/4 หมู่ 2 ต.ขุนศรี อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี หลังได้รับการประสานขอความช่วยเหลือ จากนางสุนิษา ลาสะมอ อายุ 57 ปี (แม่ผู้เสียหาย) และน.ส.ศิรินทร์ทิพย์ บุญเพ็ชร อายุ 43 ปี ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ตำบลขุนศรี (ญาติผู้เสียหาย)

ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 67 เวลาประมาณ 16.30 น. นายอนุชา ศรีจำปาทอง หรือนายนุ อายุ 33 ปี (ลูกเขยผู้ก่อเหตุ) ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบชนิด ยิงลูกสาวคือน.ส.ธีรดา ผู้ดี หรือ น.ส.วิน อายุ 33 ปี (ผู้เสียหาย) กระสุนปืนเฉี่ยวศีรษะ ถูกกลางหลังฝังทะลุอยู่ในปอด ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังตามง้อไม่สำเร็จ ก่อนจะขับขี่รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 ฒฉ 1787 กทม. หลบหนีไป

จากการสอบถาม น.ส.ศิรินทร์ทิพย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ตนได้รับการประสานจากนางสุนิษา ให้ไปรับ น.ส.วิน หลังโดนสามีชื่อนายนุ ตบตีหลบอยู่ในปั๊ม ตนจึงรีบไปรับแล้วพาไปแจ้งความไว้ที่สภ.ไทรน้อย เพราะโดนสามีตบตีมาหลายครั้งแล้ว ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ แล้วกลับมาบ้าน หลังจากนั้นตอนเย็นวันเดียวกัน นายนุได้มาเก็บของที่บ้าน ได้นำรถจยย.และเอกสารของน.ส.วินไปด้วย ตนเลยให้ น.ส.วิน หลบออกจากบ้านไปก่อน กลัวว่านายนุจะกลับมาทำร้ายอีกรอบ

หลังจากนั้นตนได้โทรศัพท์ไปหาผู้ใหญ่บ้านที่นายนุอยู่ ให้เอารถจยย.กลับมาเพราะ น.ส.วินต้องขับไปทำงาน พอตกกลางคืนนายนุได้นำรถจยย.มาคืน แต่นำรถจยย.อีกคันไปด้วย บอกว่าจะเอาไปใช้ หลังจากเอารถจยย.ไปแล้ว ได้ขับรถไปตาม น.ส.วิน ทั้งที่ทำงานและบ้านเพื่อน สร้างความเดือดร้อนรำคาญ จนวันที่เกิดเหตุวันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. ตอนเช้า ทางแม่ของน.ส.วิน โทรมาแจ้งตนว่าให้มาดู พบว่านายนุนอนอยู่บนเปลหลังบ้านตน เลยถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร ตนจะไกล่เกลี่ยให้เลยให้

แม่โทรเรียก น.ส.วิน ให้มาไกล่เกลี่ยที่ สภ.ไทรน้อย ทางฝ่ายชายจะขอคืนดี แต่ฝ่ายหญิงยืนยันว่าจะเลิก และไม่ถอนแจ้งความเรื่องทำร้ายร่างกาย เลยลงบันทึกประจำวันกันเป็นครั้งที่ 2 ว่าจะเลิกแล้วต่อกัน ไม่ยุ่งเกี่ยวใด ๆทั้งสิ้น ไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ทางผู้ชายยอมเซ็นแต่มีอาการโมโหแล้วแยกย้ายกันกลับ ไม่คิดว่านายนุจะมารออยู่ที่บ้าน ตนขึ้นไปดู นายนุไม่พอใจชี้หน้าด่าตน ก่อนจะรีบกลับออกไปจากบ้าน

ไม่ถึง 5 นาที นายนุกลับมาอีกครั้งอ้างว่าจะมาเอาเครื่องเสียง ตอนนั้นตนนั่งจับกลุ่มคุยกันกันหลายคน รวมทั้ง น.ส.วินแล้วก็แม่ของ น.ส.วิน นายนุเดินไปเดินมารอบบ้าน มาโผล่ที่หน้าต่าง พยายามพูดง้อ แต่ไม่สำเร็จเลยตะโกนมาว่า จะเอาแบบนี้ใช่ไหม ก่อนจะชักอาวุธปืนยิง น.ส.วินจำนวน 1 นัด กระสุนเฉี่ยวศีรษะทะลุหลังฝังที่ปอด ทางหมอบอกว่ าถ้าผ่าตัดจะอันตรายกว่าไม่ผ่า ล่าสุดได้เจาะเอาออกซิเจนออกเพราะหายใจติดขัด หลังก่อเหตุนายนุได้หลบหนีไป

ทางตนกับแม่ของ น.ส.วินจึงได้เดินทางเข้าไปแจ้งความที่สภ.ไทรน้อย ข้อหาพยายามฆ่า แต่ไม่จบ เมื่อวานตอน 2 ทุ่ม มีคนเห็นนายนุขับรถกระบะมาแถวบ้านตน รู้สึกหวาดกลัวมาก เพราะที่บ้านนี้มีแต่ผู้หญิงทั้งบ้าน มีทั้งเด็ก ทั้งคนแก่ ตนเลยร้องขอความช่วยเหลือจากดร.แก้ว ให้ช่วยประสานตำรวจมาคอยสอดส่องดูแล เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัยและอยากให้ช่วยเร่งรัดตำรวจติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว กลัวว่าคนร้ายจะมาก่อเหตุซ้ำ

ทางด้าน นางสุนิษา อายุ 57 ปี (แม่ผู้เสียหาย) กล่าวว่า ลูกสาวตนคบกับลูกเขยได้ 2 ปี ตอนแรกแอบคบกันและก็ไปอยู่ที่บ้านของผู้ชาย พอตนรู้ในหลักศาสนาอิสลามจะต้องทำให้ถูกต้อง ตนไม่รู้ว่านิสัยของลูกเขยเป็นคนยังไง แต่ลูกสาวบอกว่าดีรับได้ที่มีลูกติด 2 คน ตนจึงไม่ขัดขวาง และจัดพิธีให้ถูกต้องเพียงเล็กๆน้อยๆ แต่ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อย หาเงินไม่พอใช้ก็มาขอลูกสาวตน เวลามีปากเสียงกันก็จะทุบตีลูกสาวตน ต่อหน้าหลานก็เคยทำ ส่วนใหญ่ทะเลาะกันเรื่องเงินไม่พอใช้ ขอยืมแต่ไม่คืน

ตอนนี้ตนรู้สึกกลัวมากเลย ต้องปิดบ้านหนีไปอยู่ที่อื่น เพราะเหตุการณ์วันนั้นอุกอาจมาก เกิดมายังไม่เคยได้ยินเสียงปืน แต่ลูกเขยยิงเข้ามาในบ้าน ตนนั่งอยู่กับลูกสาวและหลานในบ้าน วิ่งหนีกันเข้าห้องน้ำเพื่อให้ปลอดภัย ตอนนี้ลูกสาวตนได้รับบาดเจ็บถูกยิงกระสุนฝังในปอด ลูกเขยตนติดยาด้วย ตนก็ไม่รู้ ถ้ารู้แต่แรกคงไม่เอาเพราะตนไม่ชอบ ตนอยากบอกกับลูกเขยว่า ต่อไปนี้อย่าทำแบบนี้อีก และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับไปดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

ส่วน ดร.แก้ว กล่าวว่า ตนได้ประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรีให้ช่วยเร่งรัดคดีในการจับกุมผู้ต้องหารายได้ให้ได้ไวที่สุด เนื่องจากผู้เสียหายหวาดกลัวมากเพราะในครอบครัวมีแต่ผู้หญิงอยู่ทั้งบ้าน ต้องหลบหนีไปอยู่ที่อื่น ส่วนในเรื่องของความปลอดภัยได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ไทรน้อย ให้เข้ามาตรวจดูแลให้บ่อยขึ้น ฝากถึงผู้ก่อเหตุเป็นลูกผู้ชายก็อย่าหลบหนี มาสู้คดีในสิ่งที่ถูกต้องดีกว่า ยังมีโอกาสคุยกันได้ แต่ถ้าหากคุณยิ่งหนี มันจะไม่มีโอกาส ฝากให้มามอบตัวหรือมาขอโทษผู้เสียหาย ส่วนในเรื่องคดีตนได้ประสานตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และผู้กำกับสภ.ไทรน้อยแล้ว คาดว่าไม่เกิน 1-2 วัน จะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้

ผู้สื่อข่าวจังหวัดนนทบุรี ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน

เรียบเรียง siamnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...