โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : PTG วางกลยุทธ์รับมือเศรษฐกิจขาลง ปรับปรุงสถานีบริการ-ขยายฐานลูกค้า ช่วยสร้างรายได้เติบโตอย่างยั่งยืน

Share2Trade

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • Share2Trade

บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) อาศัยช่วงเศรษฐกิจขาลง ปรับปรุงสถานีบริการ ขยายฐานลูกค้าร้านกาแฟพันธุ์ไทย และออโต้แบคส์ สร้างรายได้เติบโตอย่างยั่งยืน ย้ำรอจังหวะดัน ATLAS เข้าตลาดหุ้น ขณะที่โบรกเกอร์ยังแนะนำ “ซื้อ”

PTG_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว การปรับตัวเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งของบริษัทต่างๆ ซึ่งบมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) โดยนายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ชะลอตัว และประชาชนมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย การวางแผนดำเนินงานของบริษัทในด้านธุรกิจน้ำมันครึ่งปีหลังนั้น จะมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงสถานีบริการให้มีความทันสมัยเป็นหลักมากกว่าการเปิดสถานีบริการในพื้นที่ใหม่ ๆ

ขณะที่ธุรกิจ Non-oil ยังคงเน้นร้านกาแฟพันธุ์ไทยเป็นหลัก ในการสนับสนุนกิจกรรมด้านการตลาดขยายฐานลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น ควบคู่กับการผลักดัน ออโต้แบคส์ (Autobacs) ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะทำให้มีลูกค้าออกจากศูนย์บริการรถยนต์ของค่ายต่าง ๆ มากขึ้น จึงเร่งแผนการตลาดในการรองรับ โดยทั้งสองส่วนนี้เชื่อว่าจะทำให้สัดส่วนธุรกิจ Non-oil ขยับขึ้นเป็น 30% ในปลายปีนี้

ส่วนปัญหาความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง ไทยและกัมพูชา ไม่ได้มีผลกระทบต่อธุรกิจของทาง PTG เนื่องจากทางบริษัทไม่ได้มีคู่ค้าในต่างประเทศ รวมทั้งการลงทุนในต่างประเทศ จากที่เคยศึกษามาในแต่ละประเทศจะมีบริษัทพลังงานประจำชาติอยู่แล้ว ซึ่งหากการลงทุนไม่ได้เป็นการลงทุนร่วมรัฐบาลในประเทศนั้น ๆ ก็คงไม่ตัดสินใจเข้าไปดำเนินธุรกิจ

สำหรับบริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตอนนี้ยังรอดูภาวะตลาดว่าเป็นอย่างไร และมีผลกระทบต่อหุ้นเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งในเรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการร่วมกันพิจารณา

ขณะที่ บล.กรุงศรี ออกบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า มองแนวโน้มค่าการตลาดจะดีขึ้นในไตรมาส 2/68 และรักษาระดับได้ต่อเนื่องใน 2H25 โดยผู้บริหารคาดค่าการตลาดน้ำมันช่วงที่เหลือของปีจะอยู่เหนือกว่า ไตรมาส 1/68 (1.62 บาท/ลิตร) ที่ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงช่วง ม.ค. 25 ได้ประโยชน์จาก กองทุนน้ำมันทยอยเป็นบวกมากขึ้น ทำให้รัฐมีแนวโน้มแทรกแซงลดลง

อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงค่าการตลาดไม่เป็นไปตามคาดหากรัฐต้องการงบประมาณเพิ่ม โดยเร่งเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันและทำให้การปรับราคาหน้าปั๊มทำได้ไม่ยืดหยุ่น ทั้งนี้ ผู้บริหารคงมุมมองค่าการตลาดปี 2025 ราว 1.7-1.8 บาท/ลิตร

มองการขยายตัวของพันธุ์ไทยอาจเร่งได้ดีกว่าเป้า โดยการขยายสาขาอาจทำได้ถึง 800-1,000 แห่ง เป้าปัจจุบันที่ตั้งไว้ 600 สาขาใน 2025 ( 2024 ขยายได้ 465 แห่ง และไตรมาส1/68 ขยายไป 129 แห่ง) ผู้บริหารมองการเร่งขยายสาขามีวัตถุประสงค์เพื่อชิง location ที่ดีที่สุดให้ได้มากที่สุด แม้ช่วงแรกอาจแบกรับค่าใช้จ่ายที่เร่งขึ้นมาเร็วกว่า จากต้องเตรียมบุคลากร แต่สุดท้ายเมื่อขยายสาขาได้ตามเป้าแล้ว รายได้จะเพิ่มขึ้นมาก โดยไตรมาส1/68 รายได้และกำไรขั้นต้นพันธุ์ไทย +113.1% และ 120% จากปีก่อน ตามลำดับ

บล.กรุงศรี ยังคงเป้า CAPEX 2568 ราว 3,000 – 4,000 ลบ. ธุรกิจ oil ยังมุ่งไปที่การปรับปรุงสาขา เพื่อยกระดับ service ส่วนพันธุ์ไทยเน้นขยายสาขาด้วยตนเอง (COCO 70-80%)

และคงมุมมองกำไร ไตรมาส2/68 ฟื้นจากไตรมาสก่อนตามค่าการตลาดน้ำามันที่ฟื้นมาเหนือ 1.7 บาท/ลิตร จากความยืดหยุ่นในการปรับราคาที่มีมากขึ้น หลังกองทุนน้ำมัน (ไม่รวม LPG) เป็นบวก ส่วน เมื่อเทียบจากปีก่อน ยังลดลงจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น คงมุมมองกำไรจะเร่งขึ้นใน 2H25F ตามค่าการตลาดฯและรายได้พันธุ์ไทยเติบโตเร่งขึ้น

จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 10.5 บาท/หุ้น หากราคาหุ้นมีแรงกดดันจากความกังวล downside ของค่าการตลาดฯ เรามองเป็นโอกาส ซื้อรับการเติบโตของรายได้ +23% CAGR ใน 68-70 หนุนกำไรปกติ +24% CAGR ในช่วงเดียวกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...