การบริหารจัดการ Entertainment Complex
การบริหารจัดการ Entertainment Complex โดย พชร นริพทะพันธุ์
เหมือนรัฐบาลจะพบกับศึกหนัก ในการผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้และมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อเกมส์การเมืองมาแทรกแซงเป้าหมายที่วางไว้เพื่อพัฒนาประเทศ นำไปสู่การสร้างกระแสเพื่อโจมตีโดยไม่ได้มีน้ำหนักหรือข้อคิดอันใดที่จะมีประโยชน์ในการพัฒนาประเทศเลย
แล้วก็น่าจะเป็นภาระของนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” ซึ่งทำหน้าที่ทั้งกัปตันของรัฐนาวาและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นงานหนักของ รองนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย และ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้ร่วมกันบริหารจัดการผลักดันนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา จึงอยากนำเสนอแนวคิดพื้นฐานนโยบายนี้เพื่อให้คนที่มีสติ ได้กลับไปคิดพิเคราะห์ พิจารณา และชี้แนะแนวทางมากกว่าจะนอนขวางทางรถไฟและไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้น
การวิเคราะห์นโยบาย Entertainment Complex มองได้ 3 มิติ
- มิติการพัฒนา เนื่องจากประเทศไทยต้องการเปลี่ยนแปลงจากประเทศอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม เป็นประเทศพัฒนาธุรกิจบริการ เราต้องขยายความสามารถในการดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างน้อย 10-15% แต่ที่ผ่านมาเรามีแหล่งท่องเที่ยวจำกัด ไม่ได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังจ่าย และกำหนดเพดานค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ยที่ 43,000 ต่อคนต่อทริป โจทย์คือจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง หากเราไม่สามารถสร้างบรรยากาศการใช้จ่ายในประเทศเรา
การสร้าง Entertainment Complex จึงเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติมาใช้จ่ายในประเทศ รวมถึงสถานบันเทิงและคาสิโนด้วย เพราะนี่คือมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก เพื่อให้คนมาพักผ่อน หย่อนใจ เพื่อผ่อนคลาย
การที่เราเปิดให้ผู้สนใจ 5 แห่งนั้น ก็ไม่แน่ใจว่าอุปสงค์กับอุปทานจะสมดุลกันหรือไม่ แต่หากมีคนพร้อมจะลงทุน 5 แห่ง ในหลักหมื่นล้านบาท ก็แสดงว่านักลงทุนมองเห็นศักยภาพในการพัฒนาของประเทศไทย และพร้อมเสี่ยงกับเรา การสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดนี้ก็หมายถึงการสร้างเมืองท่องเที่ยวใหม่ 5 เมือง ที่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับในระบบห่วงโซ่อุปทาน ทั้งสนามบิน ถนน โรงพยาบาล ระบบรักษาความปลอดภัย ถึงจะทำให้โครงการสำเร็จได้นั้นก็แปลว่า ธุรกิจต่อเนื่องจะสร้างตัวคูณมหาศาล แปลว่าการพัฒนาในทางเศรษฐศาสตร์จะเพิ่มทั้งตัว G + I ในระยะ 10 ปีข้างหน้า โดยจะช่วยพัฒนา X (การท่องเที่ยวรวมอยู่กับการส่งออก) และตัวคูณการใช้จ่ายที่จะลงไปอย่างต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวดังกล่าว
- มิติการควบคุมและการทำลาย การกระทำที่ผิดกฎหมาย Entertainment Complex ถูกพ่วงมากับ คาสิโน ซึ่งมีการพนันเป็นโครงสร้างของกิจกรรม และยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในเมืองไทย ด้วยว่าเป็นสิ่งมอมเมาที่ยากต่อการควบคุม และอาจทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการเสียความสามารถในการใช้จ่ายของบุคคล แต่ความจริงคือการพนันเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและยังมีอยู่ในปัจจุบัน โดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยของประเทศและระบบยุติธรรมไม่สามารถปิดกั้นหรือหยุดยั้งได้ ย่อมทำให้ระบบยุติธรรมเสื่อมสภาพและเสียความน่าเชื่อถือ รวมถึงเกิดการ Compromise ระบบยุติธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่ของโลก หลายๆ ประเทศเผชิญปัญหาแบบเดียวกันและกลายมาเป็นบทเรียนให้เราศึกษา และนำมาพัฒนาระบบของเราต่อไปได้
การทำให้สิ่งผิดกฎหมายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มาทำให้ถูกกฎหมาย ย่อมช่วยให้เราฟื้นความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรม และสร้างภูมิคุ้มกัน และเกราะป้องกันให้กับประเทศและประชาชนได้
- มิติการหารายได้ เมื่อการพัฒนาและแก้ไขการผิดกฎหมาย สิ่งที่รัฐจะได้คือความสามารถในการจัดเก็บภาษี และรายได้ที่จะเข้ามาในการบริหารประเทศ พัฒนาประเทศ และสวัสดิการของประชาชน นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเนื่องจากวิกฤต อัตราการเกิดที่ต่ำ ระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ และเทคโนโลยีที่ใช้คนน้อยลง รัฐต้องหาเงินในการดูแลประชาชนที่ไม่สามารถปรับตัวเองได้เท่าทัน นับเป็นความจำเป็นที่รัฐต้องหาแนวทางเพิ่มโอกาส เพิ่มรายได้ให้เข้าสู่ประเทศอย่างยั่งยืนและเร่งด่วน
สำหรับข้อห่วงกังวล ใน 3 มิติ ต่อไปนี้คือ
- การมอมเมาเยาวชน ความกังวลว่า เยาวชนจะถูกมอมเมานั้นย่อมแก้ไขได้ด้วยการควบคุมที่รัดกุม การทำงานของตำรวจที่เข้มแข็งขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงตรง ไม่สั่นคลอน ไม่ต้องเปลืองทรัพยากรกับสิ่งที่ไร้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบควบคุมดิจิทัล ที่สามารถเข้ามาช่วยคัดกรอง และควบคุมได้อย่างรัดกุมมากขึ้น
- ระบบตำรวจและยุติธรรม ตำรวจสามารถปรับการทำงานและใช้ทรัพยากร ดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประชาชน แทนที่จะต้องใช้ทรัพยากรในการตรวจจับสิ่งที่ยาก แม้หลายคนกังวลว่าจะเป็นช่องว่างให้ตำรวจคอร์รัปชันเพิ่มซึ่งเกิดจากความไม่ไว้วางใจในระบบ และระบบที่ไร้ความสามารถในการกำกับดูแล จนทำให้ Integrity หายไป แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบใหม่ มักจะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรับมุมมอง ปิดช่องว่าง และปรับระบบให้เแข็งแกร่ง ย่อมเป็นผลดีกับระบบตำรวจและกระบวนการยุติธรรม
- การหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบ และการเลี่ยงภาษี หลายฝ่ายได้ท้วงติงว่า แม้มีการพัฒนาให้ถูกกฎหมาย แต่ก็ยังมีคนที่จะหลบอยู่ต่อไปเนื่องจากต้นทุนธุรกิจคอร์รัปชัน ถูกกว่าต้นทุนธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ซึ่งก็ไม่ผิด แต่ไม่มีใครอยากกระทำผิดกฎหมายหากผลของการลงโทษสูงกว่าผลได้ (cost-benefit spectrum) การที่ระบบเกิดการเปลี่ยนแปลงและระบบที่กลับมาใช้การได้ โปร่งใส และเห็นได้จากการ observation ย่อมปิดช่องโหว่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการตรวจสอบกันเอง ที่จะเกิดขึ้นได้โดย สังคมตรวจสอบสิ่งแปลกปลอมและแจ้งเจ้าหน้าที่
ในประเด็นที่ต้องสื่อสารทางการเมือง ยกตัวอย่างก่อนที่เราจะทำให้กัญชาและใบกระท่อมเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย เราได้รับสื่อมากมายถึงสรรพคุณของมัน พืชพิเศษ ที่สามารถรักษาได้แม้กระทั่งโรคมะเร็ง แต่พอเราทำให้กัญชาเกิดขึ้นก็มีผลข้างเคียงอย่างเลี่ยงไม่ได้ และไม่มีใครอยากรับผิดชอบ
การกล่าวอ้างศีลธรรมและศาสนาย่อมเป็นเรื่องไร้สาระ เพราะนอกจากแสดงความไร้วุฒิภาวะแล้ว ยังไร้ซึ่งยางอาย เพราะไม่ว่าจะศีล 5 หรือ ศีล 227 ข้อ มนุษย์ปุถุชนยังผิดได้รายชั่วโมง การสอน เสแสร้งแบบผิดๆ เดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่เขารู้ทัน มันจะดีกว่าถ้าเราจะยอมรับความจริงและแก้ไขสิ่งผิดพลาด
การสื่อสารและสุดโต่ง คือปัจจัยปัญหาที่มักจะเกิดในสังคม เพราะจะทำให้การหารือโน้มเอียงไปยังข้อดีสุดโต่งหรือข้อเสียสุดโต่ง ทั้งที่ควรจะได้หารือกันด้วยเหตุและผลและหาปัจจัยปัญหาที่แท้จริง
เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผู้แทนของประชาชนต้องหารือในสภาผู้แทนอยู่แล้ว การหารือในรูปแบบ Townhall กับประชาชนโดยตรง เก็บข้อมูล และกลับมาแก้ไขชั้นแปรญัตติ จะทำให้เกิดผลมากกว่าการไปทำประชาพิจารณ์ ซึ่งเป็น definitive และเป็นระบบขาวดำ ไม่เปิดโอกาสได้เก็บข้อมูลมาแก้ไขที่แท้จริง ที่สำคัญการบริหารของรัฐบาลย่อมเป็นการนำ ไม่ใช่การตาม ซึ่งมีความจำเป็นต้องสร้างความหวัง และดึงศักยภาพการของประเทศให้ออกมา และภาพที่ชัดเจนจะเห็นก็ต่อเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ต่างกับการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ก่อนจะได้สร้าง ก็เกิดการโต้เถียงถึงความจำเป็นมากมาย แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเกิดขึ้นก็ย่อมเป็นผลดีกับประเทศ
สรุปในการพัฒนา Entertainment Complex ที่รวมถึงการบริการการพนันในระบบนั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อเสียและข้อกังวลในแต่ละเรื่องที่พูดกันในสังคมไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อนและได้รับการศึกษาและแก้ไขในหลายประเทศทั้ง สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา หรือ ออสเตรเลีย การปิดกั้นโอกาสก็ไม่ต่างกับการที่เราล่าช้า เช่น การก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิล่าช้าย่อมทำให้เราเสียโอกาส และเงินทุกบาทที่ออกจากในระบบรายวัน ย่อมให้เกิดความเสียหายในระบบเศรษฐกิจ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้เกิดการควบคุมแบบเร่งด่วนและทำให้เหมาะสม ไม่ลักลั่นแบบกัญชาเสรี ที่ทำให้ผลลัพธ์ผิดไปจากความตั้งใจ ส่งผลกระทบที่ยากแก้ไข การที่เราปล่อยให้ประชาชนส่วนหนึ่งทำผิดกฎหมายรายวัน แต่ไร้ความสามารถในการควบคุม ย่อมทำให้ระบบยุติธรรมสั่นคลอน ดังนั้น จะเป็นสิ่งที่ดีกว่าหรือไม่ หากทำให้มันถูกกฎหมาย และบังคับระบบยุติธรรมให้กลับมาน่าเกรงขาม เป็นพื้นฐานที่สำคัญของสังคมศิวิไลซ์