โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไร้ “ทวี” คดีฮั้วสว.หยุดลาม-ดีลน้ำเงินเจ๊าแดง

INN News

อัพเดต 15 พ.ค. 2568 เวลา 17.49 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 12.30 น. • INN News

ยังมีอาฟเตอร์ช็อค หลังดินไหวทางการเมืองคำสั่ง “ศาลรัฐธรรมนูญ” เมื่อวาน (14 พ.ค.2568) ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หยุดกำกับดูแล DSI ที่เป็นตัวตั้งตัวตีกับ อธิบดีDSI ลุย “คดีฮั้วเลือกตั้งสว.” ร่วมกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่าน “กรรมการสืบสวนและไต่ส่วนคณะที่ 26” จำนวน 7 คน เพราะในทางการเมือง ที่ถูกมองโฟกัสเป้าไปที่ 138สว.สีน้ำเงิน แบบหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้น กับการไปไล่ปิดหมายเรียก55สว.ระดับตัวตึงที่มีคิวต้องเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ กกต.วันที่ 19พ.ค.
แถมทำท่าว่าจะลามไปถึง “เพลย์เมคเกอร์”ในพรรคการเมืองใหญ่ 4-5 คน ที่ในช่วงวันหยุดมีข่าวเช่นกันว่า อาจมีหมายเรียกออกมาอีกชุดหนึ่ง กระทั่งเมื่อวาน (14พ.ค.2568)ที่ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่ง “หยุดทวี”

นอกจากแวดวงนักกฎหมายที่มองปรากฎการณ์ดังกล่าวคำสั่งดังกล่าวที่ถือเป็นครั้งแรกของการที่ศาลรธน. สั่งให้ รัฐมนตรียุติหน้าที่เฉพาะกรมDSI เพราะในครั้ง “ลุงตู่” ยังเป็นการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งนายกฯแต่ยังทำหน้าที่รมว.กลาโหมต่อแล้ว ใน แวดวงการเมือง ยังวิเคราะห์ปรากฎการณ์นี้ในเชิง “ผลกระทบทางการเมือง” ระหว่าง “คู่ขัดแย้ง”2 อย่าง เพื่อไทยกับภูมิใจไทย ที่มีผู้นำจิตวิญญาณอย่าง ทักษิณ ชินวัตร และ เนวิน ชิดชอบดูแล ที่ทั้ง 2 สีขบเหลี่ยมขัดแย้งกันมาตลอดนับแต่การร่วมรัฐบาลแบบพลิกขั้วสลับข้าง

โดยฝ่ายการเมืองวิเคราะห์แม้กรณีการ “หยุดทวี”ที่ย่อมส่งผลต่อการเดินหน้าของ DSI และ กกต.หลังจากนี้ จะเป็นสัญญานเหมือนค่ายน้ำเงิน จะพลิกกลับมาได้เปรียบ นับตั้งแต่ “คดีคนชั้น14” ปรากฏทิศทางชัดเจนจาก “มติแพทยสภา”(8พ.ค.)หากแต่ด้านหนึ่งจากปรากฎการณ์การกวาดต้อน “งูเห่า” อย่างขมักเขม้นแบบประกาศให้โลกรู้ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แห่งพรรคกล้าธรรมที่ถูกมองเป็น “มืองาน”พรรคสาขาของ “นายใหญ่”ก็ถูกจับตาไปถึง ทิศทางใน“เจตจำนงเดิม”ของ ทักษิณ ก่อนหน้านี้ กับการ เปลี่ยนสมการการเมือง ดีด พรรคภูมิใจไทยออกจากการร่วมรัฐบาล หลังจากที่มีการขบเหลี่ยมกันจน “ทักษิณ”ปั่นงานเศรษฐกิจไม่ออกและเป็นเหตุให้ “ฝ่ายจารีต” โดยเฉพาะ “โจทย์เก่า”ขบวนการต้านระบอบทักษิณ เริ่มรุกเร้ากดดันผ่าน 2 คดีใหญ่ ที่ติดตัวอย่าง “คดีคนชั้น14”และ “คดี112” ที่ทิศทางดังกล่าวถูกมองเป็นที่มาของปรากฎการณ์ใน”ศาลรัฐธรรมนูญ” ที่เป็นการบาลานซ์อำนาจให้ 2 สี

สอดรับกับที่ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ที่มองว่าถ้าดูเฉพาะเรื่องนี้ เหมือนไปเพิ่มน้ำหนักให้กับทางน้ำเงิน แต่ควรดูทั้งเรื่องของความสัมพันธ์แต่การที่ “เขา”ต้องการให้เกิด “ดุล”ระหว่าง “แดง”กับ “น้ำเงิน”มันก็ต้องมีเหตุการณ์ลักษณะเพื่อให้ทั้ง 2 สีกลับมาสู่ในจุดต่อรองที่สมดุล

อย่างที่คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ไปไกลถึงการออกหมายเรียกไปทราบข้อกล่าวหา ก็ต้องมีอะไรอย่างนี้มาดึง เพราะหากเป็นไปตามกระบวนการ เรื่อยๆ ทางสีน้ำเงิน จะเสียอำนาจต่อรองสูง โจทย์วันนี้เขาต้องการให้ แดง กับ น้ำเงิน จับมือกัน จะอยู่กันอย่างไรตบจูบหรือรักกันอย่างไร ก็ไม่ว่า แต่ต้องอยู่ด้วยกันยังต้องใช้บริการสองสีเพื่อ สะกดสีส้ม ซึ่งในที่สุดมันจะเข้าสู่การต่อรองได้ คนที่ต่อรองต้องอยู่ในอำนาจที่เท่าเทียมกัน และว่า “คดีฮั้วเลือกตั้งสว.” ส่วนหนึ่งทางสีแดงเหมือนเสียเปรียบไปบางจุด
แต่ก็ไม่ได้หยุดเกม ยังเห็นความพยายามเติมส.ส.เข้าไปที่พรรคบางพรรค และมันทำให้สุ่มเสี่ยงที่ สีน้ำเงิน จะหลุดจากพรรคร่วมรัฐบาล กับภาพพรรคกล้าธรรม ที่สะสมกำลังไปเรื่อย ๆ

แต่ ผู้กำกับ ต้องการให้ น้ำเงิน แดง ต้องอยู่ด้วยกันทั้งคู่ ยังไงต้องอยู่ในเกมด้วยกัน ไม่งั้นไม่มีทางสู้สีส้มดังนั้น จะทำให้ การไล่เก็บส.ส.งูเห่า ของ “กล้าธรรม” จะเป็นแค่ เพิ่มอำนาจการต่อรองการปรับครม. แต่ยังไม่ไปถึงขั้นไล่ สีน้ำเงินออกจากร่วมรัฐบาล เช่นกันปม ฮั้วเลือกตั้งสว.ที่จะจบอย่างไรก็ตามแต่น้ำเงินแดงก็ยังจะถูกทำให้ต้องคุยกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnewsฮั้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...