โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นขึ้น! ต้องรอฝรั่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 23.20 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วานนี้ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 425 ล้านบาท

แต่หากดูตัวเลขจากต้นปี 2568 จนถึงวานนี้ (14 พ.ค.) นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นไทยอยู่กว่า 5.7 หมื่นล้านบาท

ก่อนหน้านี้บทวิเคราะห์ของ บล.เอเซีย พลัส ระบุด้วยการคาดหวังว่า ในเดือนพ.ค.นี้ เราอาจจะเห็นการกลับมาซื้อสุทธิของต่างชาติในตลาดหุ้นไทย หลังจากขายสุทธิมา 4 เดือนติดต่อกันแล้ว (ม.ค.-เม.ย. 2568)

และน่าจะช่วยให้หุ้นไทยเดินไปข้างหน้าต่อได้

เช่นเดียวกับอีกหลายโบรกเกอร์ต่างคาดหวังว่า ต่างชาติ (ควร) จะวกกลับมาซื้อหุ้นไทย (ได้แล้ว)

เพราะหากพิจาณาจาก P/E Ratioเพียง 12 เท่า

PBVที่ลงมาค่อนข้างถูกมาก ๆ

และราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ต่างปรับลงมาสวนกับผลประกอบการ

แต่จนแล้วจนรอด ต่างชาติยังขายออกมาต่อเนื่อง (ในช่วง 4 เดือนแรก)

หากจะถามว่า แล้วต่างชาติรออะไร ในเมื่อตลาดหุ้นไทยปรับลงมาจนมีมูลค่าน่าสนใจ

คำตอบนั้นน่าจะออกมาหลายปัจจัยด้วยกัน

เริ่มจาก เงินของต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงพักอยู่ที่สหรัฐฯ อาจด้วยธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ไม่ได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายตามคาด หรือจากเดิมประเมินกันไว้ 4 ครั้ง แต่ลงมาเพียง 2 ครั้ง

ต่างชาติยังไม่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้เร็ว?

นี่ก็น่าจะเป็นทั้งคำถามและคำตอบในตัวอยู่แล้ว เพราะล่าสุด ทุกฝ่ายต่างยอมรับแล้วว่า จีดีพีปี 2568 ของไทย จะเติบโตไม่ถึง 3%หรืออย่างมาก อาจได้เพียง 2.5%

ขณะที่บางสำนักวิเคราะห์ประเมินไว้จะลงมาเหลือกว่า 1%เท่านั้น

จึงย้อนกลับมาถามตัวเราเองว่า หากเราเป็นต่างชาติ เราจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นในประเทศที่จีดีพีรูดลงมาแทบจะติดลบหรือไม่

ส่วนตัวเชื่อว่า ทุกคนน่าจะพอตอบคำถามนี้ให้กับตัวเองได้

ขณะที่หลายประเทศที่เป็นตลาดหุ้นเกิดใหม่ จะมีตัวเลขจีดีพีเติบโตมากกว่าไทย

ไม่เพียงเท่านั้น

เพราะว่ากันว่า หากหุ้นไทยจะวิ่งไปข้างหน้าได้ ต้องเหลือบมองทางเหนือประเทศขึ้นไปยังหุ้นประเทศจีนด้วย

หากเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ของประเทศจีน ยังไม่ออกสตาร์ทที่บ่งบอกว่าจะกลับเป็นขาขึ้น

ตลาดหุ้นไทย ก็น่าจะยังยากที่จะวิ่งขึ้นได้เช่นกัน

นี่ยังไม่รวมถึงปัญหาด้านการเมืองที่ยังฝุ่นตลบ นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ล่าสุด ขุนคลังยอมรับว่าจะต้อง “ทบทวน”การผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี และอีกหลากปัจจัยในประเทศ

เรื่องเหล่านี้ต่างชาติต่างจับตาและติดตามกันทั้งนั้น

แม้หุ้นไทยจะมีเม็ดเงินจาก Thai ESGXเข้ามาในช่วง 2 เดือนข้างหน้านี้ (พ.ค.-มิ.ย.)

แต่ไม่น่าจะช่วยดันมากนัก เพราะเงินที่คาดกันไว้ (เม็ดเงินใหม่) นั้น มีเพียง 2 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ล่าสุด สำนักงาน ก.ล.ต.เผยการระดมทุนของกองทุน Thai ESGX จำนวน 37กองทุนจากการเสนอขายครั้งแรก (IPO) เริ่มตั้งแต่วันที่ 2พ.ค. 68จนถึง 8พ.ค. 68มีมูลค่าการระดมทุนรวม (เพียง) 840ล้านบาท

คำว่า “เพียง” ที่ส่วนตัวเติมเข้าไปเอง

เพราะตัวเลข 840 ล้านบาทดังกล่าวนั้น บุคคลในวงการตลาดทุนต่างมองว่า “น้อยมาก”

ตัวเลขนี้จึงยังไม่น่าเพียงพอต่อการเพิ่มอำนาจในการซื้อหุ้นของนักลงทุนสถาบัน (กองทุน) ได้สักเท่าไหร่ ขนาดกองทุนรวม “วายุภักษ์ หนึ่ง” ที่มีมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท แม้จะมีรูปแบบลงทุน “เชิงรับ” มากกว่า “เชิงรุก”

แต่ก็จะเห็นว่า ยังไม่สามารถประคองดัชนีหุ้นไทยได้มากนัก

อย่างที่เราทราบกันหุ้นไทยฝากผีฝากไข้ไว้กับต่างชาติเยอะ เพราะสถาบันเรายังไม่เข้มแข็งพอ

หากต่างชาติยังไม่หวนกลับจริงจัง

หุ้นไทยจึงน่าจะยากที่จะไปต่อได้ อย่างมาก คงวิ่งอยู่ในกรอบแคบ ๆ ไปเรื่อย ๆ

ธนะชัย ณ นคร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...