ก่อนตายเห็นอะไร? การศึกษาพบ อาจเห็นภาพในอดีต-รู้สึกตัวมากขึ้นก่อนมุ่งหน้าเดินทางสู่ความตาย
ภาพสุดท้ายที่เราจะเห็นก่อนตายคืออะไรกันนะ?
จากการศึกษาคลื่นสมองของพบว่า ผู้ป่วยที่กำลังจะเสียชีวิต สัมพันธ์กับ ‘ประสบการณ์ใกล้ตาย (NDEs)’ ที่มีรายงานโดยทั่วไป เช่น รู้สึกเหมือนวิญญาณออกจากร่าง สังเกตเหตุการณ์โดยปราศจากความเจ็บปวดหรือความทุกข์ ประเมินสิ่งที่มีความหมาย-ความสัมพันธ์ของพวกเขา ย้อนทบทวนเรื่องราวในอดีตของตัวเอง และยังอาจเกิด ‘มิติแห่งความเป็นจริง (dimensions of reality)’ อีกเช่นกัน
การศึกษาดังกล่าว นำโดยแซม พาร์เนีย (Sam Parnia) แพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยหนักและรองศาสตราจารย์ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ‘NYU Langone Health’ นิวยอร์ก สหรัฐฯ ที่ได้สังเกตอาการผู้ป่วย 567 รายในโรงพยาบาล 25 แห่งทั่วโลก ในขณะที่พวกเขาถูก CPR หลังจากเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น
เมื่อพิจารณาคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG) ของผู้ป่วยหลายสิบราย พบว่า ระดับความรู้สึกตัว (consciousness) เพิ่มขึ้นนานถึง 1 ชั่วโมง หลังจากที่เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น
ในจำนวนที่ศึกษานี้ มีผู้ป่วย 53 รายที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดย 11 รายระบุว่าเขารู้ตัวในระหว่างทำ CPR และ 6 รายก็เล่าถึงประการณ์ใกล้ตายด้วยเช่นกัน
พาร์เนียและทีมของเขายังระบุด้วยว่า ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างเปลี่ยนจากมีชีวิตเป็นเสียชีวิตนั้น ยังกระตุ้นความเข้าใจที่แจ่มชัด เกี่ยวกับมิติใหม่แห่งความจริง ความทรงจำ ความคิด ความตั้งใจ และการกระทำทั้งหมดที่เคยทำต่อผู้อื่นด้วยมุมมองทางศีลธรรม โดยยังรวมถึง ระดับความรู้สึกตัวที่ลึกซึ้งมากขึ้นอีกด้วย
พาร์เนียยังระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้น แพทย์ที่พยายามช่วยชีวิตของพวกเขา ก็จะมองว่าผู้ป่วยอยู่ในอาการโคม่าและไม่สามารถตอบสนองได้โดยสิ้นเชิง แต่จากมุมมองภายในของตัวผู้เอง กลับพบว่า พวกเขามีสติสัมปชัญญะอย่างเต็มที่ ทั้งระดับความรับรู้ที่เกิดก็ยังยกระดับไปสู่ระดับที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน มีความคิดที่เฉียบคมและชัดเจนกว่าปกติอีกเช่นกัน
โดยปกติ พาร์เนียระบุว่า แพทย์ส่วนใหญ่จะถูกสอนและเชื่อว่าสมองจะตายหากขาดออกซิเจนประมาณ 5-10 นาที แต่จากการศึกษานี้ก็พบว่านั่นไม่เป็นความจริง
แม้ว่าคลื่นสมองที่ปรากฏจะเป็นเส้นตรง (brain flatlines) หลังจากที่หัวใจหยุดเต้น แต่พาร์เนียก็ระบุว่า ไม่ได้หมายความว่าสมองจะได้รับความเสียหายถาวรและเสียชีวิต เพราะสมองอาจแค่กำลัง ‘จำศีล’ และจะสามารถฟื้นฟูการทำงานได้อีกครั้ง แม้เวลาจะผ่านไปถึง 1 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งก็จะช่วยเปิดโอกาสให้กับแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยใหม่ได้
พาร์เนียและทีมยังเคยสัมภาษณ์ผู้รอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น 28 คน เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความตาย ซึ่งก็พบว่า สิ่งที่ผู้ป่วยเจอ แตกต่างจากความฝันและภาพหลอนที่อาจเกิดขึ้นหลังฟื้นตัวจากภาวะหัวใจหยุดเต้น
อีกทั้ง เมื่อพิจารณาผู้คนที่มีภูมิหลัง-วัฒนธรรมที่แตกต่าง พวกเขาก็ยังเล่าถึงประสบการณ์ใกล้ตายด้วยองค์ประกอบที่คล้ายคลึงกัน เช่น วิญญาณหลุดจากร่างไปยังสถานที่ที่สะดวกสบาย อย่างบ้านในวัยเด็ก ตามมาด้วยสัญชาตญาณที่จะต้องเดินทางกลับเข้าร่างกาย จึงนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นประสบการณ์จริงที่ปรากฏขึ้นในช่วงที่จะเปลี่ยนผ่านสู่ความตาย
“เรากำลังค้นพบสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเราทุกคนเมื่อเราต้องเดินทางสู่ความตายและสิ่งที่เกิดขึ้นกับจิตสํานึกของเรา” พาร์เนียกล่าว พร้อมระบุว่าเขากำลังวางแผนจะวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นกับสมองให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อที่จะดูเรื่องประสาทสรีรวิทยาของชีวิตและความตายของมนุษย์ ในขณะที่พวกเขากำลังจะผ่านมันไป
“ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ได้เห็นมุมมองที่แท้จริงของจิตสำนึก (consciousness) มนุษย์ที่ไม่ค่อยมีคนเข้าใจ…การค้นพบนี้ ก็ยังอาจเป็นแนวทางสำหรับการออกแบบวิธีที่จะรีสตาร์ตหัวใจ หรือป้องกันการบาดเจ็บที่สมองและยังมีความหมายสำหรับการปลูกถ่าย [สมอง]” พาร์เนียระบุ
อ้างอิงจาก