โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

รีวิว 3 บัตร Travel Card ฉบับคนใช้จริง โนสปอน! ใบไหนคุ้มสุด?

FinSpace

อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2566 เวลา 14.30 น. • FinSpace
รีวิว 3 บัตร Travel Card ฉบับคนใช้จริง โนสปอน! ใบไหนคุ้มสุด?

#จ่ายคุ้มอยู่หมัด | ใครเป็นสายเที่ยวต่างประเทศแล้วกำลังมองหา Travel Card ดี ๆ สักใบเอาไว้ใช้รูดชอปปิงที่ต่างประเทศบ้าง ยกมือขึ้น! 🙋🏻‍♀️✈️

วันนี้ FinSpace จะมารีวิว 3 บัตร Travel Card จาก 3 ธนาคาร โดยเป็นบัตรที่แอดใช้จริง ๆ รีวิวกันแบบเรียล ๆ โนสปอนใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งบัตรทั้ง ใบที่แอดมี เป็นบัตร Prepaid ที่ต้องมีการเติมเงินเข้าบัตรหรือมีเงินในบัญชีเพื่อแลกจากเงินบาทเป็นสกุลเงินต่างประเทศก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ มาดูกันว่าบัตรแต่ละใบจะมีจุดเด่นอย่างไรกันบ้าง แล้วบัตรใบไหนคุ้มสุด?

💜 บัตร Planet SCB

รีวิว 3 บัตร Travel Card ฉบับคนใช้จริง โนสปอน! ใบไหนคุ้มสุด?

จุดเด่น

  • รองรับสกุลเงินต่างประเทศกว่า 13 สกุลเงิน ได้แก่ USD, EUR, GBP, JPY, AUD, CHF, SGD, HKD, NZD, CAD, CNY, KRW และ TWD
  • ใช้จ่ายคุ้มทั่วโลก ไม่มีชาร์จ 2.5% ค่าความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศ จะรูดช้อป แตะจ่าย หรือช้อปออนไลน์ ก็คุ้มทุกสกุลเงิน รวมถึงสกุลไทยบาท
  • รับฟรี ประกันการเดินทางจาก CHUBB สูงสุด 10 วัน วงเงินคุ้มครองอุบัติเหตุสูงสุด 2,000,000 บาท
  • สมัครวันนี้ รับฟรีเครดิตเงินคืนค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาท ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2566

คุณสมบัติผู้สมัครบัตร

  • อายุตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไป
  • มีบัญชีออมทรัพย์ หรือ กระแสรายวันที่เป็นบัญชีเดี่ยวของธนาคารประเภทบุคคลธรรมดาทั้งชาวไทยและต่างชาติ
  • มี SCB EASY App

ใครที่มีบัญชีของไทยพาณิชย์และมี SCB Easy App อยู่แล้วสามารถสมัครบัตรออนไลน์ผ่านแอปฯ SCB Easy ได้เลย ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.scb.co.th/th/personal-banking/cards/prepaid-cards/planet-scb-card.html

รีวิวฉบับคนใช้จริง

บัตร Planet SCB เป็นบัตร Travel Card ใบแรกที่แอดสมัคร เพราะ SCB ถือเป็นแบงก์แรก ๆ เลยที่มี Travel Card ส่วนตัวแอดเป็นคนเดินทางไปต่างประเทศบ่อย แล้วก็มีกดซื้อของจากต่างประเทศที่ไทยด้วย เห็นว่าน่าใช้ดี ก็เลยจัดเลย ลองใช้ที่แรกที่ญี่ปุ่น ค่อนข้างโอเค ตอนแรกที่ใช้ก็แอบงง ๆ นิดหน่อย แต่ Call Center บริการดี ตอนนั้นที่แอดเอาไปใช้กดเงินที่ญี่ปุ่นแล้วกดไม่ได้ ไปบ่นใน Twitter (ที่ตอนนี้เป็น X ไปละ) แป๊บเดียวก็มีแอค Official ของ SCB ทัก DM มาแก้ปัญหาให้เลย ประทับใจมาก

บัตรนี้จะต้องมีการเติมเงินเข้าบัตรก่อนถึงจะแลกเงินต่างประเทศได้ ฟีลเหมือนแอปเป๋าตังค์อะไรทำนองนั้น แอบวุ่นวายนิดนึง แต่หลัง ๆ แอดไม่ค่อยได้ใช้บัตรนี้แล้วเพราะเรทค่อนข้างสูงกว่าบัตรใบอื่น ๆ ที่แอดมี

💛 บัตร Krungsri Boarding Card

รีวิว 3 บัตร Travel Card ฉบับคนใช้จริง โนสปอน! ใบไหนคุ้มสุด?

จุดเด่น

  • รองรับสกุลเงินต่างประเทศกว่า 16 สกุลเงิน ได้แก่ JPY, KRW, HKD, SGD, USD, EUR, AUD, CAD, CHF, CNY, DKK, GBP, NOK, NZD, SEK, และ TWD
  • ไม่มีชาร์จ 2.5% เมื่อช้อปออนไลน์ ชำระค่าสินค้า/บริการทั่วโลก หรือชำระค่าสิน/บริการ กับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ VISA ได้ทั่วโลก
  • สามารถตั้งล็อกซื้อสกุลเงินต่างประเทศในเรทที่ถูกใจไว้ล่วงหน้าได้ 15 วัน บน KMA-Krungsri Mobile App โดยเมื่อถึงเรทอัตราแลกเปลี่ยนที่ตั้งไว้ สามารถเลือกได้ว่าจะให้ระบบแจ้งเตือนหรือแลกให้อัตโนมัติ โดยสามารถตั้งล็อกซื้อเรทถูกใจได้สูงสุด 3 รายการ
  • ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกก็สามารถแลกเงิน ปรับเปลี่ยนวงเงินการถอน รูดชำระค่าสินค้า และ เปิด-ปิดการใช้งานบัตรได้ด้วยตัวเอง ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สมัครวันนี้ ฟรีค่าธรรมเนียมสมัครบัตร 150 บาท ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2566

คุณสมบัติผู้สมัครบัตร

  • บุคคลธรรมดาอายุ 12 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย หรือ ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทย และมี work permit passbook
  • มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารกรุงศรี และมี KMA - Krungsri Mobile App
  • ลูกค้า 1 ท่าน สามารถสมัครบัตรได้ 1 ใบ

ใครที่มีบัญชีของกรุงศรีและมี KMA Krungsri Mobile App อยู่แล้วสามารถสมัครบัตรออนไลน์ผ่านแอปฯ KMA ได้เลย ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungsri.com/th/personal/card/krungsri-boarding-card

รีวิวฉบับคนใช้จริง

บัตร Travel Card ใบนี้เป็นบัตรที่แอดชอบที่สุดในบรรดา 3 บัตรที่มีอยู่ เพราะเรทค่อนข้างถูก แต่เอาจริง ๆ แล้วเรทจะไม่ต่างกับบัตร Krungthai Travel Card มาก แต่ถูกกว่า Planet SCB ค่อนข้างเยอะอยู่ แถมอย่างที่บอกไปว่าเขามีระบบแจ้งเตือนเรทเงินด้วย หากเรทถึงตามที่เราตั้งไว้แอปก็จะแจ้งเตือนมา นอกจากนี้ยังสามารถตั้งซื้อสกุลเงินต่างประเทศอัตโนมัติได้ด้วยเมื่อเรทถึงตามที่เราต้องการ เรียกได้ว่าอำนวยความสะดวกให้เราขั้นสุด เพราะบางทีเราก็ไม่ได้มีเวลามานั่งจ้องเรทอยู่ตลอดเวลา บัตรนี้ไม่ต้องเติมเงินเข้าบัตร แค่มีเงินในบัญชีของกรุงศรีก็สามารถกดแลกเงินต่างประเทศได้เลย สะดวกมาก ๆ ไม่ต้องวุ่นวายสองต่อ เติมเงินเข้าบัตรแล้วมาแลกเงินอีก ล่าสุดแอดเอาไปรูดที่เกาหลีก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเกาหลีเขารับบัตรแทบทุกร้าน (ยกเว้นพวก Street Food ข้างทาง) ไม่ต้องพกเงินสดไปเลย

💙 บัตร Krungthai Travel Card

รีวิว 3 บัตร Travel Card ฉบับคนใช้จริง โนสปอน! ใบไหนคุ้มสุด?

จุดเด่น

  • รองรับสกุลเงินต่างประเทศกว่า 19 สกุลเงิน ได้แก่ AUD, CAD, CHF, DKK, EUR, GBP, HKD, INR, JPY, KRW, MYR , NOK, NZD, RUB, SEK, SGD, TWD, USD และ THB
  • ไม่เสียค่าธรรมเนียมความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.5%
  • แลกเงินและจัดการบัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card ง่าย ๆ ตลอด 24 ชม. ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ด้วยวงเงินประกันคุ้มครองสูงสุด 6,000,000 บาท ในกรณีใช้บัตร Krungthai Travel Visa Platinum Card ชำระค่าบัตรโดยสารยานพาหนะสาธารณะ รับประกันโดย บมจ. ทิพยประกันภัย
  • สมัครวันนี้ ฟรีค่าธรรมเนียมการออกบัตรและค่าธรรมเนียมรายปีมูลค่า 600 บาท ทั้งบัตรหลัก และ บัตรเสริม กรณีออกบัตรใหม่ และออกบัตรทดแทน ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2566

คุณสมบัติผู้สมัครบัตร

  • บัตรหลัก: เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยสามารถสมัครบัตรหลักได้รายละ 1 บัตร
  • บัตรเสริม: เป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย อายุ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยสามารถถือบัตรเสริมได้เพียงรายละ 1 บัตร และสามารถสมัครบัตรเสริมฯให้ผู้อื่นได้รายละ 3 บัตร

ใครที่มีบัญชีของกรุงไทยและมีแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT อยู่แล้วสามารถสมัครบัตรออนไลน์ผ่านแอปฯ Krungthai NEXT ได้เลย ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://krungthai.com/th/content/personal/cards/krungthai-travel-card

รีวิวฉบับคนใช้จริง

บัตร Krungthai Travel Card เป็นบัตร Travel Card ใบที่ 3 ที่แอดสมัคร และเป็นใบที่ใช้คู่ไปกับบัตร Krungsri Boarding Card ตอนนี้ เพราะเรทเงินใกล้ ๆ กัน ห่างกันก็จุดเดียว หรือบางทีก็เท่ากัน บัตรนี้เหมือนบัตร Krungsri Boarding Card คือไม่ต้องแลกเงินเข้าบัตร แค่มีเงินในบัญชีกรุงไทยก็สามารถกดแลกเงินต่างประเทศได้เลย ข้อดีของบัตรนี้คือสามารถเลือกรับ OTP ผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือ Email ได้ เพราะบางทีเราไปต่างประเทศ ไปกดซื้อของผ่านแอป แต่ไม่ได้ใช้เบอร์ไทย ก็สามารถเลือกรับ OTP ทาง Email เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการได้เลย

เปรียบเทียบ 3 บัตร Travel Card ใบไหนคุ้มสุด?

รีวิว 3 บัตร Travel Card ฉบับคนใช้จริง โนสปอน! ใบไหนคุ้มสุด?

.

และทั้งหมดนี่ก็เป็นรีวิวบัตร Travel Card ทั้ง 3 ใบ จาก 3 แบงก์ที่แอดได้ลองใช้ดูจริง ๆ ลองพิจารณาดูว่าตัวเองเหมาะกับบัตรใบไหน ซึ่งจริง ๆ แล้วแอดว่าบัตรแต่ละใบก็ไม่ได้ต่างกันมาก ต่างกันที่เรทกับฟังก์ชันนิด ๆ หน่อย ๆ ใครสะดวกสมัครของแบงก์อะไร มีบัญชีและแอปพลิเคชันของแบงก์นั้น ๆ อยู่แล้ว ก็เลือกของแบงก์นั้นไปเลยดีกว่า

แต่ข้อเสียของบัตร Travel Card คือ… รูดเพลินสุด ๆ 😂 พอเงินที่แลกมาหมด ก็สามารถเข้าแอปกดแลกเพิ่มตอนอยู่ต่างประเทศได้ 24 ชั่วโมงเลย

ลืมบอกว่าบัตร Travel Card ทั้ง 3 ใบนี้สามารถใช้ที่ไทยได้ด้วยนะ เช่น หากอยากซื้อของเป็นสกุลเงินต่างประเทศก็สามารถแลกเงินไว้ในบัตรแล้วใช้บัตรเหล่านี้จ่ายได้เลย ใครมีแพลนไปต่างประเทศเข้าแอปแล้วเห็นเรทดี ๆ ก็กดแลกเก็บไว้ก่อนได้

ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co

ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่

Facebook : FinSpace

LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48

Twitter : http://bit.ly/2keFfVD

Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7

Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb

กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2

กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPXnk

กลุ่มคริปโต บิทคอยน์ NFT: https://bit.ly/3J8LS1W

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...