โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธรรมนัส นั่งบอร์ดแก้หมูเถื่อน บีบรายใหญ่ลดแม่พันธุ์ ดันส่งออกฟื้นราคา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ก.ย 2566 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2566 เวลา 11.10 น.

ผู้เลี้ยงสุกรร้องหมูล้นตลาด กดดันราคาตลาดดิ่ง ชงพิกบอร์ดประชุม 20 ก.ย.นี้ เร่งแก้ปัญหาราคาหมูตกต่ำ จี้ต้องหาทางลดต้นทุนอาหารสัตว์ราคาแพง ส่งออก เสนอตัดวงจรลูกสุกรไปทำหมูหัน ขอความร่วมมือผู้เลี้ยงรายใหญ่ ปลดแม่พันธุ์หมู ช่วยรายย่อยเดี้ยง ขายหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มขายกัน 60 บาท/กก. ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่ 80 บาท ขายขาดทุนตัวละ 2,000-3,000 บาท

นายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 20 กันยายน 2566 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) ซึ่งมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน ทางสมาคมจะหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหาราคาหมูตกต่ำ

เนื่องจากปริมาณหมูในประเทศไทยล้นตลาด มีจำนวนหมูมีมากกว่ากำลังการบริโภค ประกอบกับหมูเถื่อนที่ยังเข้ามาซ้ำเติมในระบบ โดยมีข้อเสนอ 1.ภาครัฐจะมีแนวทางอย่างไรที่จะช่วยให้ต้นทุนอาหารสัตว์ถูกลง โดยปัจจุบันหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มขายได้ราคา 60 บาท/กก. แต่ต้นทุนอยู่ที่ 80 บาท ซึ่งอาหารสัตว์ เป็นต้นทุนหลักของการเลี้ยง 2.เรื่องปริมาณหมูล้นตลาดต้องวางแนวทางแก้ไขระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งในทางปฏิบัติการแก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการส่งออก

ส่วนแผนระยะกลาง เสนอให้ตัดวงจรลูกสุกร แบ่งเป็น 2 แนวทางระหว่าง 1) คลอดออกมาแล้วเชือดทันที 2) เลี้ยงลูกสุกรไป 10 สัปดาห์จนได้น้ำหนักประมาณ 7 กก. นำไปทำหมูหันซึ่งแผนระยะกลางจะเห็นผลภายในระยะเวลา 5-6 เดือนข้างหน้า และแผนระยะยาวเสนอขอความร่วมมือผู้เลี้ยงรายกลางและรายใหญ่ ที่มีแม่หมูตั้งแต่ 1,000 แม่ขึ้นไป ให้มีการปลดแม่พันธุ์หมู เนื่องจากราคาหมูมีชีวิตที่ขายในท้องตลาด ประมาณ 60-62 บาท/กก. ผู้เลี้ยงขาดทุนตัวละ 2,000-3,000 บาท

ร.อ.ธรรมนัส พหรมเผ่า

ทั้งนี้ ในส่วนของแผนระยะสั้นที่จะส่งออกในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ เพราะราคาต้นทุนการเลี้ยงของไทยสูงกว่าประเทศใดในโลก ราคาอาหารสัตว์ของไทยแพงมาก ถือเป็นเรื่องใหญ่สุดตอนนี้ที่ภาครัฐต้องเข้ามาแก้ไข ส่วนแผนระยะกลางที่เสนอให้ตัดวงจรลูกหมูเข้าขุนใหม่ เพราะปัจจุบันคนเลี้ยงแม่พันธุ์หมู เพื่อขายลูกหมูก็ขาดทุน เพราะต้นทุนลูกหมูอยู่ที่ตัวละ 1,000 บาท แต่ขายได้เพียง 1,200 บาท/ตัว ขาดทุนตัวละ 600-700 บาท

ถ้าเลี้ยงเป็นหมูขุน ก็ขาดทุนตัวละ 2,000-3,000 บาท ส่วนประเด็นเรื่องการปลดแม่พันธุ์หมู ที่ผ่านมาได้มีการหารือในที่ประชุมสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ โดยมีผู้เลี้ยง 20 รายใหญ่ของประเทศไทยเข้าร่วมด้วยความสมัครใจ ซึ่งปัจจุบันทั้งระบบมีแม่หมูประมาณ 940,000 ตัว เบื้องต้นจะให้ผู้เลี้ยงที่มีแม่หมูตั้งแต่ 1,000 แม่ขึ้นไปปลดแม่หมูประมาณ 5-10% แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในเรื่องรูปแบบการปลด

“วันนี้เกิดโอเวอร์ซัพพลาย หมูล้นตลาด ทั้งที่ก่อนเกิดโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกร (ASF) ระบาด ประเทศไทยมีแม่พันธุ์หมู 1.2 ล้านแม่ แต่ปัจจุบันประเทศไทยมีแม่พันธุ์หมูเพียงประมาณ 940,000 แม่ แม้ปริมาณการเลี้ยงหมูจะน้อยกว่าก่อนเกิด ASF

แต่ปัญหาล้นตลาดเพราะคนกินน้อยลง และหมูเถื่อนที่เพิ่มเข้ามา ทำให้ระบบตลาดป่วน และบีบให้หมูมีชีวิตที่เลี้ยงกันอยู่ ถูกกดราคา สมาคมผู้เลี้ยงฯจึงอยากให้พิกบอร์ดและรัฐบาลหาแนวทางที่จะช่วยผู้เลี้ยง ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นผู้เลี้ยงรายใหญ่ก็ต้องช่วยผู้เลี้ยงรายย่อยด้วย” นายพิพัฒน์กล่าวและว่า

ปัจจุบันหมูเถื่อนหรือหมูกล่องยังคงมีอยู่ในท้องตลาด และกดดันให้ราคาหมูต่ำลง เห็นได้จากการประกาศขายผ่านเพจต่าง ๆ กันอย่างไม่กลัวกฎหมาย โดยราคาหมูเนื้อแดงประกาศขายกัน 70 บาทต่อ กก. ขณะที่คนเลี้ยงหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มขายกัน 60 บาทต่อ กก. ยังต้องมีต้นทุนเข้าโรงเชือด ค่าขนส่งต่าง ๆ อีกมากมาย ทำให้สู้กันยาก แต่ก็ยอมรับว่า ช่วงที่่ผ่านมาการกดดันของผู้เลี้ยงหมูให้ภาครัฐดำเนินการเข้มงวดในการสกัดหมูเถื่อนก็มีผลให้การลักลอบนำเข้าลดลงบ้าง

รายงานข่าวจากกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า สำหรับวาระการประชุมพิกบอร์ดจะมีการพิจารณา 1.สถานการณ์การผลิตการตลาดสุกรในปัจจุบัน 2.ต้นทุนการผลิตสุกร 3.การวิเคราะห์การตลาดและการผลิตสุกร 4.การรักษาเสถียรภาพราคาสุกร เช่น โครงการชดเชยดอกเบี้ยเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้เลี้ยงสุกร, โครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร โดยการสนับสนุนค่าส่วนต่างในการส่งออกสุกรมีชีวิต, การต่อยอดระบบฐานข้อมูล big data และขยายขอบเขตการใช้งานสู่สาธารณะ เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...