โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

DASH Diet เทรนด์อาหารสุขภาพดี ลดความดัน ลดโรคหัวใจ

BT Beartai

อัพเดต 22 ส.ค. 2566 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2566 เวลา 06.28 น.
DASH Diet เทรนด์อาหารสุขภาพดี ลดความดัน ลดโรคหัวใจ

ปัจจุบันศาสตร์การรับประทานอาหารนั้นแตกแขนงออกไปมากมายตามจุดประสงค์และลักษณะของอาหาร DASH diet (แดช ไดเอท) เป็นเทรนด์อาหารที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดย DASH ย่อมาจากDietary Approaches to Stop Hypertension หรือวิธีการรับประทานอาหารที่จะช่วยหยุดการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งสามารถนำไปสู่โรคอื่น อย่างโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้ นอกจากนี้ DASH diet ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นด้วย

อาหารที่เป็น DASH diet ไม่ใช่วัตถุดิบที่หายากหรือมีราคาแพง แต่เป็นอาหารและวัตถุดิบทั่วไปที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน แต่เน้นอาหารที่มีแร่ธาตุในกลุ่มแมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียมสูง แต่โซเดียม และไขมันต่ำ

โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไป (ผู้ใหญ่: ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน) อาจส่งผลเสียต่อระบบความดันโลหิต และไต หากคนที่กำลังลดน้ำหนักต้องนับและจำกัดพลังงานหรือแคลอรีจากอาหาร คนที่กำลังคุมอาหารด้วย DASH diet ต้องนับและจำกัดปริมาณโซเดียมไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัม/วัน ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารในกลุ่ม Dash diet

กลไกและประโยชน์ของ DASH Diet

การรับประทานแบบ DASH diet เน้นไปที่การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติด้วยวิธีเน้นการควบคุมสารอาหารอย่างโซเดียม โซเดียมมีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำเข้าสู่กระแสเลือด การได้รับโซเดียมมากเกินไปส่งผลให้เลือดมีปริมาตรมากขึ้น ทำให้ความดันภายในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น เหมือนการใส่น้ำปริมาณเข้าไปในลูกโป่ง ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนัก หลอดเลือดสมองและในไตอ่อนแอหรือแข็งตัวผิดปกติจนเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตตามมา

การควบคุมปริมาณโซเดียมด้วยการจำกัดโซเดียมจากอาหาร และการเพิ่มแร่ธาตุ อย่างโพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมเข้าไปจะช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตให้ดีขึ้น ซึ่งลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่เป็นผลมาจากภาวะความดันโลหิตสูงได้

ข้อมูลจากการศึกษาหลายชิ้นพบว่าการรับประทานอาหารแบบ DASH diet อย่างต่อเนื่องสามารถลดระดับความดันโลหิตได้จริง ทั้งในคนที่มีและไม่มีภาวะความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ การศึกษาบางชิ้นยังพบด้วยว่าการเพิ่มอาหารแบบ DASH diet ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารปกติก็สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้

ตัวอย่างอาหารสำหรับ DASH Diet

อาหารหลายชนิดจัดว่าเป็นอาหารแบบ DASH diet ซึ่งคุณสามารถเลือกนำมาปรุงได้ตามความชอบ

  • ผักและผลไม้
  • เนื้อไก่หรือเป็ดไม่ติดหนัง เนื้อปลา
  • นม โยเกิร์ต และผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำหรือปราศจากไขมัน
  • ธัญพืชเต็มเมล็ดหรือขัดสีน้อย เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต และควินัว เป็นต้น รวมถึงผลิตภัณฑ์จากธัญพืชเต็มเมล็ด อย่างขนมปังโฮลวีต
  • ถั่วเมล็ดแห้งและถั่วเปลือกบาง เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วเหลือง ถั่วลูกไก่ ถั่วลิสง และอื่น ๆ
  • เมล็ดพืชและถั่วเปลือกหนา เช่น เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ พิสตาชิโอ แมคาเดเมีย
  • น้ำมันพืชที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำและมีไขมันไม่อิ่มตัวสูง

นอกจากอาหารที่ควรรับประทานแล้ว DASH diet ก็มีอาหารที่ควรเลี่ยงหรือจำกัดด้วยเหมือนกัน เช่น

  • เกลือ ผงชูรส ผงปรุงรส เพราะโซเดียมสูง
  • อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม ของหมักดอง เพราะโซเดียมสูง และบางชนิดไขมันสูง
  • เนื้อสัตว์ไขมันสูง เช่น เนื้อติดมัน มันหมู หมูกรอบ
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำ หรือก็คือผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่ไม่ใช่สูตรไขมันต่ำ
  • น้ำตาล ของหวาน น้ำหวานต่าง ๆ
  • น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว

อาหารเหล่านี้มีสารอาหารหลายชนิดที่ร่างกายควรได้รับในปริมาณที่เล็กน้อยเท่านั้น หากได้รับมากเกินไปสามารถส่งผลต่อระดับน้ำตาลและระดับไขมันในเลือด และส่งผลต่อภาวะความดันโลหิตสูงด้วย

วิธีปรับใช้ DASH Diet ในชีวิตประจำวัน

  • อ่านฉลากเพื่อดูปริมาณโซเดียมในอาหารหรือเครื่องปรุงเสมอ
  • เลือกอาหารหรือเครื่องปรุงแบบโซเดียมต่ำ
  • เพิ่มสัดส่วนของผักให้มากขึ้น เช่น เปลี่ยนอาหารบางมื้อเป็นผัดผัก ต้มจืดกะหล่ำ น้ำพริกผักลวก หรืออื่น ๆ
  • เพิ่มหรือเปลี่ยนของว่างเป็นสลัด ผลไม้ ถั่วหรือธัญพืชที่อบแบบไม่ใส่เกลือ นม หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำสลับกันไปในแต่ละวัน
  • ลองใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศปรุงรสอาหารแทนเกลือและน้ำตาล
  • ทำอาหารเอง เพราะสามารถควบคุมปริมาณโซเดียม ไขมัน และน้ำตาลได้มากกว่า
  • ค่อย ๆ เพิ่มอาหารแบบ DASH diet เข้าไปในชีวิตประจำทีละเล็กน้อย เพราะจะช่วยปรับพฤติกรรมในระยะยาวได้ดีกว่าการเปลี่ยนอาหารทั้งหมดในทันที
  • เพิ่มการออกกำลังกาย การควบคุมความเครียด และการนิสัยการนอนหลับที่ดีสามารถเสริมประสิทธิภาพของการรับประทานแบบ DASH diet ได้

รับประทาน DASH Diet นานแค่ไหนถึงได้ผล?

การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพไม่สามารถวัดผลด้วยเวลาที่แน่นอนได้ การศึกษาที่ศึกษาประโยชน์ของ DASH diet มีตั้งแต่ไม่กี่เดือนไปจนถึงเป็นปี การเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือเห็นได้ชัด แต่อาจรู้สึกได้เมื่อรับประทานอย่างเหมาะสมติดต่อกันระยะเวลาหนึ่ง ส่วนความดันโลหิตที่เป็นแกนกลางของการรับประทานอาหารประเภทนี้สามารถวัดได้จากการเครื่องวัดความดันโลหิต

แต่ถึงอย่างนั้น ยังไม่มีงานวิจัยชิ้นไหนที่บอกว่า DASH diet สามารถป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองได้แน่นอน เพียงแต่สามารถลดความเสี่ยงอัตราการเกิดปัญหาสุขภาพเหล่านี้ได้ หากใครมีปัญหาสุขภาพ ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย หาสาเหตุ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม

เนื่องจาก DASH diet เป็นอาหารทั่วไปและดีต่อสุขภาพจึงไม่ค่อยมีความเสี่ยงต่อสุขภาพ แต่บางคนอาจพบอาการท้องอืดจากการรับประทานผักปริมาณมาก หากมีอาการควรแบ่งรับประทานเป็นหลายมื้อแทนการรับประทานปริมาณมากในครั้งเดียว

สุดท้ายนี้ DASH diet ไม่ใช่สูตรสำเร็จของการมีสุขภาพดี แต่เป็นเพียงหนทางหนึ่งเท่านั้น การมีสุขภาพดีจำเป็นต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งอาหาร การจัดการความเครียด การออกกำลังกาย และการพักผ่อนที่เพียงพอ

ที่มา: NIH1, NIH2, Mayo Clinic, School of Public Health Harvard University

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...