โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ระวังเชื้อรา...พาโรค ที่มาในช่วงหน้าฝน

Health Addict

อัพเดต 23 มิ.ย. 2565 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2565 เวลา 04.46 น. • Health Addict
“เธอมากับฝน” แต่คงไม่สวยถ้าเดินตากฝนเหมือนในเพลง เพราะถ้าฝนแล้วไม่รีบอาบน้ำอาบท่าทำตัวให้แห้ง ไม่ใช่แค่โรคหวัดจะมาหา แต่เชื้อรายังจะพาสารพัดโรคมาทักทายด้วย

“เธอมากับฝน” แต่คงไม่สวยถ้าเดินตากฝนเหมือนในเพลง เพราะถ้าฝนแล้วไม่รีบอาบน้ำอาบท่าทำตัวให้แห้ง ไม่ใช่แค่โรคหวัดจะมาหา แต่เชื้อรายังจะพาสารพัดโรคมาทักทายด้วย เพราะขนาดว่าหลบฝนอยู่ในอาคารก็ยังมีโอกาสเป็นโรคจากเชื้อราได้ โดยมีการศึกษาวิจัยที่ฟินแลนด์ นำโดย Karvala พูดถึงความชื้นจากอาคารในที่ทำงาน ซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมที่มีราเจริญอยู่ว่าสามารถชักนำและเป็นต้นเหตุของอาการจมูกอักเสบได้ เพราะฉะนั้นยิ่งถ้าเป็นความชื้นจากฝนด้วยล่ะก็ ไม่ต้องสืบเลย

“เชื้อรา” มาจากไหน
เชื้อรา คือ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ โดยอาจทำให้เกิดอาการบริเวณผิวหนังชั้นนอกหรือลึกลงไปในเนื้อเยื่อชั้นใน รวมถึงระบบเลือด ปอด หรืออวัยวะต่างๆ และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เพราะสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ที่มีสุขภาพดีหรือผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางระบบภูมิคุ้มกันอย่างผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะก็ได้เช่นกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ราชนิดที่มีเซลล์เดียว เรียกว่ายีสต์ ส่วนราชนิดที่มีหลายเซลล์ เรียกว่า Mold มีลักษณะเป็นเส้น และกลุ่มสุดท้ายเป็นราชนิดที่เรียกว่า เห็ด
“เชื้อรา” พาโรค…อะไรบ้าง
ในเชื้อราทั้ง 3 กลุ่มยังประกอบไปด้วยเชื้อราแต่ละชนิดที่สามารถก่อโรคได้แตกต่างกันไป โดยโรคที่เกิดจากเชื้อราที่พบบ่อย ได้แก่

  • โรคกลาก มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อราในกลุ่มเดอมาโทไฟท์ ซึ่งจะก่อให้เกิดผื่นขึ้นบนผิวหนังลักษณะเป็นดวง พบได้ทุกส่วนของร่างกาย
  • โรคติดเชื้อราแคนดิดา มักพบได้ในช่องปาก คอ และช่องคลอด อีกทั้งยังสามารถเข้าสู่กระแสเลือดและแพร่ไปส่วนต่างๆ ในร่างกายได้อีกด้วย
  • โรคติดเชื้อราแอสเปอร์จิลลัส มักพบได้ในผู้ป่วยโรคปอดหรือผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งจะทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ การติดเชื้อที่ปอด และอวัยวะอื่นๆ
  • โรคฮีสโตพลาสโมสิส เกิดจากเชื้อราที่อาศัยอยู่ตามสภาพแวดล้อมทั่วไป โดยเฉพาะในมูลของสัตว์ปีก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการไอ เป็นไข้ และอ่อนเพลีย สำหรับผู้ป่วยทั่วไปอาการเหล่านี้จะหายไปเองโดยไม่ต้องรับการรักษา ตรงข้ามกับผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอซึ่งอาจมีอาการรุนแรงได้
  • โรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมซิสติส จิโรเวซิไอ เป็นการติดเชื้อราร้ายแรงบริเวณปอด พบได้ในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • โรคสปอโรทริโคสิส มีสาเหตุมาจากเชื้อราที่พบได้ในดินและพืช มักเกิดการติดเชื้อเมื่อบาดแผลบนผิวหนังไปสัมผัสกับสปอร์ของเชื้อรา
  • โรคคริปโตค็อกโคสิส เกิดจากการติดเชื้อราคริปโตคอคคัส นีโอฟอร์แมน สามารถก่อให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ มักพบในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวี
  • โรคติดเชื้อราที่ดวงตา ถึงจะพบได้ไม่บ่อยนักแต่ก็สามารถทำให้กระจกตาอักเสบหรือเกิดการติดเชื้อในลูกตาได้ มักเกิดขึ้นหลังจากมีอาการบาดเจ็บที่ดวงตา
  • โรคมิวคอร์ไมโคซิส เมื่อสูดดมสปอร์ของเชื้อรานี้เข้าไป จะทำให้เกิดการติดเชื้อบริเวณโพรงจมูก ไซนัส ปอด หรืออาจเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังหากสัมผัสกับเชื้อบริเวณที่มีแผล พบมากในผู้ป่วยที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

เลี่ยงรา…ก็เลิก (เป็นโรค) รา
แม้เชื้อราส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตราย แต่ก็สามารถสร้างความรำคาญและทำลายความมั่นใจได้ ดังนั้นเราจึงต้องมีวิธีการป้องกันรับมือ ให้เชื้อราไม่ (กล้า) มาก่อกวน โดยเฉพาะในหน้าฝนนี้ 1. อาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเช็ดตัวให้แห้งทุกครั้งหลังอาบน้ำ
2. เปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้งหลังตากฝน หรือโดนความชื้นจากละอองฝน เพราะเชื้อราเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น
3. เปลี่ยนชุดชั้นในทุกวันเพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราที่เกิดจากความอับชื้น รวมทั้งรักษาความสะอาดและไม่ปล่อยให้บริเวณอวัยวะเพศมีความชื้น เพราะอาจนำมาซึ่งการติดเชื้อราที่อวัยวะเพศได้
4. เปลี่ยนถุงเท้าทุกวันและทำความสะอาดรองเท้าเป็นประจำ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อราจนนำไปสู่การติดเชื้อราที่เท้าและเล็บเท้า
5. เพื่อป้องกันการติดเชื้อราที่เท้าหรือเล็บเท้า ควรหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าในที่ชื้น เพราะพื้นที่เปียกชื้น โดยเฉพาะในที่สาธารณะจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา
6. หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพราะจะเป็นการส่งต่อเชื้อราไปสู่ผู้อื่นได้
ถ้าดูแลรักษาความสะอาดได้แบบนี้ ก็เตรียมบอกลา (รา) ได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...