แอร์เอเชีย เอ็กซ์ เข้าซื้อธุรกิจการบิน “Capital A” รวมเครือแอร์เอเชียในไทย-อินโดนีเซีย-ฟิลิปปินส์-กัมพูชา
"แอร์เอเชีย เอ็กซ์" เข้าซื้อธุรกิจการบิน "Capital A" ข้อเสนอ ได้แก่ แอร์เอเชีย เบอร์ฮัด และแอร์เอเชีย เอวิเอชั่น กรุ๊ป ลิมิเต็ด (บริษัทในเครือแอร์เอเชียในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา)
วันที่ 8 มกราคม 2567Capital A Berhad กลุ่มบริษัทการบินและบริการการเดินทางชั้นนำ และบริษัทแม่ของแอร์เอเชีย ระบุว่า บริษัทได้ทำจดหมายข้อเสนอแบบไม่ผูกมัดกับแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เบอร์ฮาด (AAX) สำหรับข้อเสนอการขายธุรกิจการบินของบริษัท ได้แก่ แอร์เอเชีย เบอร์ฮาด (แอร์เอเชีย มาเลเซีย) และ แอร์เอเชีย เอวิเอชั่น กรุ๊ป (บริษัทในเครือแอร์เอเชียในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา)
การเคลื่อนไหวมีเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของกลุ่มบริษัท และอำนวยความสะดวกในการประเมินมูลค่าธุรกิจที่มุ่งเน้นธุรกิจเป็นศูนย์กลางของหน่วยงานที่แยกจากกัน ซึ่งอาจช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น
นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Capital A กล่าวว่า หน่วยธุรกิจทั้งหมดของ Capital A กำลังเติบโต และเพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง เราจำเป็นต้องระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ แต่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นเรื่องที่ท้าทายเนื่องจากสถานะ Practice Note 17 (PN17) ของ Capital A ขณะนี้เราได้มีการพูดคุยกับนักลงทุนที่มีความสนใจอย่างมากต่อการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นเฉพาะมิติด้านธุรกิจการบินอย่างแท้จริง
เพื่อความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่ง จึงการขายธุรกิจการบินให้กับแอร์เอเชีย เอ็กซ์ เพื่อให้เกิดหน่วยธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านการบินโดยเฉพาะอย่างแท้จริง โดยการรวมสายการบินทั้งระยะไกลและระยะสั้นภายใต้แบรนด์แอร์เอเชีย ภายใต้การเจรจานี้ เรามั่นใจว่าจะทำให้ธุรกิจการบินได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการที่มีความเฉพาะทาง ตลอดจนทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจการบินในการคว้าโอกาสการเติบโต ขยายส่วนแบ่งการตลาด และบรรลุผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในท้ายที่สุด
เรามั่นใจว่าการแยกธุรกิจการบินออกจาก Capital A จะมีส่วนทำให้ธุรกิจอื่นๆ ภายในกลุ่ม ที่ไม่ได้เกี่ยวของกับการบิน ซึ่งปัจจุบันอาจจะยังถูกประเมินค่าในระดับที่ต่ำกว่าศักยภาพที่แท้จริงเกินไป จะได้รับการยอมรับในคุณค่าและศักยภาพที่แท้จริงด้วย ขณะเดียวกันบริษัทของ Capital A ซึ่งรวมถึง Teleport (โลจิสติกส์), Capital A Aviation Services (MRO และ Inflight) และ MOVE digital ก็จะระดมทุน
โดยเสนอให้ผู้ถือหุ้นได้เพิ่มหุ้น Capital A ของตน เสริมด้วยหุ้นในกลุ่มการบินที่ขยายใหญ่ขึ้นภายใต้ข้อเสนอ การกระจายหุ้น หลังจากการขายธุรกิจการบิน ผู้ถือหุ้น Capital A จะกลายเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งทั้งสองแห่ง เราเชื่อว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะนำความชัดเจนมาสู่การลงทุน สร้างฐานผู้ถือหุ้นที่มุ่งเน้นมากขึ้น และปลดล็อคมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นของเราในท้ายที่สุด”
การตัดสินใจในครั้งนี้ เพื่อสร้างกิจการที่มีบทบาทที่ชัดเจนสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ให้ข้อมูลที่โปร่งใส มีการประเมินมูลค่าที่ชัดเจนได้ และมีจุดแข็งที่แตกต่างกันของธุรกิจการบิน และธุรกิจที่ไม่ใช่การบิน
มีการประกาศเกี่ยวกับเรื่องนี้ผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ Bursa Malaysia โดยหลังจากที่ธุรกิจการบินฟื้นตัวและได้กลับมาให้บริการอีกครั้ง Capital A มุ่งมั่นที่จะนำเสนอแผนการปรับมาตรฐาน PN17 ที่ครอบคลุมภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ดังนั้น Capital A พร้อมทุ่มเทให้กับการสื่อสารที่โปร่งใส และจะให้ข้อมูลโดยละเอียดแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดตลอดกระบวนการนี้
ด้านดาโต๊ะแฟม ลี อี ประธานบอร์ดแอร์เอเชียเอ็กซ์ (AAX) กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ภายหลังการออกจาก PN17 ของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ซึ่งจะช่วยหนุนเสถียรภาพทางการเงิน และยกระดับทางการตลาดของเรา การควบรวมกิจการภายใต้แบรนด์แอร์เอเชียในฐานะบริษัทจดทะเบียนเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งที่กลับมา และความเชื่อมั่นของตลาดเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เป็นหนึ่งเดียวแก่ผู้โดยสาร ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นของเราอีกด้วย
“การใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของทุกสายการบินภายใต้แบรนด์แอร์เอเชีย จะผลักดันองค์กรให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างแท้จริง การทำงานร่วมกันเกิดขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ และมีความสำคัญมากกว่าแค่การรวมตัวในมิติทางการเงิน หากแต่ยังเป็นสัญลักษณ์ตอกย้ำบทบาทของเราในฐานะผู้บุกเบิกและกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมการบินที่มีศักยภาพมหาศาล และเรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้เริ่มต้นการเดินทางแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้” ดาโต๊ะแฟม ลี อี กล่าว
การประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงผลกระทบต่อตัวชี้วัดทางการเงินต่างๆ คาดว่าจะประกาศให้ทราบในเวลาอันใกล้ โดยขึ้นอยู่กับข้อตกลงการซื้อและขายหุ้นขั้นสุดท้ายและความสมบูรณ์ของข้อตกลง