โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน : ไขข้อสงสัย ทำไมไม่ควรใส่น้ำอัดลมใน ‘แก้วเก็บอุณหภูมิ’ ใครใช้อยู่เช็กด่วน!

Dek-D.com

เผยแพร่ 07 ม.ค. 2568 เวลา 07.50 น. • DEK-D.com
ไขข้อสงสัย ทำไมไม่ควรใส่น้ำอัดลมใน ‘แก้วเก็บอุณหภูมิ’ ใครใช้อยู่เช็กด่วน!

"แก้วเก็บอุณหภูมิ"ไอเทมยอดฮิตที่หลายคนพกติดตัวเสมอ ไม่ว่าจะไปทำงาน อยู่บ้าน ไปเที่ยว ต่างก็ต้องพกไปเพื่อจิบน้ำเย็นคลายร้อน แต่รู้หรือไม่? เครื่องดื่มบางชนิดไม่สามารถนำมาใส่ลงในแก้วเก็บอุณหภูมิได้ เพราะหากใช้งานอย่างไม่ถูกต้องอาจสร้างความเสียหายทั้งขวด และสุขภาพของผู้บริโภคได้วันนี้ คอลัมน์ ‘เรื่องนี้โรงเรียนไม่ได้สอน’ จะพาทุกคนไปดูพร้อมกันค่ะว่าเครื่องดื่มชนิดไหนบ้างที่ควรหลีกเลี่ยง และแก้วรูปแบบไหนที่ใช้ได้ปลอดภัยหายห่วง

เลี่ยงได้เลี่ยง! 5 เครื่องดื่มที่ “ไม่ควร” ใส่ในแก้วเก็บอุณหภูมิ

1. น้ำอัดลม/โซดา/น้ำผลไม้

สำหรับเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำอัดลม โซดา น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดอื่นๆ ไม่แนะนำให้ใส่แก้วเก็บอุณหภูมิ เนื่องจากกรดในเครื่องดื่มสามารถกัดกร่อนสแตนเลส ทำให้เยื่อบุภายในเสียหาย และปล่อยโลหะหนักออกมา ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงหากมีการสัมผัสกับกรดเป็นเวลานานยังอาจลดประสิทธิภาพของแก้วเก็บอุณหภูมิได้อีกด้วย

2. นมวัว/นมถั่วเหลือง/เวย์โปรตีน

ต่อมาคือเครื่องดื่มที่มีโปรตีน เช่น นมวัว นมถั่วเหลือง และเวย์โปรตีน แม้ว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะไม่มีฤทธิ์กัดกร่อนก็จริง แต่ถ้าจะใส่ในแก้วเก็บอุณหภูมิ ควรดื่มให้หมดภายใน 1 ชั่วโมงไม่ควรทิ้งไว้เป็นเวลานาน เพราะโครงสร้างของโปรตีนจะถูกทำลาย ทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง และอาจทำให้แบคทีเรียสามารถเติบโตได้ส่งผลให้แก้วบูดซึ่งเป็นกลิ่นที่ล้างออกหรือกำจัดออกไปได้ยาก ดังนั้นหากใช้งานจริง แนะนำให้เป็นกระบอกพลาสติกน่าจะดีมากกว่า

3. ชา (โดยเฉพาะชาที่เข้มข้น)

โดยทั่วไปใบชาจะประกอบด้วยกรดแทนนิก ธีโอฟิลลีน และสารประกอบอื่น ๆ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเมื่อสัมผัสกับอุณหภูมิสูงในระยะนาน นอกจากกลิ่นของชาจะเปลี่ยนแล้ว รสชาติก็อาจขมได้ด้วย ทั้งนี้ หากทิ้งชาไว้ในแก้วเก็บอุณหภูมินานเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องและอาหารไม่ย่อย เนื่องจากมีกรดแทนนิกเพิ่มขึ้นรวมถึงยิ่งทิ้งไว้นานคราบก็ยิ่งกำจัดออกยากทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

4. ยาสมุนไพร/ยาจีน

เครื่องดื่มประเภทนี้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้สูงอายุหลาย ๆ ท่าน ที่ส่วนใหญ่มักจะชงแล้วเก็บในกระบอกหรือแก้วเก็บอุณหภูมิ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องชงซ้ำบ่อย ๆ ซึ่งยาสมุนไพร หรือยาจีนมีโครงสร้างของยาที่ซับซ้อนมีทั้งสารที่เป็นกรดและด่าง รวมทั้งอัลคาไลซึ่งสามารถละลายและทำปฏิกิริยากับโลหะได้ ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง และยังก่อให้เกิดสารที่เป็นอันตรายอีกด้วยดังนั้น หากใช้งานจริงแนะนำให้เป็นขวดแก้ว หรือเซรามิก เพื่อถนอมสรรพคุณของยา

5. น้ำเกลือ

แม้ว่าน้ำเกลือจะไม่ค่อยมีใครนำมาใส่ในแก้วเก็บอุณหภูมิมากเท่าไหร่ แต่พวกเครื่องดื่มที่มีการผสมเกลือเยอะ ๆ เกลือที่ผสมในนั้นสามารถกัดกร่อนภายในแก้วเก็บอุณหภูมิได้หากปล่อยทิ้งไว้นาน ในขณะที่แก้วเก็บอุณหภูมิมักมีสารปกป้องชั้นโลหะภายใน ซึ่งเมื่อสัมผัสกับน้ำเกลือเป็นเวลานานๆ สามารถปล่อยโลหะหนักออกจากชั้นสแตนเลส ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้

โลหะหนักที่พบในแก้วสแตนเลส ร่างกายอาจจะได้รับเข้ามาทีละน้อย แต่หากการสะสมของโลหะหนักมีมากขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ และอวัยวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ หลอดเลือด สมอง ตับ ไต และต่อมไร้ท่อ เป็นต้น ซึ่งพิษของโลหะหนักมีได้ทั้งพิษแบบเฉียบพลัน หรือเป็นพิษแบบเรื้อรัง

แก้วเก็บอุณหภูมิที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีสารตกค้างที่ปนเปื้อนเข้าไปน้ำดื่ม ไม่ว่าจะเป็น สารตะกั่วที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะโลหิตจาง และโรคเยื่อหุ้มสมองเสื่อม รวมไปถึงสาร BPA ( Bisphenol A) ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งอีกด้วย

ประเภทของแก้วเก็บอุณหภูมิ ใช้เกรดไหนปลอดภัยที่สุด?

โดยส่วนใหญ่แล้วแก้วเก็บอุณหภูมิที่วางขายตามท้องตลาดมักจะทำมาจากสแตนเลส ซึ่งเวลาดูความทนทานของแก้วแต่ละยี่ห้อให้สังเกตที่รหัส SUS (Steel Use Stainless) ที่เอาไว้บอกและจำแนกเกรดของวัสดุสแตนเลสที่นำมาใช้ทำแก้วเก็บอุณหภูมิซึ่งเป็นโลหะผสมที่ทนต่อการกัดกร่อน โดยมีส่วนประกอบหลักคือเหล็ก (Iron) ผสมกับโครเมียม (Chromium) และองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น นิกเกิล (Nickel) หรือโมลิบดีนัม (Molybdenum) เพื่อเพิ่มคุณสมบัติพิเศษของวัสดุ เช่น ความแข็งแรง การทนต่อสนิม และการใช้งานในสภาวะที่แตกต่างกัน

โดยส่วนใหญ่เราจะพบแก้วเก็บอุณหภูมิวางขายอยู่ 3 เกรด ได้แก่ SUS 201, SUS 304 และ SUS 316โดยเราสามารถสังเกตรหัสเหล่านี้ได้ที่ก้นแก้ว ซึ่งแต่ละเกรดจะมีความทนทานต่างกัน ดังนี้

เกรด SUS 201

SUS 201 มีความแข็งแรงสูงและทนต่อการกระแทกทนต่อการเกิดสนิมในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความชื้นหรือสารกัดกร่อนรุนแรงและราคาประหยัดกว่ารุ่นอื่น แต่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนต่ำกว่า SUS 304 และ 316โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือเกลือ รวมถึงมีแนวโน้มเป็นสนิมในสภาพแวดล้อมที่มีกรดหรือด่างสูงเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีงบประมาณจำกัด เช่น แก้วเก็บอุณหภูมิราคาประหยัด ช้อนส้อม หรืออุปกรณ์ตกแต่งที่ไม่ต้องการความทนทานสูง

เกรด SUS 304

SUS 304 ทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีในสภาพแวดล้อมทั่วไป เช่น อากาศชื้น น้ำเปล่า หรืออาหารที่ไม่มีความเป็นกรดสูงมีความสมดุลในด้านความแข็งแรง ทนต่อสนิม และความยืดหยุ่น ที่สำคัญปลอดภัยสำหรับการใช้งานที่สัมผัสกับอาหารและเครื่องดื่มทั้งนี้ SUS 304 จะไม่เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีเกลือหรือกรดในปริมาณมากเช่น น้ำทะเล และราคาสูงกว่า SUS 201 เหมาะสำหรับใช้ในแก้วเก็บอุณหภูมิระดับพรีเมียม อุปกรณ์ครัว เครื่องครัวสเตนเลสสตีล และเครื่องใช้ในบ้านทั่วไป

เกรด SUS 316

SUS 316ถือว่าเป็นเกรดที่มีความสามารถสูงสุดในการทนต่อการกัดกร่อน แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี กรด เกลือ หรือความชื้นสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการกัดกร่อนรุนแรง เช่น น้ำทะเลหรือสารเคมีอุตสาหกรรม และมีความคงทนและปลอดภัยต่อสุขภาพในการใช้งานที่สัมผัสกับอาหารและเครื่องดื่ม แต่ก็เป็นเกรดที่มีราคาสูงที่สุดในสามประเภทเหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและยา อุปกรณ์การแพทย์ หรือแก้วเก็บอุณหภูมิที่มีคุณภาพสูง

วิธีดูแลรักษา และทำความสะอาดแก้วเก็บอุณหภูมิ

อย่าล้างแค่น้ำเปล่า ต้องใช้น้ำยาล้างจานด้วย

บางคนละเลยการทำความสะอาด แค่เทน้ำเก่าทิ้งแล้วก็ใส่น้ำใหม่ลงไปโดยที่ไม่ได้ทำความสะอาด และถึงแม้จะทำความสะอาดก็อาจจะล้างแค่น้ำเปล่า ซึ่งการทำแบบนี้อาจเกิดเชื้อโรคสะสมได้ ดังนั้นแนะนำให้ใช้น้ำยาล้างจานในการล้างทำความสะอาดแก้วแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง

ห้ามละเลยฝาแก้วเด็ดขาด!

หลายคนล้างเฉพาะตัวแก้วแต่ละเลยฝาแก้วไป ซึ่งฝาแก้วเองก็เป็นอีกจุดที่สะสมเชื้อโรคโดยเฉพาะบริเวณขอบยางฝาแก้วที่ทำความสะอาดได้ยาก หลายคนมักจะละเลยไม่ล้าง และที่สำคัญบริเวณฝาแก้วนี้เป็นบริเวณที่เรานำปากไปจ่อ ดังนั้น เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายของเราได้ง่ายมาก จุดนี้จึงเป็นจุดที่เราควรจะทำความสะอาดให้สะอาดที่สุดเช่นกัน

ล้างเสร็จแล้วพยายามทำให้แห้งเสมอ

หลายคนเรียกว่าแทบจะใช้แก้วตลอดเวลา หลังจากที่ใส่เครื่องดื่มชนิดหนึ่ง พอล้างแล้วเราก็จะใส่เครื่องดื่มอีกชนิดทันที่ แต่ก็มีบางครั้งที่ต้องล้างทำความสะอาดแล้วเก็บแก้วนั้น ถึงแม้บางครั้งล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ลืมขั้นตอนสำคัญคือการตากให้แห้งไป ดังนั้น หลังทำความสะอาดเสร็จควรคว่ำแก้วไว้บนตู้ที่มีอากาศถ่ายเทข้างใต้ เพื่อให้แก้วแห้งสนิท ไม่มีกลิ่นอับ ซึ่งจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคไปได้

ไม่ควรใช้งานนานเกินไป เปลี่ยนแก้วบ้าง

ของทุกอย่างมีอายุการใช้งานของมัน แม้แต่แก้วเก็บความอุณหภูมิก็เช่นกัน หากแก้วยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ไม่เป็นสนิม ก็ยังสามารถใช้ต่อได้ แต่ถ้าหากเก่ามากแล้ว มีรอยสนิม หรือคราบฝังลึกต่าง ๆ แนะนำว่าให้เปลี่ยนทันที!อย่ารู้สึกเสียดาย เพราะหากเราทนใช้ต่อบางทีสาร หรือเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เกาะอยู่บริเวณขอบแก้วหรือภายในแก้วอาจเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลเสียต่อสุขภาพเราได้

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับความรู้ที่นำมาฝากกันในวันนี้ สำหรับใครที่กำลังจะเข้าวงการแก้วเก็บอุณหภูมิก็อย่าลืมเลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพ หรือเลือกใช้แก้วที่ทำมาจาก SUS 304 หรือสแตนเลสแบบ Food Grade มีสัญลักษณ์ ISO รองรับกัน ที่สำคัญหมั่นทำความสะอาดตามทริคที่แนะนำไป เพื่อการใช้งานที่ยาวนาน และปลอดภัยต่อร่างกายกันด้วยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...