โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เมกะโปรเจ็กต์รัฐ-เอกชนบูมภูเก็ต การลงทุนก้าวสำคัญเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ธ.ค. 2567 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2567 เวลา 07.01 น.

จังหวัดภูเก็ตกำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่อนาคต จากการเป็นเดสติเนชั่นด้านการท่องเที่ยวและด้านภาคอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก จึงเป็นพื้นที่เป้าหมายเร่งรัดลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ครบถ้วนทั้งทางบก-ราง-น้ำ-อากาศ ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมโครงการลงทุนโดยหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน มีดังนี้

ลงทุนตัดถนน-ทางด่วนใหม่

ระบบถนนและทางด่วน โดย “กรมทางหลวง” มีแผนก่อสร้างโครงการสำคัญหลายโครงการ เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นทางจราจรและแก้ปัญหาความแออัดในพื้นที่ ได้แก่ 1.ขยายช่องจราจรทางหลวงหมายเลข 4027 ช่วง บ.พารา-บ.เมืองใหม่ รูปแบบเป็นการขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร พร้อมทั้งสร้างสะพานและจุดกลับรถใต้สะพาน ระยะทาง 4.55 กิโลเมตร วงเงิน 650 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในเดือนตุลาคม 2567 กำหนดแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2569

2.ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองช่วง บ.เมืองใหม่-สามแยกเข้าสนามบินภูเก็ต รูปแบบเป็นการสร้างถนนใหม่ 4 ช่องจราจร ระยะทาง 1.95 กิโลเมตร พร้อมทางแยก

ต่างระดับ วงเงิน 1,300 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างเวนคืนที่ดินและของบประมาณ ตามแผนเสนอขอจัดสรรงบประมาณในปี 2568

3.ทางแยกต่างระดับจุดตัด ทล.402 กับ ทล.4027 และ ทล.4025 รูปแบบก่อสร้างทางลอดบริเวณแยกท่าเรือ กม. 34+680 (ทล.402) วงเงิน 2,380 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ได้รับการเสนอให้ยกเลิกเมื่อเดือนกันยายน 2567 ที่ผ่านมา

ถัดมาเป็นโครงการของ “กทพ.-การทางพิเศษแห่งประเทศไทย” มีแผนพัฒนาทางพิเศษ 2 โครงการสำคัญ คือ ทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง วงเงิน 14,670 ล้านบาท กับสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ วงเงิน 42,633 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นทางพิเศษสายแรกของไทยที่มีอุโมงค์ลอดแนวเขา

ทั้งนี้ มีผลศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 24.63% และอัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) 1.53% โดยโครงการอยู่ระหว่างรอการอนุมัติ ทั้งนี้ กทพ.อาจลงทุนก่อสร้างเอง เนื่องจากไม่มีเอกชนสนใจลงทุน คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2568 และเปิดให้บริการปี 2571

สร้างใหม่ “สนามบินอันดามัน”

ด้านระบบอากาศ “ทอท.-บมจ.ท่าอากาศยานไทย” มีแผนเข้าคิวลงทุนพัฒนาสนามบิน 3 โครงการ ได้แก่

1.“ขยายสนามบินภูเก็ต ระยะที่ 2” เพิ่มพื้นที่อาคารผู้โดยสาร 73,000 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 18 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบัน 12.5 ล้านคนต่อปี และรองรับ 25 เที่ยวบินต่อชั่วโมง จากเดิม 20 เที่ยวบินต่อชั่วโมง วงเงิน 6,211 ล้านบาท เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบในเดือนธันวาคม 2568 ตามแผนคาดว่าเริ่มก่อสร้างปี 2569 และเปิดให้บริการปี 2572

2.“สนามบินน้ำ” (Water Aerodrome) สำหรับเป็นที่ขึ้น-ลงเครื่องบินในทะเล (Seaplane Terminal) ภายในสนามบินภูเก็ต ศึกษาเชื่อมการเดินทาง 3 เส้นทาง ไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม “สมุย พัทยา หัวหิน” ปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดโครงการ และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามแผนคาดว่าเริ่มก่อสร้างในปี 2568

3.“สนามบินอันดามัน” รูปแบบก่อสร้างสนามบินใหม่บนพื้นที่ 7,300 ไร่ ที่ ต.โคกกลอย จ.พังงา เงินลงทุน 80,000 ล้านบาท รองรับผู้โดยสาร 22.5 ล้านคนต่อปี และเที่ยวบิน 43 เที่ยวบินต่อชั่วโมง พร้อมทั้งจัดระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเชื่อมแบบไร้รอยต่อระหว่างสนามบินภูเก็ต กับสนามบินอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างกัน 23.4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 26 นาที ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าโครงการ ตามแผนคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 กำหนดเปิดให้บริการปี 2573-2574

สร้างระบบราง 58 กิโลเมตร

ด้านระบบรางโดย “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” วางแผนพัฒนารถไฟฟ้าสายแรกของภูเก็ต เส้นทางสนามบินภูเก็ต-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 58.5 กิโลเมตร วงเงิน 35,350.20 ล้านบาท รูปแบบมีอย่างน้อย 3 ทางเลือก ได้แก่ 1.ระบบรถรางไฟฟ้าล้อเหล็ก (Steel Wheel Tram) 2.ระบบรถรางไฟฟ้าล้อยาง (Rubber-tyred Tram) และ 3.ระบบรถรางล้อยางแบบไม่มี Guide Rail (Automated Rapid Transit : ART)

อัพเดตโครงการ อยู่ระหว่างปรับปรุงรายงานผลการศึกษาการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ตามแผนคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และเปิดบริการปี 2574

เมกะโปรเจ็กต์ภาครัฐทั้งหมดนี้ ในอนาคตเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเดินทางและการคมนาคม และสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของจังหวัดภูเก็ตในการพัฒนาเศรษฐกิจ และรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวในอนาคตอย่างยั่งยืน

รพ.บำรุงราษฎร์-บีดีเอ็มเอสบูมฮับเมดิคอล

ด้านการลงทุนภาคเอกชนพบว่า มีการหลั่งไหลเข้าพื้นที่ภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูเก็ตให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก เพิ่มเสน่ห์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมทั้งนักลงทุนและผู้ประกอบการระดับแนวหน้าของโลกมาเสริมสร้างศักยภาพให้กับภูเก็ตในทุกด้าน

โดยมีการลงทุนที่โดดเด่น คือ“โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต” ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 16.55 ไร่ ใกล้สนามกอล์ฟบลู แคนยอน ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 3 กิโลเมตร มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2569 ออกแบบเป็นโรงพยาบาลบูติคขนาด 150 เตียง พร้อมศูนย์วินิจฉัยโรคขั้นสูงและศูนย์การชะลอวัย ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 4,300 ล้านบาท ในอนาคตอันใกล้จะเป็นโครงการที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ภูเก็ตในฐานะศูนย์สุขภาพระดับโลก

นอกจากนี้ ภูเก็ตยังได้ต้อนรับการขยายสาขาของ “คลินิก ลา แพรรี-Clinique La Prairie” ซึ่งเป็นคลินิกความงามระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ โดยเปิดสาขาที่ 2 ในประเทศไทยที่ภูเก็ต สะท้อนถึงความนิยมในภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและความงามที่ไม่เป็นสองรองใคร

ขณะที่ “บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก” ศูนย์การแพทย์ในเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ เพิ่งจะเปิดศูนย์เวลเนสระดับ 6 ดาวในภูเก็ต เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นศูนย์กลางของการบริการด้านการแพทย์และสุขภาพที่มีมาตรฐานสูงระดับสากล

ขณะเดียวกัน ภูเก็ตยังได้รับการพัฒนาในด้านการศึกษาและการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์อีกด้วย โดยมีโรงเรียนนานาชาติ 14 แห่งที่เปิดสอนในภูเก็ต รวมถึงการพัฒนาท่าเรือซูเปอร์ยอชต์ถึง 4 แห่ง ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังภูเก็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเล

SCB EIC ชี้ 4 ธุรกิจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

ข้อมูลของ SCB EIC คาดการณ์ 4 ธุรกิจรับอานิสงส์จากภาวะบูมของจังหวัดภูเก็ต ที่เป็นเดสติเนชั่นด้านการท่องเที่ยวและภาคอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก ประกอบด้วย

1.โรงแรมและร้านอาหาร พบว่ามีการเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะราคาห้องพักที่อยู่ในระดับสูง

2.อสังหาริมทรัพย์ จากปัจจัยที่ชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวรัสเซียที่ได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน มีการอพยพย้ายเข้ามาอาศัยในจังหวัดภูเก็ตมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในภูเก็ตเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และทำให้การโอนอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 8 เดือนแรก (มกราคม-สิงหาคม 2567) เติบโตถึง 16% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าคอนโดมิเนียมและบ้านเดี่ยว ที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนนานาชาติจะเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ

3.เฮลท์แคร์ โดยกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนในปี 2566 มีรายได้เติบโตมากกว่าปี 2562 (ยุคก่อนโควิด) จากการที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวและพักอาศัยในระยะยาวมากขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มกำลังซื้อศักยภาพสูง ที่ให้ความนิยมเดินทางมาพักผ่อนและมีบ้านหลังที่ 2 ในภูเก็ต เป็นจำนวนมากในขณะนี้

4.โรงเรียนนานาชาติได้รับประโยชน์จากการที่กลุ่มชาวต่างชาติเข้ามาใช้ชีวิตมากขึ้น ทั้งชาวรัสเซีย จีน ยุโรป รวมถึงกลุ่มเซเลบริตี้คนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้ความต้องการเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การลงทุนจากภาคเอกชนไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจภูเก็ต แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้กับจังหวัดภูเก็ตในฐานะเมืองที่มีศักยภาพการแข่งขันในระดับโลก ทั้งในด้านการท่องเที่ยว สุขภาพ การศึกษา และบริการ ที่นำเสนอคุณภาพและมาตรฐานไม่เป็นรองใคร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมกะโปรเจ็กต์รัฐ-เอกชนบูมภูเก็ต การลงทุนก้าวสำคัญเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...