โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดใจ!คนเลี้ยง"พลายนำโชค"เผยเลี้ยงมาด้วยความรัก

INN News

อัพเดต 15 ก.ย 2561 เวลา 09.43 น. • เผยแพร่ 15 ก.ย 2561 เวลา 09.43 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 1 ในคนเลี้ยงช้าง “พลายนำโชค” หรือ” พลายพันล้าน” ลูกช้างเพศผู้ วัย 6 ปี ที่เดินตกท่อระบายน้ำ ภายในซอยวัดหลวงพ่อโต บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามช่วยอย่างเต็มที่แต่ไม่สำเร็จและตายในที่สุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา( 14 ก.ย.) ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า ก่อนจะนำพลายนำโชคเดินมาบริเวณดังกล่าวได้ลองเดินและเหยียบดูแล้ว แต่คาดว่าฝาท่อระบายน้ำไม่แข็งแรงทำให้พลายช้างตกลงไป เมื่อเห็นดังนั้นตนได้เข้าไปพยายามช่วย ก่อนจะรู้สึกได้ว่ามีกระแสไฟฟ้าดูดทั้งตัวพลายช้างและตนเองด้วย จากนั้นจึงได้วิ่งไปบอกทางร้าน ขอให้ตัดกระแสไฟฟ้า ระหว่างนั้นคิดว่าพลายนำโชคไม่เป็นอะไร เมื่อเดินเข้าไปลูบที่หัวพลายนำโชค ได้มองหน้าตัวเอง และกระดิกงวงใส่ ก่อนที่จะอการจะอ่อนแรงไป จนหมดสติ จากนั้นจึงประสานให้เจ้าหน้าที่มาช่วยทำพลายช้างขึ้นมาจากบ่อและช่วยชีวิต แต่ไม่เป็นผล ซึ่งตนเองรู้สึกเสียใจ และอยากบอกพลายนำโชคว่า

“ไม่อยากพามาเดินแบบนี้ รู้สึกเสียใจ และขอให้ไปสู่สุคติ”

นอกจากนี้ ยังกล่าวด้วยว่า พลายนำโชคเป็นช้างบ้าน ซึ่งตนเองได้มาเลี้ยงและดูแลด้วยความรัก โดยอยู่กับพลายนำโชค ได้ประมาณ 5-6 เดือน ซึ่งเดือนหน้าตั้งใจจะพากลับไปอยู่ที่บ้าน ไปเล่นน้ำที่บ้านแล้ว ไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ ส่วนสาเหตุที่ต้องนำช้างมาเดินแบบนี้ เนื่องจากที่บ้านมีฐานะยากจนและคิดว่าเป็นอาชีพสุจริต เพราะได้ทำกันมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าแล้ว นำมามาเดินก็คิดว่าไม่เป็นอะไร พร้อมระบุว่า ที่บ้านได้เลี้ยงช้างหลายตัว และมีประมาณ 2-3 ตัว ที่นำมาเดินเร่เพื่อให้คนซื้ออาหารให้ช้าง พร้อมขอโทษไปยังบุคคลที่ตำหนิและวิพากษ์วิจารณ์ ยืนยันว่าไม่อยากนำช้างมาเดินแบบนี้ ส่วนคนที่คิดจะนำช้างมาเดินก็ขอให้ระมัดระวัง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สุดยื้อ! ช้าง ตกท่อสมุทรปราการ ตายแล้ว คาดไฟดูด

เอาผิด”2ควาญช้าง”ฐานเคลื่อนย้ายและนำมาเดินเร่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...