เดินเกมให้เป็น หากผู้ชายชวนไปดู Netflix ที่ห้อง กับคำตอบของ ‘โค้ชกิ๊ก’ – อนิศ โอสถานุเคราะห์
a day BULLETIN
อัพเดต 12 มี.ค. 2564 เวลา 10.14 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 10.13 น. • a day BULLETIN“ผู้ชายชวนไปดู Netflix ที่ห้อง ทำอย่างไรดีคะ”
สวัสดีค่ะ มีเรื่องอยากปรึกษานิดหน่อยเกี่ยวกับการเดินเกมความรักความสัมพันธ์ พอดีว่าเราคุยกับผู้ชายคนหนึ่งมาสักระยะแล้ว เราทั้งคู่มีความชอบเหมือนกันอย่างหนึ่งคือเป็นคนชอบดูหนังมาก หลายครั้งที่ไปเดตด้วยกันก็จะเลือกไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ตลอด
วันหนึ่งเขาชวนเราไปดู Netflix ที่ห้อง บอกว่าที่ห้องมีแอร์เย็น ขนมเยอะ แต่เราแอบใจไม่ดีเลย ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน ใจนึงเราก็แอบลังเล อีกใจนึงก็แอบอยากไปให้รู้แล้วรู้รอด ไม่รู้ว่าเราจะดูใจง่ายไปไหม หรือควรวางตัวอย่างไรดี วอนผู้เชี่ยวชาญมาตอบทีค่ะ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อ Netflix สตรีมมิงหนังออนไลน์เข้ามา วัฒนธรรมการดูภาพยนตร์ของคนเราก็แทบจะเปลี่ยนแปลงไป เราไม่จำเป็นต้องออกไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ในตามเวลาฉายอย่างเคย เพราะแค่สมัครสมาชิกรายเดือนในราคาไม่กี่ร้อย ก็สามารถเลือกดูทั้งซีรีส์และภาพยนตร์ไทยและเทศได้ไม่อั้นเป็นพันเป็นหมื่นเรื่อง จะชวนคนเพื่อนมาสังสรรค์ หรือชวนคนรู้ใจมาดูด้วยก็ได้แบบชิลๆ
ทว่าคำพูดที่ว่าชวนมาดู Netflix ที่ห้องก็แฝงมาพร้อมกับนัยยะบางอย่าง เป็นแสลงมาจากธรรมเนียมตะวันตกว่า ‘Netflix and Chill’ จากประโยค Do you wanna come over watch netflix and chill? ซึ่งไม่ได้หมายถึงการชวนไปดูหนังจับมือกันใสๆ อย่างว่า แต่เป็นการชวนมาทำกิจกรรมและต่อด้วยเพศสัมพันธ์แบบกลายๆ พอกับการชวนกันไปกินรามยอนในภาษาเกาหลี
วัฒนธรรมไทยยุคเก่าเราก็มักถูกสอนมาให้รักนวลสงวนตัว การตัดสินใจไปดูหนังกับผู้ชายในโรงภาพยนตร์ว่าเสี่ยงแล้ว แต่การไปดู Netflix ที่ห้องคงเสี่ยงยิ่งกว่า เพราะนั่นคือการเปิดโอกาสไปสู่กิจกรรมอะไรที่มากมาย แต่ความเสี่ยงนั้นไม่น่าใช่ปัญหาที่ต้องกังวล เพราะเป็นเสี่ยงที่เรารู้ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นแน่อยู่แล้ว คำตอบหลักของคำถามข้างต้นของผู้หญิงในยุคนี้อาจเป็นคำถามที่ว่า ผู้หญิงจะเดินเกมอย่างไรเสียมากกว่า เพราะการตัดสินใจในครั้งนี้มันอาจส่งผลต่อรูปแบบความสัมพันธ์ในอนาคตอย่างปฏิเสธไม่ได้
เมื่อมีจดหมายจากทางบ้านส่งตรงเข้ามายังอินบ็อกซ์เช่นนี้ ก็ไม่วายที่เราจะต้องหาคนมาตอบคำถามให้ทันที และคนที่จะตอบคำถามนี้ได้อย่างเผ็ดซี้ดถึงเครื่องที่สุด คงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘โค้ชกิ๊ก’ - อนิศ โอสถานุเคราะห์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Club Gig ผู้คร่ำหวอดในวงการให้คำปรึกษาเรื่องราวปัญหาความรักความสัมพันธ์มาอย่างยาวนาน ผู้ที่จะมาแนะนำวิธีการเดินเกมความสัมพันธ์แบบรู้ลึกทุกซอกทุกมุม
สำหรับผู้ชายไทย ถ้าเกิดเขาเอ่ยปากชวนผู้หญิงไปดู Netflix มันมีหมายความเหมือนกันกับการชวนไปกินรามยอนที่บ้านในภาษาเกาหลี หรือชวนไปทำกิจกรรม Netflix and Chill ในภาษาอังกฤษหรือเปล่า
เอาจริงๆ ถ้าผู้ชายชวนไปที่บ้าน ไม่ว่าจะชวนไปทำอะไรก็ตาม ต่อให้ไม่ดู Netflix แต่ชวนไปทำสปาเกตตี จัดดอกไม้ เล่นกันแมวกับหมา เขามีวาระแอบแฝงหรือ hidden agenda ทั้งนั้น คิดล่วงหน้าไว้ได้เลยว่านั่นหมายความว่าเขากำลังจะพาไปในจุดที่ผู้หญิงอนุญาตให้เขาไปไกลที่สุด อาจเป็นการโอบกอด ลูบคลำ หรือแม้กระทั่งเซ็กซ์ ผู้หญิงฟังแล้วก็ต้องถามตัวเองว่าพร้อมหรือยัง ถ้าคิดว่ายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องไป แต่ถ้าคิดว่าอยากจะลอง ก็ไป เพราะว่าโดนแน่ (หัวเราะ)
ผู้ชายทุกคนเลยหรือเปล่าที่คิดแบบนั้น
ถ้ามีผู้ชายคนไหนยกหูชวนไปดู Netflix ที่บ้านก็พอจะเดาได้เลยว่าพวกนี้สาย Alpha Male คนประเภทนี้มองดูปราดเดียวมองออกเลย สมมติเดินมาสี่คน คนนั้นจะโดดเด่นสุด มีความมั่นอกมั่นใจ มีวุฒิภาวะและเป็นผู้นำค่อนข้างสูง เขาจะรู้วิธีดูแลผู้หญิงเป็นอย่างดี คารมคมคาย ให้เกียรติ สุภาพ และอ่อนโยน
ส่วนอีกประเภทหนึ่งเป็น Beta Male พวกนี้ดูทรงไม่ออกหรอก อาจเป็นคนที่ออกมาพรีเซนต์งานหน้าห้องประชุมฉะฉาน มองแบบผิวเผินอาจจะไม่ทราบ แต่กับเรื่องความรักมักเนิบช้าเป็นเต่า ค่อนข้างระมัดระวังผู้หญิง ไม่ค่อยแตะเนื้อต้องตัว ไม่รู้มารยาหญิง หรือ female signal พวกนี้จะไม่ชวนไปดู Netflixที่บ้านหรอก แม้แต่ขนาดเข้าไปดูหนังในโรงภาพยนตร์สองคนยังไม่จับมือเลย
แล้วผู้หญิงควรจะตอบกลับคำชวนนั้นอย่างไร
ขึ้นอยู่ว่าคุณต้องการวางสถานะให้กับผู้ชายคนนี้แบบไหน ถ้าจะเอาเป็นแฟนของจริง แอบกินกันเงียบๆ หรือจะเป็น Friends With Benefits (FWB) ซึ่งเป้าหมายที่ต่างกันก็วางตัวกันคนละแบบ ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับผู้หญิงเป็นคนเดินเกม ผู้ที่ ‘เดินเกมเป็น’ คือผู้ชนะ ส่วนผู้ที่ยอมก็จะกลายเป็นผู้แพ้ เบื้องหลังเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ทั้งหมดมีผู้หญิงคุมเกมอยู่ทั้งสิ้น ไม่ว่าสงคราม ตีกันแย่งชิงเมือง เรื่องราวที่วุ่นวายตั้งแต่มหากาพย์อีเลียตโอดิสซีย์ ราชวงศ์สมัยฮ่องเต้ของจีน มีผู้หญิงอยู่เบื้องหลังหมด และสิ่งที่เป็นตัวเปลี่ยนแปลงเกมทั้งหมด เขาเรียกว่า ‘อำนาจแห่งโยนี’ (Power of Pussy)
ถามแทนผู้หญิงว่าเราจะบริหารอำนาจแห่งโยนีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร
คุณต้องสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง ไม่ใช่ว่าบ่ายสองผู้ชายยกหูโทรศัพท์ชวนไปดู Netflix ที่ห้องแล้วก็ไปหาหน้าตาเฉย เราต้องเอาสิ่งนั้นมาทำให้กลายเป็นรางวัล (reward) ผมเข้าใจว่ากว่าคุณค่านั้นจะสร้างขึ้นมาได้มันเป็นเรื่องยาก แต่มันก็ต้องสร้าง เพื่อให้เกิดแพสชัน (passion) ซึ่งเป็นผลมาจากความหวัง (hope) บวกกับความหลงใหล (doubt) เหมือนกับตรรกะเวลาซื้อสินค้าแบรนด์เนม ทำไมของราคาแพงถึงยังน่าซื้อ ก็เพราะว่ามันถูกแต่งเติมด้วยแพสชัน ความหวัง และความน่าหลงใหล เมื่อไรก็ตามที่ขาดสามสิ่งนี้ สินค้านั้นก็จะดูไร้ค่าไร้ราคาทันที
ขอทราบวิธีสร้างคุณค่าให้กับตัวเองในแบบของคุณสักหนึ่งบทเรียนหน่อยได้ไหม
ถ้าให้เล่าสั้นๆ ในกรณีที่ต่อให้เป็นแฟนกันแล้ว เราก็ต้องไม่ใช่บริการอาหารเดลิเวอรีหรืออาหารข้างทาง สมมติเวลาฝนตกตอนบ่ายสอง ผู้ชายยกหูโทรศัพท์บอกชวนไปดู Netflix ที่ห้อง ก็ต้องหัดปฏิเสธให้เป็น อ้างติดงาน ติดธุระอะไรก็ว่าไป เพราะจะมีอะไรกันที คุณต้องได้สถานที่ดีๆ บรรยากาศดีๆ หน่อย เช่น พูลวิลล่าที่ต่างจังหวัดไหม เพื่อให้วันทั้งวันเป็นวันที่สวยงามทั้งหมด คุณได้ไปเล่นน้ำ ถ่ายรูป เที่ยวเล่นกัน และฉากสุดท้ายตอนกลางคืนก็ให้เซ็กซ์ตอบแทนเขาเป็นรางวัล สิ่งนี้มันจะเป็นวิธีคิดที่ฝังเข้าไปในหัวผู้ชายถึงคุณค่าของเราโดยอัตโนมัติ
เราจำเป็นต้องเป็นเช่นนี้เสมอใช่ไหม
ถ้าทุกครั้งสามารถทำให้กลายเป็นรางวัลได้ตลอดก็เป็นเรื่องที่ดี จำไว้เสมอว่าการให้รางวัลต่างกับการแค่ปลดปล่อย (release) เซ็กซ์ไม่ใช่แค่การชวนไปหาแล้วมีอะไรกันแล้วจบ อย่าทำเหมือนกับปวดฉี่แล้วเรียกโถมาปัสสาวะ ถ้าแบบนั้นก็จะกลายเป็นได้แค่ส้วมสาธารณะ สมมติมีผู้หญิงสองคนเดินมา คนหนึ่ง release คนหนึ่ง reward เป็นเราก็จะเลือกคนที่เป็น reward เพราะสิ่งที่เธอให้มานั้นสวยงามและคุ้มค่ากว่าเยอะ
แต่ทั้งหมดทั้งมวลมันก็ขึ้นอยู่กับการกำหนดรูปแบบความสัมพันธ์และการวางตัวด้วยหรือเปล่า
ใช่ ถ้าไม่ต้องการผูกมัด มองดูแล้วผู้ชายคนนี้เป็นสามีเราในอนาคตไม่ได้แน่ เป็นคนที่เที่ยวเตร่ทั้งวัน ไม่เอางานเอาการ โอเค ผู้ชายแบบนี้เป็นพ่อพันธ์ุได้ เป็นพ่อคนไม่ไหว แต่มันน่ากิน ก็กากบาททิ้งไปเลย หรือจะเก็บเป็น FWB ก็แล้วแต่ อย่าลืมเด็ดขาดว่าฝ่ายหญิงล้วนแล้วแต่เป็นฝ่ายเดินเกม
อะไรคือเหตุผลที่ผู้หญิงต้องเก็บเซ็กซ์ไว้เป็นรางวัลถึงขนาดนั้น
เหตุผลคือความแตกต่างของผู้หญิงกับผู้ชายทางด้านชีววิทยา เพราะผู้ชายจะไม่มีฮอร์โมนตัวหนึ่งที่ชื่อว่าออกซิโตซิน (Oxytocin) เป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพัน ซึ่งผู้หญิงจะปล่อยเข้ากระแสเลือดเพื่อตอบสนองการบีบตัวของมดลูกและปากมดลูกเวลาถึงจุดสุดยอดของการมีเพศสัมพันธ์ หรือ orgasm ฮอร์โมนนี้ทำให้ผู้หญิงมักจะติดหล่มผู้ชาย เกิดเป็นความรักความผูกพัน อยากอยู่กับคนรักโดยไม่มีเหตุผล เป็นฮอร์โมนตัวเดียวกับเวลาคลอดลูกแล้วแม่รักลูกโดยไร้เหตุผล ทำตัวเป็นแม่ คอยเลี้ยงดู ถามไถ่ว่าอยู่ไหน ทำอะไร กลับบ้านหรือยัง ต่างจากผู้ชายที่จะไม่ได้ติดแบบหัวปักหัวปำขนาดนั้น เนื่องด้วยสมองของเพศชาย เซ็กซ์กับความรักแบ่งออกเป็นคนละซีกกัน ทำให้ผู้ชายมีเซ็กซ์กับศัตรู มีเพื่อแก้แค้น หรือมีเพื่อฆ่าเวลาก็ยังได้ เพราะระหว่างมีเซ็กซ์ ความรักมันไม่ได้เกิดขึ้น ไม่เหมือนกับผู้หญิงที่เรื่องเซ็ก:Nอยู่ซีกเดียวกัน ทำให้แยกความรักกับเซ็กซ์ไม่ออก เคยมีผู้หญิงไลน์มาบอกอยู่ว่าพอมีเซ็กซ์กับเขาก็ตกหลุมรักเขา ซึ่งผู้ชายมักจะไม่ค่อยเป็นกัน
ถ้าไม่นับเหตุผลทางชีววิทยาหรือจิตวิเคราะห์ ปัจจัยทางสังคมมีความเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เช่น ผู้หญิงมักถูกบอกให้รักนวลสงวนตัวมาตั้งแต่โบราณ
ถูกต้อง พฤติกรรมและตัวตนของคนเราถูกควบคุมโดยสองสิ่ง คือ nature กับ nurture แบบแรกคือพันธุกรรมหรือ DNA ตามธรรมชาติรังสรรค์ เป็นปัจจัยที่กำหนดมาตั้งแต่กำเนิด แบบที่สองคือการเลี้ยงดูของครอบครัวและปัจจัยทางสังคม ที่คอยหล่อหลอมความคิดบางอย่างและสร้างคนนั้นขึ้นมา ตั้งแต่อายุ 0-14 ขวบตอนที่สมองเริ่มฟอร์มตัว อย่าว่าแต่เรื่องรักนวลสงวนตัวเลย ให้เอาระเบิดผูกตัวเองไปตายเพื่อพระเจ้ายังทำได้เลย แต่ถ้าอายุมากไปกว่านั้น เพิ่งมาหล่อหลอมให้เขาไปตายก็เป็นเรื่องยากแล้ว
คนเราถูกเลี้ยงดูมาอย่างไร โตขึ้นมาก็จะเป็นแบบนั้น พบเจอเรื่องราวอะไรในอดีต พอโตขึ้นมาก็มักจะทำตามไปโดยปริยาย เขาเรียกว่า Childhood Disrupted ถ้าพ่อทำตัวน่ารังเกียจ ตบตีแม่ให้เราเห็น ต่อให้เราเห็นแล้วรู้สึกสงสารแม่และเกลียดการกระทำของพ่อ แต่โตขึ้นมาเราก็อาจจะตบตีผัวหรือเมีย มันเป็นพฤติกรรมลอกเลียนแบบที่ประทับลงไปในสมอง ถ้าจะแก้ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลบำบัดเป็นปีๆ เรื่องเซ็กซ์ก็เหมือนกัน ถ้าเกิดเคยมีเซ็กซ์แบบซาดิสม์มาซ้ำๆ ก็จะกลายเป็นพฤติกรรมที่คุ้นชิน ต่อให้เปลี่ยนคู่แล้วก็จะกลับมานุ่มนวลไม่ได้ เพราะมันได้ฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกแล้ว นั่นก็เลยเป็นอีกเหตุผลที่ว่า เซ็กซ์ที่เข้ากันไม่ได้ ชีวิตคู่ก็อาจจะไปต่อไม่ได้
ย้อนกลับมาที่คำถามแรก สรุปแล้วผู้หญิงควรเดินเกมอย่างไร เมื่อผู้ชายชวนไปดู Netflix ที่ห้อง
ต้องกลับมานึกถึงเรื่องการจัดวางรูปแบบความสัมพันธ์ให้ดี ว่าอยากให้ความสัมพันธ์ไปได้ไกลแค่ไหน จะเป็นแค่เพื่อน แฟน คนรัก หรือสามีในอนาคต ถ้าอยากแค่กินเล่นๆ ก็ไปได้เลย ไม่ต้องคิดมาก แต่ถ้าอยากให้เขาอยู่ร่วมกับเราต่อไประยะยาว ก็อาจจะต้องชั่งใจนิดหนึ่ง เก็บเซ็กซ์ให้เป็นรางวัลที่กว่าจะได้มาต้องใช้เวลาและแพสชัน การตกลงไปดู Netflix ที่ห้องโดยที่รู้อยู่แล้วว่าไปแล้วจะเจอกับอะไร มันส่งผลต่อสถานะในอนาคตเสมอ ดังนั้น ผู้หญิงต้องรู้จักเลือกและเดินเกมให้เป็นสำคัญที่สุด