'เชียงราย' ลั่นยังลุ้นแชมป์เต็มตัว - เผยช่วงเบรก 'โควิด' จะได้ 'เอกนิษฐ์' คืนทัพ
การแข่งขันฟุตบอลลีกไทย ตั้งแต่ไทยลีก 1-4 หยุดยาวในสถานการณ์ที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด โดย บริษัท ไทยลีก จำกัด วางโปรแกรมให้กลับมาเตะอีกครั้งวันที่ 18 เม.ย. ทำให้ทุกทีมได้พักแข้งกันก่อน ซึ่งศึกโตโยต้าไทยลีก ผ่าน 4 นัด ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ชนะรวด มี 12 แต้มเต็ม ขณะที่ในส่วนของ “แชมป์เก่า” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ฟอร์มยังไม่แรงนัก ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 1 มี 5 แต้ม อยู่อันดับ 10
“เสี่ยฮั่น” นายมิตติ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาทีม “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย กล่าวถึงแผนการเตรียมทีม ช่วงพักกว่า 40 วันว่า เชียงราย จะให้นักเตะซ้อมจนถึงวันที่ 7 มีนาคม ก่อนจะปล่อยพัก และกลับมาซ้อมอีกทีวันที่ 18 มีนาคม ช่วงนี้เริ่มประสานทีมต่างๆ เพื่อจะจัดเกมอุ่นเครื่อง เพื่อไม่ให้ห่างเกมจนเกินไป คาดว่าจะมีเกมอุ่นเครื่องราว 3-4 เกม ก่อนจะเริ่มดวลแข้งไทยลีกอีกครั้ง
นายมิตติ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ทีมหยุดซ้อม ปล่อยนักเตะพักผ่อนนั้น กลุ่มที่มีอาการบาดเจ็บติดตัว และกำลังฟื้นฟูสภาพร่างกาย จะยังคงซ้อมตามปกติ เพื่อเรียกความฟิต ไม่ว่าจะ “บุ๊ค” เอกนิษฐ์ ปัญญา ตัวรุกดาวรุ่งทีมชาติไทย ที่เจ็บตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา, “บอม” ชินภัทร ลีเอาะ ปราการหลัง รวมทั้ง อี ยอง แร ดาวเตะเกาหลีใต้ ที่ใกล้จะเต็มร้อยแล้ว ทั้งหมดจะกลับมาร่วมทีม ลงสนามได้ในการเริ่มมาเล่นไทยลีกอีกครั้ง
“เมื่อไทยลีกกลับมาเตะนัดที่ 5 เราจะได้นักเตะฟูลทีมเป็นครั้งแรก ทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งการหยุดพัก เป็นเรื่้องสุดวิสัย ทีมเชียงราย ก็ต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ และเตรียมทีมให้ดีที่สุด”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงโอกาสป้องกันแชมป์ หลังจากตามหลังทีมนำ 7 แต้ม นายมิตติ ยืนยันว่า กว่างโซ้งมหาภัย ยังมีลุ้นเต็มตัว เส้นทางยังอีกยาวไกล
“เพิ่งเล่นไปแค่ 4 นัดเท่านั้น ยังบอกอะไรไม่ได้ เราก็ทำหน้าที่เราเต็มที่ เล่นไปทีละนัด ถ้า ทรู แบงค็อก กับ ราชบุรี ชนะทุกนัดที่เหลือ ก็เอาแชมป์ไป แต่ถ้าไม่ใช่ เราก็มีโอกาสแน่นอน”
ส่วนสถานการณ์ในฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2020 ในกลุ่มอี ที่ เชียงราย เตะ 2 นัด แพ้รวด โดยเกมที่ 3 จะต้องไปเยือน เอฟซี โซล ซึ่ง สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) ให้เลื่อนแข่ง เพราะการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 นั้น นายมิตติ กล่าวว่า เอเอฟซี ให้เลื่อนไปเตะเดือนพฤษภาคม แต่ก็ยอมรับว่าลำบาก เพราะถึงตอนนั้นที่เกาหลีใต้ ที่มียอดการแพร่ระบาดสูง ก็ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นหรือยัง เช่นเดียวกับการกลับมาเตะที่ไทย ก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเมื่อไหร่ ดังนั้นต้องประเมินสถานการณ์กันแบบใกล้ชิด