โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เป็ด เชิญยิ้ม เปิดตัวลูกสาว เปลี่ยนชีวิตยุคโควิด จากใช้เงินวันละหมื่นเหลือหลักร้อย 

Khaosod

อัพเดต 25 มิ.ย. 2564 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2564 เวลา 11.32 น.

เป็ด เชิญยิ้ม ควงลูกสาวเปิดตัวครั้งแรก เปลี่ยนชีวิตโหมดประหยัดยุคโควิด จากใช้เงินวันละหมื่นเหลือหลักร้อยต่อวัน

ตลกอารมณ์ดี เป็ด เชิญยิ้ม ที่วันนี้ขอควงลูกสาวคนเล็ก น้องพีพี เปิดตัวคู่กันเป็นครั้งแรก รับหวงลูกสาวหนักมากยังไม่อยากให้มีแฟน อัพเดตชีวิตทุกวันนี้เปลี่ยนโหมดต้องประหยัดเหตุโควิดทำพิษต้องเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ จากเคยใช้เงินวันละหลักหมื่นเหลือวันละหลักร้อย พร้อมแก้คำครหาขายสมบัติกิน ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

น้องพีพีทำไมถึงไม่ชอบออกทีวี? พีพี : “ชอบทำงานเบื้องหลังมากกว่า ไม่ค่อยสู้กล้อง ครั้งนี้เป็นครั้งแรก”

เห็นว่ามาตึกแกรมมี่บ่อยมาก มาทำอะไร? พีพี : “มีโอกาสได้มาฝึกงานที่นี่ค่ะ”

เป็ด เชิญยิ้ม : “เขามาฝึกงานที่นี่ เขาตั้งใจอยากมาฝึกที่นี่มาก เลยบอกให้เขาลองใช้ความสามารถดู แล้วก็ได้ที่แกรมมี่จริงๆ”

ที่ให้ใช้ความสามารถคืออย่ามาให้พ่อฝาก? เป็ด เชิญยิ้ม : “เราไม่กล้าฝาก เขาเป็นคนที่ไม่ชอบให้เราฝาก ถ้าเราบอกว่ารู้จักคนนี้ เขาจะบอกเลยไม่เอา อย่ามายุ่งกับเขา เขาจะใช้ความเป็นตัวของเขาเองสู้ในสิ่งที่เขาต้องการอยากจะทำ”

ตอนแรกมาสมัครไม่มีใครรู้ว่าเป็นลูกอาเป็ดใช่ไหม? พีพี : “ไม่มีใครทราบค่ะ หนูเข้ามาทำได้อาทิตย์สองอาทิตย์เหมือนพี่ๆ เขาพูดกันว่านี่ลูกคุณพ่อค่ะ เขาถึงถามว่าทำไมเธอไม่บอกฉันตั้งแต่แรก”

ก่อนที่จะรู้ว่าเป็นลูกคุณพ่อกับหลังที่รู้ว่าเป็นลูกคุณพ่อแล้วเปลี่ยนไปไหม? พีพี : “ไม่ค่ะ ปฏิบัติเหมือนเดิม แต่เขาแค่จะพูดแซว แต่ไม่มีการหน้ามือหลังมือ”

พ่อเป็นเจ้าของบริษัทอยู่แล้วทำไมไม่เลือกฝึกงานบริษัทพ่อเลยก็น่าจะง่ายดี? พีพี : “มีแต่คนบอกว่าทำไมไม่ฝึกกับพ่อ แต่ว่าหนูเป็นคนอยากหาประสบการณ์มากกว่า เห็นงานของคุณพ่อมาเยอะแล้วเลยอยากหาความรู้จากที่อื่นเข้ามาทำงานในบ้านให้มันใหญ่ขึ้น”

เรียกว่ารักมาก ตามใจมากสำหรับลูกคนนี้? เป็ด เชิญยิ้ม : “ถามว่าตามใจไหม ก็อยากให้เขามีความสุข บางทีเรารู้ว่าเขารำคาญ เขาก็ไม่ปฎิเสธ เขาก็ไม่ขัดพ่อ เขารับทุกเรื่องที่พ่อให้ เรารู้ว่าเขาไม่พึงพอใจ แต่ว่าไม่อยากขัดใจพ่อ”

หวงลูกสาวขนาดไหนเห็นว่าห้ามมีแฟน พ่อสั่งห้ามมีแฟนจริงไหม? เป็ด เชิญยิ้ม : “ไม่ได้หวงอะไรเขาเลย”

พีพี : “ไม่ได้สั่งค่ะ แต่ว่ารู้สึกได้เองว่าอย่าเพิ่ง”

เป็ด เชิญยิ้ม : “ลูกชายก็แยกครอบครัวไป 2 คน ก็เลยเหลือเขาแค่คนเดียว เราเป็นคนชอบทำกับข้าวทำแล้วจะให้ใครกินล่ะ จริงๆ โควิดอย่ามองว่าเป็นเรื่องชั่วร้าย มันก็มีดีอยู่มุมหนึ่งทำให้ครอบครัวได้มาอยู่ร่วมกันได้อยู่ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง สมัยก่อนไม่มีโควิดเรากลับบ้านตี2 ตี3 ตี4 กินเหล้าใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แต่วันนี้ตกเย็นมีเงิน 300 ซื้อหอยมาผัดกะเพราะปลาเค็ม 3 ทุ่มดูข่าว 4 ทุ่มดูกีฬานอน 2-3 เดือนเป็นแบบนี้ตลอด เป็นช่วงเวลาที่ดีเหมือนกันนะ แต่ช่วงเวลาที่แย่ในเรื่องของการระบาดที่มันทำให้คนจนเยอะขึ้นๆ คนไม่มีอาชีพมากขึ้น แต่มันทำให้เรื่องของความสตรองของครอบครัวที่ผมรู้สึก ผมไม่เคยอยู่ได้เห็นลูกตอนหัวค่ำกันเลย ไม่เคยได้กินข้าวหัวค่ำกับลูกเลย แต่วันนี้ 5 โมงเย็นต้องกลับเข้าบ้านแล้ว เพราะกลัวโรคมันทำให้อยู่ใกล้ลูกมากขึ้น มันทำให้ความสุขในครอบครัวมีเพิ่มมากขึ้น”

 

วันหนึ่งเขาต้องโตเป็นสาว ต้องมีหนุ่มๆ เข้ามาจีบ เตรียมรับมือยังไง? เป็ด เชิญยิ้ม : “ก็ไม่ได้คิดอะไรเลยแล้วแต่จังหวะของชีวิตเขา เขาเป็นคนตัดสินเราไม่สามารถจะห้ามได้ เราแค่ระวังอยู่ห่างๆ มองอย่างห่วงๆ ถ้าเรามองแล้วว่าเขาสามารถใช้ชีวิตดี มีแฟนดีในอนาคตมันทำให้เขาเติบโตได้โดยที่เราหมดกังวล เราก็จะสบายใจแค่นั้นเอง วันนี้ลูกชายก็มีครอบครัวดูธุรกิจได้แล้ว ลูกชายคนที่ 2 ก็เริ่มจะกลับมาดูแลธุรกิจของตัวเองได้แล้ว เหลือคนนี้คนเดียวที่เรายังต้องกังวลอยู่”

อาเป็ดปกติเป็นคนใจดี ใจกว้าง แต่พอวิกฤติโควิดต้องปรับการใช้เงินหมดเลยใช่ไหม จากที่ใช้วันเป็นหมื่นๆ เหลือใช้วันหลักร้อย? เป็ด เชิญยิ้ม : “นี่คือเรื่องจริง วันนี้โลกมันหมุนกลับแล้ว เราเคยลำบากตอนเรา 6ขวบ 7ขวบ เรากำลังเริ่มโตขึ้นมาจนมามีชื่อเสียง มีเงินทอง วันนี้ระเบิดสงครามใหญ่ สงครามชีวภาพที่มันเกิดขึ้น เราเหมือนนักรบที่เราจะต้องออกไปรบ เมื่อเรารบเราต้องต่อสู้ยังไง เราต้องหลบในหลุมหลบภัยนั่นก็คือบ้าน ฉะนั้นเราต้องอยู่ในบ้านระมัดระวังที่สุด เพราะว่าการใช้จ่ายต่างๆ ที่มันจะเกิดขึ้นที่เราเคยฟุ้งเฟ้อมันตัดทิ้งหมดเลย มันเปลี่ยนหมดเลย วันนี้กูไม่กิน วันนี้กูไม่ดื่ม เคยใช้เงินวันละ 1 หมื่น กูจะใช้เงิน 1 หมื่นให้ได้ซักกี่วัน ต้องมานั่งคิดใหม่ เพราะเราห่วงคนข้างหลังว่าเงินก้อนนี้ต้องเก็บต้องเอาไปต่อยอด ไม่ใช่เอาเงินก้อนนี้ไปสุรุ่ยสุร่ายเพื่อให้มันหมดไป พอหมดไปเราจะหาเงินมาต่อยอดไม่ได้ เราตั้งเงินก้อนนี้ไว้ต่อยอด ธุรกิจเก่าต้องยังคงอยู่ เราอยู่บันเทิงเราจะทิ้งบันเทิงไม่ได้ แต่ว่าจังหวะนี้มันเป็นบันเทิงที่สาหัสมาก อย่างก่อนบ่ายฯ เราทำมา 26 ปี เราก็ยังรัก เราต้องประคองตรงนี้ไปให้ได้เพื่อที่จะเปิดรายการใหม่ในอนาคตเมื่อทุกอย่างดีขึ้น”

เห็นว่าพนักงานในบริษัทมากสุด 80 กว่าคน? เป็ด เชิญยิ้ม : “เพราะตอนนั้นทำงานอีเว้นท์ด้วยทุกเดือนเลย ตอนนั้นอีเว้นท์เยอะมากคนเลยต้องเยอะ ตอนนี้อีเว้นท์ไม่ได้แล้ว ออกต่างจังหวัดก็ไม่ได้ ทุกอย่างต้องเลิกหมด ทำยังไงเมื่อคนเยอะเหมือนกับเรือออกกลางทะเลวันนี้เรือเริ่มรั่ว ช่วยกันก่อน ออกไปก่อน เดี๋ยวจะกู้เรือเข้าฝั่งไปก่อนให้เหลือไม่กี่คนเท่าที่ทำงานได้ ในชีวิตไม่เคยไล่ลูกน้องออก ลูกน้องออกคนหนึ่งน้ำตาแทบไหล เพราะเราอยู่ด้วยกันมา 20 กว่าปี ก่อนบ่ายเป็นรายการเล็กๆ ที่เชื่อว่าเป็นรายการตลกที่เรทติ้งสูงที่สุดเลยก็ว่าได้ ในยุคก่อนเรทติ้งเคยสูงเท่าละครก่อนข่าว เรทติ้ง 8 กว่า”

เห็นว่าคนงานในบ้านก็ลด? เป็ด เชิญยิ้ม : “ลดหมด ช่วยกัน ออกไปก่อน ขยับไปก่อน วันนี้ลดค่าใช้จ่ายส่วนตัวเอง เคยใช้เยอะลดส่วนตัวไป เมื่อก่อนไม่เคยคิด ใช้บัตรเครดิตรูดกันสบายเลย เดี๋ยวนี้ไม่ใช้แม้แต่ใบเดียว กลับบ้านทำกับข้าวอยู่บ้าน”

 

ในอีกมุมของคนที่เจอสถานการณ์โควิดแล้วต้องอยู่บ้าน เจอหน้ากัน 24 ชม. บางทีมีปากเสียง มีคำแนะนำยังไงสำหรับคนถ้าอยู่ด้วยกันใกล้ๆ แล้วตีกัน ? เป็ด เชิญยิ้ม : “คิดบวก คิดดี ทำดี ได้ดี ไหว้พระ ถ้าคิดลบ เครียด ประสาท เพราะทั้งโควิดมันเข้ามาทั้งหมด ยิ่งทวีความเครียด อย่าไปสนใจ อย่าไปใส่ใจ อย่าให้ค่า อย่าให้ความสำคัญ ถ้าเราคิดบวกได้จะอยู่อย่างมีความสุข”

เห็นบอกว่าเริ่มขายอะไรที่ไม่จำเป็นในชีวิตออกไป กลัวคนจะมองว่าขายสมบัติกินหรือเปล่า? เป็ด เชิญยิ้ม : “BMW ซื้อมา 6 ล้านกว่า 10 กว่าปีขับไม่ถึง 50,000 กิโล แล้ววันนี้เหลือล้านกว่าบ้านไม่ถึงสองล้าน แล้วเบนซ์ก็มีจะเก็บไว้ทำไม อายุก็เยอะแล้ว จริงๆ อยากจะใช้รถเล็กๆ ซักคันนึงขับจากบ้านมาบริษัท ขับจากบริษัทมาบ้านไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน เราเอาเงินตรงนั้นมาทำประโยชน์ยังได้มากกว่า รถเบนซ์อีก 5 ปี คันนั้นจะเหลือเท่าไหร่ ถ้าเราแย่งขายซะก่อนก็จะขาดทุนน้อยลง ถ้าปล่อยไว้ก็ขาดทุนเยอะ ไม่ใช่เพราะวิกฤตและไม่มีจะกินแล้วต้องมาขายสมบัติกินมันไม่ใช่ แต่ที่เราทำคือเรารัดเข็มขัดตัวเอง สิ่งไหนที่เราฟุ่มเฟือยก็เลิกซะ รถเราเคยใช้เยอะก็เลิกใช้ เสื้อผ้าเคยใช้แบรนด์เนมเรามาใส่ตัวไหนก็ได้”

คลิปสัมภาษณ์ เป็ด เชิญยิ้ม – ลูกสาว

https://www.youtube.com/watch?v=DKSJIUhSxxE

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...