ตร.ล่า"ป๋าเกิด" แก๊งค้าโคโยตี้ จับอดีตโคโยตี้ลูกน้อง เหยื่อแห่แจ้งเพิ่ม
จับแล้ว 1 ราย คดีค้าโคโยตี้ หลังศาลออกหมายจับ 3 ราย ทั้งป๋าเกิดพร้อมเมียและอดีตโคโยตี้คุมคณะผบก.ปคม.เผย นินิวส์ยังให้การภาคเสธ ชี้ความผิดเข้าข่ายยึดทรัพย์ ได้ประสานปปง.ตรวจสอบแล้ว เหยื่อแฉ”ป๋าเกิด”ใช้เงิน-มือถือหลอกล่อแลกหลับนอนด้วย พี่เหยื่อระบุลูกน้องป๋าเกิดโพสต์ขู่วางบึ้มหน้าบ้านคนที่มาให้ข้อมูลตำรวจ
จากกรณีกลุ่มหญิงสาวโคโยตี้ เข้าแจ้งความต่อตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) ให้ดำเนินคดี “ป๋าเกิด” เจ้าของคณะนินิวส์ โมเดลลิ่ง ฐานล่อลวงบังคับขืนใจ บังคับค้าประเวณี ขณะที่ปคม. ชี้ เข้าข่ายค้ามนุษย์ประเภท 3 แสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำทางเพศ เตรียมเรียกคนอยู่เบื้องหลัง-ถูกพาดพิงมาสอบสวน
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ กก.1 บก.ปคม. พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน)กก.1 พ.ต.ต.หญิง นลินี เชี่ยวน้อย สว.สอบสวน กก.1 บก.ปคม. สอบปากคำ น.ส.อ้อยและน.ส.บอล อายุ 17 ปี 2 ผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานอัยการ และนักสังคม สงเคราะห์ โดยสอบสวนต่อจากเมื่อคืนวันที่ 18 ก.ย.ที่หยุดพักไปในเวลา 20.00 น. เพื่อรวบรวมคำร้องขออนุมัติหมายจับป๋าเกิด
หลังสอบปากคำน.ส.อ้อย หนึ่งในผู้เสียหายได้เปิดเผยว่า เข้ามาทำงานโคโยตี้ในคณะนินิวส์ โมเดลลิ่ง เมื่อประมาณพ.ย.2559 ขณะนั้นอายุเพิ่งครบ 17 ปี โดยได้รับค่าแรงวันละ 700 บาท มีงานแสดงเต้นทุกวัน
“หลังจากเข้ามาทำงานได้เดือนที่สอง ป๋าเกิดเห็นว่าไม่มีโทร.มือถือใช้ เสนอว่าถ้าอยากจะได้มือถือไว้ใช้ก็ต้องยอมแลกกับการหลับนอน เลยร่วมหลับนอนด้วยเพียงครั้งเดียว โดยป๋าเกิดใส่ถุงยางอนามัย หลังจากนั้นป๋าเกิดอยากจะมีอะไรอีก ก็ปฏิเสธทุกครั้งไป” น.ส.อ้อยกล่าว
น.ส.อ้อยกล่าวต่อว่า ตอนที่ป๋าเกิดซื้อมือถือยี่ห้อซัมซุง เอส 5 มาให้ อ้างว่าซื้อมาราคาห้าพันบาท พร้อมหักเงินจากค่าจ้างทุกวัน วันละ 200 บาท ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นเครื่องมือสอง ราคาไม่น่าจะเกินสามพันบาท ส่วนเด็กโคโยตี้คนอื่นก็จะออกปากเสนอช่วยเงินทอง หรือมือถือ ใครอยากได้ก็จะยินยอมแกมีความสัมพันธ์ด้วย
น.ส.อ้อยกล่าวด้วยว่า สำหรับป๋าเกิดมีเมีย 4 คน มีลูกจากเมียทั้งหมดรวม 5 คน เมียป๋าเกิดจะแยกกันคุมดูแลผลประโยชน์จากการแสดงโคโยตี้ตามผับต่างๆ ทั้งสีลม ซอยคาวบอย และซอยนานา โดยจะมีทอมบอยเป็นคนควบคุมดูแลคณะแสดงโคโยตี้อีกทอดหนึ่ง เนื่องจากเคยถูกจับกุมในคดีนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาทำงาน ทำให้ผับบาร์ไม่เชื่อถือ จึงใช้วิธีให้ทอมบอยไปตั้งคณะโคโยตี้มารับเด็กจากคณะของนินิวส์ไปแสดงอีกที
น.ส.อ้อยเล่าต่อว่า การเต้นแสดงในแต่ละคืนจะแสดงที่เดียว คือ ถ้าเต้นที่นานา ก็จะเต้นตลอดทั้งคืนตั้งแต่สองทุ่ม ถึงตีสาม พอวันรุ่งขึ้นก็จะเปลี่ยนไปเต้นแสดงที่สีลม สองทุ่มถึงตีสาม พอรุ่งขึ้นอีกวันก็ไปเต้นแสดงที่ซอยคาวบอย สลับทุกวันเพื่อให้ลูกค้าต่างชาติชม และซื้อดริงก์เลี้ยง โดยราคาที่ร้านจำหน่ายลูกค้าดริงก์ละ 150, 200, 250 บาท โคโยตี้แต่ละคนจะได้ส่วนแบ่งในการเชียร์แขกซื้อดริงก์แก้วละ 60 บาท ทางป๋าเกิดจะหักหัวคิวดริงก์ละ 10 บาท โดยเมียป๋าเกิดหรือทอมที่ดูแล จะเป็นคนรับเงินจากร้านมาจ่ายให้โคโยตี้หลังเลิกงานวันต่อวัน ส่วนทอมบอยคนที่ป๋าเกิดทำท้องแล้วไปผูกข้อมือกับพ่อแม่นั้น ได้แยกตัวออกไปไม่ได้อยู่กับป๋าเกิดแล้ว
นายณัฐวุฒิ พี่ชายน.ส.บอล หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เท่าที่ทราบป๋าเกิดได้มีสัมพันธ์กับเด็กอายุสิบสี่ 2 ราย รายหนึ่งเป็นทอม คนที่ตกเป็นเมีย 1 ใน 4 ของป๋าเกิดที่อยู่กินกัน และอีกรายเป็นโคโยตี้ในคณะ นอกจากนี้ยังได้รับข้อความจาก “แจ๊ค ขาลาย ไม่ตลกเดี๋ยวตบให้ด้วย” ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องมือขวาของป๋าเกิด ที่ผันตัวออกไปตั้งคณะโคโยตี้ใหม่แต่ ใช้เด็กจากทีมงานของป๋าเกิดไปแสดง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงคนในกลุ่มที่จะเห็นกันแค่เฉพาะเด็กๆ โคโยตี้และทีมงานว่า “ไม่อยากจะพูดอะไรมาก แค่อยากบอกว่าสงสารเด็ก แต่พวกไม่มีจิตใต้สำนึกก็ไม่ได้ว่าอะไร ทุกสิ่งตอนนี้เค้ากำลังจะได้ชดใช้ แต่เด็กที่ออกมาแจ้งความหรือมาแชร์คืออะไร อยากดังมากมั้ยจะได้เอาระเบิดไปไว้ที่หน้าบ้าน” ซึ่งข้อความดังกล่าวน่าจะเป็นการข่มขู่ ส่งสัญญาณถึงคนที่คิดจะออกมาให้ข้อมูล และแจ้งความตำรวจเพิ่มอย่างแน่นอน ซึ่งได้ให้ข้อมูลเรื่องนี้กับตำรวจไปแล้ว
น.ส.บอลเปิดใจหลังให้ปากคำเสร็จว่า โดนป๋าเกิดหลอกล่อให้มีความสัมพันธ์ด้วย 2 ครั้ง โดยป๋าเกิดบอกจะซื้อมือถือให้ และ ยังมอบสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น แต่ใส่ได้สักพักก็เรียกเก็บกลับไปใส่ตู้เซฟ อ้างว่าจะเก็บรักษาไว้ให้ แต่จนบัดนี้ก็ไม่ได้ให้ตนอีกเลย
พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำเด็กเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา เชื่อว่ามีการกระทำความผิดจริง ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องเป็นใครบ้างนั้น ก็ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายเรียก หมายจับต่อไป สำหรับหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมานั้นมีความชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเป็นแอพพลิเคชั่นไลน์ เฟซบุ๊ก ไอจี ต่างๆ ขณะนี้ข้อมูลสมบรูณ์แบบแล้วสามารถออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องได้ แต่ถ้าหากรวบรวมพยานหลักฐานแล้วพบว่ามีโทษสูงก็จะออกหมายจับ
พล.ต.ต.กรไชยกล่าวต่อว่า ในส่วนข้อหาที่จะเข้าข่ายความผิดได้แก่ ข้อหาการค้ามนุษย์ การหาประโยชน์ทางเพศกับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี อย่างไรก็ตามต้องขอชี้แจงว่าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถทำงานเป็นแดนเซอร์ได้แต่ต้องขออนุญาตจากทางผู้ปกครองก่อน และทางผู้ประกอบการก็ระมัดระวัง ควรศึกษาข้อกฎหมายให้ถูกต้องตามกรมแรงงานกำหนด
ต่อมาพ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคม. รวบรวมพยานหลักฐานตามที่น.ส.อ้อย และน.ส.บอล ให้ปากคำเพิ่มเติมและยืนยันชี้รูปของนายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือ “ป๋าเกิด” หรือนายคีตกานต์ เกิดไพบูลย์ อายุ 44 ปี, น.ส.มลฤดี อินอ่อน ภรรยาของป๋าเกิด และน.ส.พรรณวรท ควบคุม หรือนินิวส์ อายุ 34 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่สอบสวน กก.1 บก.ปคม. ได้ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ต่อศาลทั้งหมด 3 ราย ประกอบไปด้วย นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ, น.ส.มลฤดี อินอ่อน และนาง พรรณวรท ควบคุม ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 19 ก.ย. 2560 ในข้อหาเดียวกันคือ กระทำความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกัน โดยการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น ชักจูง ยุยง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กแสดงออกกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด ตามพ.ร.บ.ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2556
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ล่าสุดตำรวจจับ กุมน.ส.พรรณวรท หรือ นินิวส์ มาสอบปากคำที่กก.1 บก.ปคม.แล้ว
พล.ต.ต.กรไชยเปิดเผยว่า ได้จับกุมน.ส. นินิวส์ขณะกำลังไปออกรายการทีวีแห่งหนึ่ง โดยผู้ต้องหาให้การภาคเสธ แต่คำให้การหลายอย่างสอดคล้องถูกต้องเกี่ยวกับสถานที่และวิธีการ เบื้องต้นนินิวส์ให้การว่า เป็นการเต้นโชว์อนาจาร ในร้านที่เป็นสถานบันเทิงย่านท่องเที่ยวของคนต่างชาติ มีร้านอยู่ 4-5 ร้าน เด็กแต่ละร้านมีเกือบ 10 คน ทำมานานราว 1 ปี ตัวเธอเคยเป็นโคโยตี้มาก่อน ปัจจุบันเลื่อนมาเป็นคนคุม ความผิดนี้เข้าข่ายการยึดทรัพย์ จึงจะประสาน ปปง.ตรวจสอบการเงินต่อไป เบื้องต้น ทราบว่ามีรายรับคืนละประมาณ 30,000 บาท ต้องตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อยึดทรัพย์ต่อไป และพรุ่งนี้จะนำผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญา และคัดค้านการประกันตัว ส่วนที่ว่ามีคนมีสีมาเกี่ยวข้องยังไม่พบข้อมูลแต่อย่างใด