โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มิตรภาพที่หล่นหาย “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” - เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 09 พ.ย. 2563 เวลา 18.20 น. • เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีโอกาสได้ดูซีรีส์ของ LINE TV เรื่องหนึ่ง มีชื่อว่า “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” และรู้สึกประทับใจมากค่ะ

อันที่จริงละคร (ซึ่งมีกลิ่นอายคล้ายภาพยนตร์) เรื่องนี้ จั่วหัวไว้ว่ามีคู่หลักเป็นคู่ชาย-ชาย ดั้งเดิมจึงกลายเป็นกระแสในหมู่ผู้ชมกลุ่มสาว ๆ เฉพาะทาง และไม่เป็นที่สนใจของคนทั่วไปนัก

แต่พอจับพลัดจับผลูได้ลองชมดู กลับรู้สึกผิดคาดมาก !

เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเรื่องราวความรัก แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ระหว่างคนกับคนที่ทั้งซาบซึ้งตรึงใจ ทั้งเป็นจริงสัมผัสได้ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตที่ผ่านมาและผ่านไปของพวกเราผู้ชมทุกคน

โดยไม่เลือกเพศเลือกวัยจริง ๆ

วันนี้เราจึงอยากจะมาเชิญชวนให้ทุกท่านชมดูกันค่ะ

(SPOIL ตอนที่ 1)

เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ “เต๋” หนุ่มน้อยจากครอบครัวคนจีนในภูเก็ต สอบติดโรงเรียน ม.ต้นชื่อดัง นั้นทำให้เขาได้พบและกลายเป็นเพื่อนรักกับ “โอ้เอ๋ว” หนุ่มน้อยจากครอบครัวคหบดีเจ้าของรีสอร์ตแห่งหนึ่ง

ถึงแม้เต๋และโอ้เอ๋วจะมาจากพื้นเพที่แตกต่าง แต่ทั้งคู่กลับเข้ากันได้อย่างดีมาก

เต๋เป็นเด็กที่มุ่งมั่น ชัดเจนกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ไม่กลัวที่จะฝันและก้าวไปให้ถึงจุดหมาย เขาเป็นเด็กเรียนเก่งที่มั่นใจในตัวเองมากนั่นเอง

เต๋ค้นพบว่าตัวเองอยากเป็นนักแสดง จากความชื่นชอบในหนังจีนที่ดูอยู่ทุกวัน เขามักชวนโอ้เอ๋วเล่นซ้อมเพลงกระบี่กัน บ้างก็ลงเล่นน้ำในชายหาดลับ ทั้งคู่เล่นด้วยกันอย่างมีความสุขสนิทสนมยิ่งกว่าเพื่อนคู่ไหน ๆ

ขณะที่เต๋เป็นเด็กมั่นใจ ชัดเจนในความฝัน โอ้เอ๋วกลับมีลักษณะตรงข้าม เขาไม่ชอบอะไรนาน เบื่อง่าย ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ แล้วแต่ว่าตอนไหนอยากทำอะไร ตัวเองก็จะทำสิ่งนั้น

โอ้เอ๋วจึงชอบจะเล่นกับเต๋ เพราะต่างเป็นขั้วตรงข้าม นิสัยเช่นนี้กลับส่งเสริมซึ่งกันและกัน ก่อนที่เหตุการณ์บางอย่างจะทำลายมิตรภาพของพวกเขาไป

วันหนึ่งด้วยหน้าตาที่โดดเด่น ครูจึงเลือกโอ้เอ๋วเป็นตัวแทนโรงเรียนเล่นละครในงานใหญ่ เต๋แม้เสียใจ แต่ก็ช่วยโอ้เอ๋วซ้อมละครเป็นอย่างดี

หลังการแสดงผ่านพ้น โอ้เอ๋วกลับค้นพบว่าตัวเองอยากทำอะไร

“ฉันเองก็อยากเล่นละคร โตขึ้นอยากเป็นพระเอกเหมือนนาย”

โอ้เอ๋วบอกกับเต๋อย่างดีใจ แต่เพื่อนกลับแสดงสีหน้าต่างออกไป ไม่ยินดี

“นายพูดแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนโดนแย่งบทไป”

แท้จริงบทที่โอ้เอ๋วได้รับเลือก เป็นบทที่เต๋อยากได้ ภายนอกยินดีกับเพื่อน แต่ลึก ๆ ไม่อาจสงบใจ

ยิ่งเมื่อเพื่อนประกาศออกมาว่าชอบการแสดง ถ้ามีอีกก็อยากเล่นใหม่ เขายิ่งเสียใจ เหมือนโดนหักหลัง เหมือนความฝันพังทลายลง

“อย่างนายอะ แป๊บ ๆ ก็เบื่อ ไม่มีทางชอบการแสดงได้นานหรอก”

เต๋ตอบโต้โอ้เอ๋วไปแบบนั้น ทั้งคู่ทะเลาะกันแตกหัก และไม่คุยกันอีกเลยจากนั้นเป็นต้นไป

ต่อมาเต๋สอบเข้าม.ปลายอีกโรงเรียนได้ เมื่อย้ายออกไปมิตรภาพของทั้งคู่จึงจบลง

▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪

ในช่วงต้นเรื่อง ซีรีส์จะพาเรามองโลกผ่านสายตาของเต๋ เขามองว่าโอ้เอ๋วเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด กระทั่งวันที่ความฝันโดนแย่งไป

แท้จริงแล้วช่วงวัยนั้น ทั้งคู่ต่างเป็นเด็กที่กำลังจะเข้าสู่วัยรุ่น ช่วงวัยเปลี่ยนผ่านเพื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ 

โลกนี้ที่เคยมีเพียงพ่อแม่ครอบครัว กลับมีเพื่อนเป็นสมาชิกใหม่ และมีความฝันที่เริ่มก่อร่างเป็นเป้าหมาย เพื่อนและความฝันจึงกลายเป็นสิ่งสูงค่าที่เด็กวัยนั้นทนุถนอม

แต่เพราะโอ้เอ๋วซึ่งคือเพื่อนคนสำคัญ กลับเป็นคนแย่งความฝันของเขาไป สำหรับเต๋เขารู้สึกคล้ายถูกทรยศ ทั้งหมดพังทลาย แม้เมื่อโตขึ้นและมองย้อนไป จะพบว่าเรื่องนี้น่าหัวเราะก็ตามที

ความรู้สึกนั้นยังคงติดอยู่ในใจ กระทั่งเขาได้พบโอ้เอ๋วอีกครั้ง

ชั้น ม.6 ภาคเรียนสุดท้าย เต๋ตัดสินใจเรียนพิเศษกับโรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนเก่ารวมถึงโอ้เอ๋วเรียนอยู่ เรื่องจะพาเราและเต๋ไปพบโอ้เอ๋วอีกครั้ง โอ้เอ๋วที่แตกต่างจากความทรงจำ ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สุดของชีวิต

เต๋ได้พบโอ้เอ๋ว ที่ในเวลานี้เป็นเด็กหนุ่มม.ปลายหน้าตาดี ฐานะทางบ้านสุขสบาย โอ้เอ๋วทำกิจกรรมหลายอย่าง จนมีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก เมื่อมองผ่านสายตาของเต๋ คนดูยิ่งรู้สึกหมั่นไส้ และเข้าใจความรู้สึกที่ถูกเพื่อนแย่งสิ่งสำคัญไป รวมถึงความอิจฉาริษยาที่มีต่อคนบนทางสู่ความฝันเดียวกัน

ความรู้สึกของเต๋ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เขามีเรื่องกับโอ้เอ๋วหลายครั้ง จนวันหนึ่งถึงกับทะเลาะกันรุนแรง จนเต๋พูดบางอย่างออกไป

“คนไม่ได้เรื่องอย่างนาย ไม่มีทางสอบติดคณะ…หรอก”

ที่จริงทั้งคู่มีเป้าหมายเข้าคณะเดียวกัน แต่เพราะเต๋เรียนเก่งมีความสามารถ จึงมีแนวโน้มสอบเข้าได้ง่าย ๆ ขณะที่โอ้เอ๋วเป็นคนเรียนไม่เก่งแต่ไหนแต่ไร โอกาสเข้าได้จึงริบหรี่กว่า

หลังพูดประโยคนั้นออกมา เต๋คิดว่าโอ้เอ๋วที่เย่อหยิ่งจองหอง คงพูดตอบเขาอย่างเจ็บแสบ หรือชกกลับให้หายแค้นใจ

แต่โอ้เอ๋วในความเป็นจริงที่ไม่ได้อยู่ในความทรงจำของเต๋ กลับนิ่งและร้องไห้ ก่อนจะจากไปอย่างเงียบงัน

ถึงจุดนี้คนดูจะได้เห็นโอ้เอ๋วผ่านสิ่งที่เขาทำ โอ้เอ๋วที่ไม่ได้อยู่ในความทรงจำหรือสายตาที่บิดเบี้ยวของเต๋

ที่จริงเมื่อย้อนดู ไม่ว่าจะในความทรงจำที่ดีหรือร้าย เต๋จะมีโอ้เอ๋วอยู่ข้างๆเสมอ แม้ขณะที่โอ้เอ๋วได้บทละครนั้น เขายังถามเต๋เพื่อความแน่ใจ ว่าเขารับเล่นบทนี้ได้ไหม เพื่อนจะรู้สึกอย่างไรถ้าเขาได้มัน

ที่จริงโอ้เอ๋วเป็นเด็กที่สนใจคนรอบข้าง เติบโตมาอย่างอ่อนโยน และบอบบางต่อความรู้สึกของผู้คน เขาเฝ้าสังเกตความรู้สึกของเพื่อนอยู่เสมอ แม้เมื่อทะเลาะกับเต๋อย่างรุนแรง เขากลับเฝ้ารอให้เพื่อนกลับมาหา เคยพยายามฝากคนอื่นบอกความไป แต่เต๋ไม่เคยหันกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว

กับคำที่เพื่อนรักว่าใส่ เขาจึงเสียใจอย่างที่สุดทุกครั้ง

▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪

ความสัมพันธ์ของเด็กทั้งคู่ คล้ายเรื่องราวที่พบได้ในอดีตของผู้ชมทุกคน

ในช่วงวัยที่เปราะบาง ที่เปลี่ยนผ่านจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ เรื่องเล็กน้อยแต่ใหญ่ที่สุดในโลกมากมาย กลับทำให้หลายสิ่งตกหาย ไปในระหว่างทางเดินนั้น

หลายครั้งเราทำลายความสัมพันธ์ ของเพื่อนเก่าที่มีคนเดียวเท่านั้น ด้วยเรื่องเล็กน้อยเท่าปลายก้อยเท่านี้

ในตอนแรกซีรีส์จะพาเราและเต๋ ย้อนสู่ความทรงจำในวัยเด็ก วัยที่กำลังทำลายบางอย่าง ก่อนจะพาย้อนกลับสู่โลกปัจจุบัน ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อเข้าสู่ผู้ใหญ่อย่างแท้จริงนั้น เขากลับได้โอกาสที่จะคว้าสิ่งที่หายไปคืนมา

ซีรีส์เรื่องนี้มีกำหนดเพียง 5 ตอน แต่ละตอนมีจุดเปลี่ยนผ่านที่ตัวละครจะต้องก้าวข้าม เพื่อเติบโตขึ้นอย่างแท้จริง

ในตอนจบของตอนที่ 1 คณะที่ทั้งคู่ต้องการประกาศผลสอบตรงออกมา

เต๋สอบได้อันดับดีมาก ขณะที่โอ้เอ๋วสอบตก

เขาแย่งสิ่งที่ทั้งคู่ต่างอยากได้ กลับมาเป็นของตัวเองอีกครั้ง

แต่เขากลับไม่ดีใจ และไม่คิดสะใจ

ความจริงแล้วในใจลึก ๆ รู้สึกอย่างไร พอหลับตาลงให้จิตใต้สำนึกกระซิบบอกมา สิ่งที่เขาอยากได้ ไม่ใช่ความสำเร็จที่ยื้อแย่งกันไปมา

แต่คือความฝันที่เหมาะสมและควรค่า พร้อมเพื่อนร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

เต๋ตามหาโอ้เอ๋ว ก่อนจะพบอดีตเพื่อนรักเหม่อลอยอยู่บนชายหาดที่เคยวิ่งเล่นกัน

ช่วงเวลาที่สงบนิ่งนี้ เหมือนหยุดหายใจ ตลอดทั้งตอนที่ผ่านไป ผู้ชมต่างลุ้นให้เต๋พูดคำนั้น

“กูขอโทษ กับทุกสิ่งทุกอย่าง”

โอ้เอ๋วมองตอบอย่างงงงัน ชั่วขณะนั้นเกลียวคลื่นกระทบฝั่ง สายลมพัดมา เพียงประโยคเดียวทั้งคู่กลับคล้ายย้อนเวลา 

กลับไปสู่วันวาน

▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪▪

ในฐานะคนดู เมื่อถึงฉากสุดท้าย เราอยากย้อนเวลากลับไป หาเรื่องราวในอดีตที่ตัวเองพลาด หามิตรภาพที่ทำตกหาย และคว้าโอกาสที่ปล่อยผ่าน แม้จะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ก็ตามที

ที่จริงตอนเริ่มเรื่องเราแค่อยากดูหนังรัก แต่ไม่น่าเชื่อว่าตอนจบจะร้องไห้ และคิดถึงหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นในวัยเด็กเลยค่ะ

บทความนี้เน้นเนื้อเรื่องอยากให้คนสนใจดูค่ะ แต่บริบทอื่นของเรื่องทั้ง Cinematography, ภาษากาย, และการใช้ภาษาจีนมาประกอบของเรื่องนี้ก็เยี่ยมมาก ยิ่งตอนหลังๆที่เด็กทั้งคู่เริ่มมีใจให้กัน เนื้อเรื่องอาศัยบริบทในการสื่อความหมายอย่างลึกซึ้งจริง ๆ

ยอดเยี่ยมค่ะ

ติดตามบทความใหม่ ๆ จากเพจวันนี้ชั้นติ่งอะไรได้ทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่เพจวันนี้ชั้นติ่งอะไร 

 

 

 

 

ป.ล.โอ้เอ๋วมีความหมายเป็นชื่อน้ำแข็งไสแบบหนึ่ง ที่ตัวโอ้เอ๋วในเรื่องชอบกินค่ะ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...