โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง - จอห์นนี โซมาลี : เมื่อระบบช่วยกันเลี้ยง Troll จนอ้วนพี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2567 เวลา 05.33 น.

แรมซีย์ คาลิด อิสมาเอล (Ramsey Khalid Ismael) เป็นสตรีมเมอร์สัญชาติอเมริกันจากรัฐแอริโซนา ที่ใช้ชื่อในวงการว่า จอห์นนี โซมาลี (Johnny Somali) โดยตัวเขาแจ้งว่ามีเชื้อสายเป็นชาวโซมาเลียและเอธิโอเปีย รวมถึงอ้างว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นทหารเด็กในประเทศโซมาเลียด้วย

จอห์นนี โซมาลี เริ่มเป็นสตรีมเมอร์ หรือนักออกอากาศสดในสื่อโซเชียลมาได้ราวปีกว่าเท่านั้นจากต้นปี 2023 แต่ก็เป็นที่ได้รับการกล่าวขวัญและโด่งดังขึ้นมาในเวลาอันรวดเร็ว จากพฤติกรรมที่สุดโต่ง โดยใช้แนวทางแบบการแสดงออกในโลกจริง (IRL : In Real Life) ด้วยการแสดงความ“เกรียน” ในสังคมจริงเพื่อสร้างความสนุกสนานให้ผู้ติดตามจากปฏิกริยาตอบรับของผู้คนจริงๆ ที่ไม่ใช่การเซตถ่าย

การสร้างคอนเทนต์แบบ IRL นี้ บางท่านก็อาจจะเคยมีประสบการณ์เห็นคนทำอะไรแปลกๆ ห่ามๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจในที่สาธารณะแล้วถ่ายทอดสด เอาของประเทศไทยที่โด่งดังด้วยเสียงก่นด่า ก็ได้แก่สตรีมเมอร์คนหนึ่งที่เที่ยวไปนอนแผ่ร้องแอ๊แบบเด็กทารกบนถนน หรือห้างสรรพสินค้า

การทำแบบนี้แม้เป็นที่อิดหนาระอาสังคม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งซึ่งชอบที่จะเสพคอนเทนต์แนวนี้ในจำนวนมากอันเป็นนัยสำคัญส่งผลให้ได้รับทั้งยอดวิวที่สามารถแปรไปเป็นรายได้จากทางแพลตฟอร์มนั้นเอง และการจ่ายเงินให้พิเศษจากของขวัญจากบรรดาผู้ติดตามด้วย นับว่าเป็นช่องทางสร้างรายได้ที่หอมหวลพอที่จะดึงดูดให้มีสตรีมเมอร์หลายคนดิ้นรนเข้ามาทำคอนเทนต์ในแนวทางนี้ โดยมีความเสี่ยงในทางอาชีพอยู่บ้างคือ ถ้าพฤติกรรมล้ำเส้นเกินไป ก็อาจจะถูกแพลตฟอร์มที่ตัวเองใช้เป็นช่องทางนั้นแบนจากระบบ หรือระงับการสร้างรายได้เอาได้

จอห์นนี โซมาลี เป็นสตรีมเมอร์สายนี้ที่ไปสุดทาง โดยคอนเทนต์ของเขาคือ การก่อกวนกลั่นแกล้งและสร้างความเดือดร้อนรำคาญ (Nuisance) ในสังคมบนพื้นที่สาธารณะโดยจงใจอย่างจริงจัง เช่น การกระโดดโลดเต้นส่งเสียงดังบนรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือเข้าไปพูดจาล้อเลียนกลั่นแกล้งคนที่เขาคิดว่าไม่น่าจะสู้กับเขาอย่างผู้หญิง หรือคนมีอายุ โดยเขาจะเลือก “เวที” ในการก่อกวนเขา คือประเทศทางเอเชียอย่าง ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะมีนอกกลุ่มนี้เพียงประเทศเดียว คือ อิสราเอล

พฤติกรรมในประเทศไทยของเขาอาจจะค่อนข้างเบาเมื่อเทียบประเทศอื่น โดยเขาไปแกล้งไลฟ์รบกวนผู้คนที่มาพักผ่อนบนชายหาดจนลูกทีมของเขาถูกต่อยหน้าขึ้นโรงพักและทะเลาะกับพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่ที่ทำให้เขาโด่งดังเป็นที่กล่าวถึงในด้านการเป็นภัยสังคม คือ พฤติกรรมในประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

โดยในญี่ปุ่น เขาอาศัยความเป็น“อเมริเกรียน” (An American troll) ไปล้อเลียนเรื่องล่อแหลมของคนญี่ปุ่น เช่น ตะโกนว่าจะถล่มรถไฟใต้ดินด้วยระเบิดปรมาณู รวมถึงการไปเล่นดนตรีเกี่ยวกับระเบิดปรมาณูในดิสนีย์รีสอร์ท และแกล้งเปิดเพลงเสียงดังในร้านอาหาร ตะโกนล้อเลียนคนงานที่กำลังก่อสร้างอาคารด้วยคำว่า “ฟุกุชิมะ” และอีกหลายพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน จนกระทั่งถูกแพลตฟอร์ม Twitch แบน แต่ถึงกระนั้นเขายังเหลือช่องทาง Kick และ YouTube อยู่

หลังจากนั้นเขาก็ไปทำพฤติกรรมยั่วยุการประท้วงเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ที่ประเทศอิสราเอล รวมถึงการไปล้อเลียนชาวยิวที่กำแพงตะวันตกของเยรูซาเล็ม ล่วงละเมิดทางเพศตำรวจหญิง เมื่อจะถูกจับกุมเอาเรื่องก็ตะโกนคาถาว่า “ข้าคือชาวอเมริกัน” เพื่อป้องกันตัว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าได้ผล หรือเกี่ยวข้องกันหรือไม่ แต่เท่าที่หาข้อมูลได้คือเขาไม่ได้ถูกลงโทษอาญาใดๆ

การทำพฤติกรรมรบกวนเป็นภัยสังคมของ จอห์นนี โซมาลี ทำให้เขาถูกคนเหลืออดทำร้ายร่างกายมาแล้วในทุกประเทศทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และอิสราเอล หรือสถานเบาก็ร้องตะโกนด่าทอ แต่ “ไม้ตาย” เพื่อป้องกันตัวของ จอห์นนี โซมาลี คือ การชี้หน้าด่าคนที่มาด่าทอหรือทำร้ายเขาว่า พวกนี้เป็นพวกเหยียดชาติ (Racist) ที่มาทำร้ายหรือด่าทอเขาเป็นเพียงเพราะเขาเป็นคนผิวดำ (เว้นแต่ที่อิสราเอลนั้นเขาใช้ “ไม้ตาย” อื่นดังที่เล่าไปแล้ว)

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทางการบ้านเมืองใช้อำนาจรัฐจัดการกับ จอห์นนี โซมาลี ก่อนหน้านี้กลับไม่ได้หนักหนาอะไร ถ้าที่ประเทศไทยเท่าที่ทราบคือการไกล่เกลี่ยและจบไปในชั้นตำรวจ ส่วนในญี่ปุ่นนั้นเขาถูกดำเนินคดีระดับขึ้นศาลแขวง แต่ก็เพราะเอาเข้าจริงหากถอดองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายแล้ว การกระทำของเขาก็เป็นเพียงความผิดก่อความเดือดร้อนรำคาญระดับ “ลหุโทษ” ซึ่งมีเพียงโทษปรับหรือจำคุกระยะสั้น ซึ่งถ้าเจ้าตัวรับสารภาพและยินยอมให้ส่งกลับประเทศศาลญี่ปุ่นก็ลงโทษเพียงโทษปรับและผลักดันออกนอกประเทศเท่านั้น (อย่างไรก็ตาม มีบางแหล่งข้อมูลบอกว่าเขาเคยถูกจำคุกระยะสั้น 30-90 วันที่ญี่ปุ่นอยู่เช่นกัน)

ตรงนี้เราจะเห็นได้ชัดว่า สตรีมเมอร์นาม จอห์นนี โซมาลี นั้น น่าจะเป็นคนที่ฉลาดพอสมควรทีเดียว เพราะเหมือนเขาจะเลือกแล้วว่าจะมีขอบเขตในการกลั่นแกล้งรบกวนผู้คนเพียงเท่าที่ยังเป็นความผิดสถานเบาเท่านั้น โดยแม้จะมีระดับที่รุนแรงไปจนถึงการคุกคามทางเพศคนแปลกหน้า แต่ก็เป็นการคุกคามในลักษณะ “วาจา” ไม่ถึงเนื้อถึงตัวซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความเกรียนของ จอห์นนี โซมาลี ก็ทำให้เขาถูกจัดหนักเข้าจนได้เมื่อไปแสดงพฤติกรรมดังกล่าวในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งผู้คนนั้น“ดุ” ขึ้นไปหลายระดับ ประกอบกับการบังคับใช้กฎหมายที่หนักหนาขึ้นไปอีกระดับยิ่งว่าไทยและญี่ปุ่น

ความ“ย่ามใจ” อาจทำให้เขาเพิ่มระดับการกลั่นแกล้งรบกวนขึ้นไปอีกระดับหนึ่งที่เกาหลีใต้ โดยการเปิดเสียงลามกอนาจารในรถไฟฟ้า เปิดเพลงชาติเกาหลีเหนือบนรถประจำทาง ก่อกวนผู้หญิง แต่พฤติกรรมที่ทำให้ชาวเกาหลีใต้เดือดกันจนตามล่าตัวเขาระดับวาระแห่งชาติ คือการที่เขาไปลวนลามกอดจูบรูปปั้นที่สร้างเพื่อเป็นการรำลึกถึงสตรีบำเรอ (Comfort women) เหยื่อผู้ตกเป็นวัตถุทางเพศในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

การเหยียดหยามที่ร้ายแรงต่อประวัติศาสตร์อันละเอียดอ่อนในเรื่องนี้ทำให้เขาถูกไล่ล่าอย่างจริงจังในเกาหลีใต้ ครั้งหนึ่งเขาถูกต่อยหน้าจนคว่ำกลางไลฟ์และนำโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ใช้ไลฟ์ไปโยนทำลายบนพื้นโดยฝีมือฝีหมัดของอดีตทหารหน่วยรบพิเศษนิรนาม และการไล่ล่าทำร้ายจากผู้คนที่รู้จักจำได้ จนต้องไปขอพึ่งพาการรักษาความปลอดภัยจากตำรวจในท้องที่

ซึ่งที่นั่นเขาก็ถูกชาวเกาหลีใต้เล่นงานกลับอย่างเจ็บแสบ ด้วยอาศัยที่คำพ้องเสียงของคำว่า“เธอ” (หรือถ้าในบริบทนี้คือ “มึง”) ในภาษาเกาหลีนั้น (??) จะออกเสียงว่า“เนกา” หรือ “นีกา” ก็ได้ ซึ่งก็แน่นอนว่าฝ่ายที่เล่นงานเขาเลือกออกเสียงแบบหลัง ซึ่งเราก็รู้กันว่ามันตรงกับคำที่ภาษาอังกฤษมีไว้ใช้เหยียดหยามคนผิวดำ

จอห์นนี โซมาลี ที่เคยอาศัยคำว่า“เหยียดชาติ” เป็นเกราะกำบังมาตลอด เมื่อเจอย้อนเกล็ดเอาด้วยการเหยียดชาติแบบเล็งเห็นผลเข้าก็ถึงกับโกรธขึ้นมาจริงๆ แต่แม้เขาจะเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจัดการให้ หากทางเจ้าหน้าที่ก็หูทวนลม เพราะจะว่าไปก็เหมือนสมุมติ เราพูดคำว่า มึงๆๆ แล้วมันดันไปตรงกับคำหยาบคำเหยียดในภาษาใด แต่เมื่อเรายืนยันว่าเราพูดภาษาไทย มันก็ยากที่จะดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายได้

ในที่สุดจุดจบของสตรีมเมอร์สายเกรียนจึงอาจจะเป็นที่เกาหลีใต้นี้ก็ได้ เพราะนอกจากที่ทราบว่าในตอนนี้เขาต้องหลบซ่อนตัวด้วยความหวาดกลัวต่อ “ของแข็ง” จากประชาชนชาวเกาหลีที่ไม่ได้อยู่แค่ไหนโลกของอินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยความโหดระดับจริงจังนี้ คือถึงกับมีการวางเครือข่ายกันว่า ถ้าใครพบเจอหรือรู้เห็นว่าเขาอยู่ที่ไหน จะต้องแชร์ตำแหน่งให้คนในโลกโซเชียลเกาหลีใต้ได้รับรู้โดยทั่วกันเลยทีเดียวแล้ว

ล่าสุดยังมีคำสั่งของกรมตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีใต้ สั่งล็อกพรมแดน ห้ามไม่ให้นายแรมซีย์ คาลิด อิสมาเอล อันเป็นตัวตนตามกฎหมายของ จอห์นนี โซมาลี ออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม เท่าที่หาข่าวมายังไม่ชัดเจนว่าเขาถูกหมายจับหรือหมายอาญาใดๆ เพิ่มเติมหรือไม่ แต่ก็มีผู้เชื่อว่ามาตรการนี้ก็เป็นสัญญาณว่าเขามีแนวโน้มจะถูกดำเนินคดีอาญาที่มีโทษจำคุกระยะยาวระดับมีหน่วยเป็นปีอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงระดับลหุโทษ หรือผลักดันออกนอกประเทศดังก่อนหน้านี้

ทั้งหมดคือข้อมูลปัจจุบันที่สุดที่เกี่ยวกับ แรมซีย์ คาลิด อิสมาเอล หรือ “จอห์นนี โซมาลี” จนถึงขณะที่เขียนคอลัมน์นี้

เรื่องของ จอห์นนี โซมาลี คือภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเละเทะโกลาหลของโลกที่ถูกครอบงำด้วยสื่อสังคมออนไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วย“ยอดตอบรับ” ทั้งยอดไลค์ยอดแชร์ได้เป็นอย่างดี

เมื่อ “ยอดตอบรับ” ในทุกรูปแบบสามารถแปรเป็นค่าตอบแทนทั้งทางตรงและทางอ้อม ทั้งที่แพลตฟอร์มแบ่งให้จากค่าโฆษณา ทั้งจากที่แฟนคลับจ่ายสนับสนุน หรือการไปรับสปอนเซอร์โดยตรง รวมถึงการไปสร้างธุรกิจของตัวเองจากต้นทุนดังกล่าว ในที่สุดก็ถึงระดับที่สร้างให้คนที่อยากร่ำรวยจากการหารายได้ด้วยช่องทางนี้ก้าวเข้ามาหาทางเรียกยอดตอบรับโดยไม่เลือกวิธีการขึ้นมาเป็นปัญหาสังคมอยู่เรื่อยๆ ซึ่ง จอห์นนี โซมาลี เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนโดดเด่นขึ้นมาในระดับภัยสังคม

ซึ่งเรื่องนี้ถ้าจะชี้โทษที่ตัวระบบคือ แพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยก็พอได้ เพราะก็เป็นผู้ที่ได้รายได้ หรือผลประโยชน์จนยอมปล่อยให้มีคอนเทนต์ลักษณะนี้ในระบบและยอมแบ่งรายได้ให้ เท่าที่ขอบเขตที่แต่ละแพลตฟอร์มจะยอมรับ “หรี่ตา” ไหว สะท้อนจากการที่แม้ จอห์นนี โซมาลี จะถูกแบนจากแพลตฟอร์ม Twitch ซึ่งผู้ใช้เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเขาก็ตาม แต่ช่องใน Kick และ YouTube ของเขาก็ยังไม่ได้ถูกปิด และมันก็ยังสร้างรายได้ให้เขาได้อยู่

จริงๆ แล้ว “ความเกรียน” ทั้งพฤติกรรมและตัวบุคคลนี้มีมาตั้งแต่ยุคแรกของการมีอินเตอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ โดยในตอนนั้นมีประโยค หรือคาถาเตือนใจชาวเน็ตว่า“Don’t feed a troll” หรือ“อย่าให้ของกินพวกเกรียน” นั่นคือพวกที่ทำพฤติกรรมเกรียนๆ นี้ สิ่งที่เขาต้องการคือความสนใจและการตอบสนอง ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ การให้ความสนใจนี้จึงเป็นเหมือนอาหารของพวกเกรียน ดังนั้นถ้าเราไม่ให้ความสนใจก็เท่ากับไม่ให้อาหาร และพวกเกรียน หรือตัว Troll นั้นก็จะจากไป

หากในโลกยุคใหม่ กลายเป็นด้วยระบบของสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีการจ่ายค่าตอบแทนให้กับใครก็ตามที่เรียกร้อง “ความสนใจ” ได้ ประกอบกับก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันก็มีคนที่ชอบพฤติกรรมอะไรแบบนี้อยู่จริง ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด แต่นั่นก็เท่ากับว่าเป็นการให้“อาหาร” หรือ“ของกิน” กับ“พวกเกรียน” ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความสนใจอันเป็นนามธรรม แต่มันคือรายได้เงินทองและผลประโยชน์อันมหาศาล “คุ้มค่า” จะทำตัวเกรียน ที่แม้จะโดนตอบโต้ หรือทำร้ายไปจนถึงมีปัญหากับกฎหมายบ้านเมืองบ้าง แต่ถ้ามันไม่มากพอและยังอยู่ในระดับที่ประเมินแล้วว่ายัง “คุ้มทุน” เราก็จะมีอะไรที่คล้ายๆ กับ จอห์นนี โซมาลี แต่อาจจะเบาลง หรือหนักขึ้นได้อีกเรื่อยๆ

ที่จะกลายเป็นความท้าทายใหม่ต่อการกำกับดูแลของ “อำนาจรัฐ” ที่จะมีต่อสื่อและสังคมออนไลน์ในโลกยุคต่อจากนี้ไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนตกสีที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง – จอห์นนี โซมาลี : เมื่อระบบช่วยกันเลี้ยง Troll จนอ้วนพี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...