“Jaifull ใจฟู” สตาร์ตอัปรุ่นใหม่ช่วยเปลี่ยนสุขภาพจิตในที่ทำงาน สร้างองค์กรที่มีความสุข
“ชีวิตที่ดีขึ้นคือ ชีวิตที่มีสุขภาพใจและกายที่ดี” เป็นแนวคิดง่าย ๆ แต่มีความหมายมหาศาล และเป็นแนวคิดของ “Jaifull” หรือ “ใจฟู” สตาร์ตอัปรุ่นใหม่ที่ให้บริการดูแลสุขภาพใจสำหรับพนักงานบริษัทในรูปแบบที่ยืดหยุ่น เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมี “ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี” (Healthspan) โดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มองค์กรทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพราะเชื่อว่าหากองค์กรจะดีขึ้นได้ สมาชิกในองค์กรทุกระดับต้องมีคุณภาพจิตใจที่ดี และมีกรอบความคิด (Mindset) ที่เหมาะสม เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปพร้อมกัน
เรามีโอกาสพูดคุยกับ คุณฮิม - ยศภัทร โต๊ะสงวนพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และ Head of Mental Wellness Solution เกี่ยวกับความสำคัญของสุขภาพจิตสำหรับคนทำงาน ความหมายของความสุข การปรับเปลี่ยนวิธีคิดของคนในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และสามารถทำงานได้อย่างมีความสุข
คุณฮิม - ยศภัทร โต๊ะสงวนพันธ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และ Head of Mental Wellness Solution
“ใจฟู” น้องใหม่มากประสบการณ์
ถึงแม้ว่าใจฟูจะมีอายุได้เพียง 2 ปี แต่เหล่าผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 4 คนต่างก็มีประสบการณ์ที่ได้ทำแพลตฟอร์ม การบริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ด้วยกันมา โดยได้ร่วมงานกับองค์กรมากมายทั้งหน่วยงานรัฐ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานประกันสังคม และบริษัทในกลุ่มประกัน จึงได้เห็นว่าในองค์กรเหล่านี้เริ่มเห็นความสำคัญของการให้บริการการแพทย์ทางไกล และได้เห็นความต้องการของตลาดในด้านสุขภาพโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพจิต
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดเป็น NEXEP Health Solutions บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อต้องการให้ทางออกเรื่องปัญหาชีวิตและสุขภาพของผู้คน โดยมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจแบบ B2B และให้บริการภายใต้แบรนด์ “ใจฟู” เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนทำงานโดยเฉพาะ ผ่านการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาของบริษัทในระดับต่าง ๆ และในหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้ “ใจฟู” สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 2 ปี โดยเน้นสร้างการตระหนักรู้ตนเอง เสริมทักษะการจัดการจิตใจ อบรมพัฒนาจิตวิทยาองค์กร นอกเหนือไปจากการให้บริการปรึกษา
ส่งเสริม Healthspan ให้ดีกว่า Lifespan
คุณฮิมได้เล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ต้องสูญเสียญาติผู้ใหญ่ จึงทำให้เกิดความคิดว่า "การมีชีวิตที่ดี อาจไม่ได้เพียงแค่การมีอายุที่ยาวนานเสมอไป" พร้อมยังได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดของ แจ็ก หม่า (Jack Ma) ที่เกิดขึ้นในระหว่างการพูดคุยกับ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ในงาน “The 2019 World Artificial Intelligence Conference” เกี่ยวกับการมีชีวิตที่ยืนยาว โดยมัสก์อธิบายถึงบทบาทของเทคโนโลยีในการช่วยยืดอายุของมนุษย์ในอนาคตได้ อย่างไรก็ตาม หม่าได้มองว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวก็สำคัญ แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการมีชีวิตที่มีสุขภาพที่ดี ซึ่งหากเราจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง เพราะโรคภัยส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งหากเราปรับพฤติกรรมและมุมมองของชีวิต มนุษย์ก็จะสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกันได้
นอกจากนี้ คุณฮิมยังได้ผสานมุมมองไปพร้อมกับหลักการจิตวิทยาในเรื่องของ Neuro-linguistic Programming (NLP) ซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงความคิดและความเชื่อ เกิดเป็นการพัฒนาตนเอง การรู้จักตนเอง และการตั้งเป้าหมายในชีวิตได้อย่างพึงพอใจ จึงทำให้ Mental Solution เป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เพราะอย่างไรก็ตามเมื่อโลกเจริญมากขึ้น ปัญหาที่มนุษย์ต้องเผชิญก็จะมีมากขึ้นไป โดยเฉพาะในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยวัตถุนิยม มนุษย์มีความอยาก มีการเปรียบเทียบ และเป้าหมายในชีวิตที่ต่างกัน
คอยฟัง แบ่งปัน เติมพลัง
ปัจจุบัน “ใจฟู” เปิดให้บริการดูแลสุขภาพจิตจากคำปรึกษาของนักจิตวิทยาที่มีประสบการณ์หลากหลาย โดยมีการสนับสนุนผู้ใช้บริการทั้งแบบการปรับกรอบความคิด การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน และการดูแลจิตใจ เพื่อความต้องการของพนักงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีพนักงานอาจไม่ได้ต้องการคำปรึกษาเสมอไป บางคนอาจแค่ต้องการพื้นที่ระบาย จึงเกิดเป็นอีกหนึ่งบริการคือ “ใจฟูคอยฟัง” สำหรับคนที่ไม่ต้องการปรึกษาด้านปัญหาสุขภาพจิต แต่เพียงอยากได้ใครสักคนมารับฟังและให้กำลังใจ
“ใจฟูคอยฟัง” เป็นพื้นที่ระบายส่วนตัวและมีขั้นตอนไม่ซับซ้อน แค่ “คอยฟัง แบ่งปัน เติมพลัง” โดยมีทีมเจ้าหน้าที่บริการดูแลสุขภาพใจ "ใจฟูคอยฟัง" ที่จะ คอยฟัง เรื่องราวในใจ ความทุกข์ ความกังวล ฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ พยายามเข้าใจถึงความรู้สึก ความต้องการ และตัวตนของผู้เล่า แล้วจะช่วย แบ่งปัน ความรู้ ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ พร้อมกับ เติมพลัง ด้วยการให้กำลังใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาตัวเอง ช่วยให้ผู้เล่ามองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น สามารถสร้างความมั่นใจ และตั้งเป้าหมายในชีวิตได้ “ใจฟูคอยฟัง” จึงเป็นการสะท้อนความคิดของผู้เล่าเพื่อให้สามารถนำกลับไปทบทวนเรื่องราวของตนเองได้
ปัจจุบัน “ใจฟู” มีทีมผู้ให้คำปรึกษาเป็นนักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาที่มากประสบการณ์ และทีมเจ้าหน้าที่บริการดูแลสุขภาพใจ "ใจฟูคอยฟัง" ที่ผ่านการอบรมและฝึกงานโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดและเข้มข้น อีกทั้งยังมีโค้ชนักจิตบำบัด (Certified Therapeutic Coach) รวมแล้ว 13 ท่าน ซึ่งมีความชำนาญพิเศษและประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างกัน พร้อมรองรับการให้คำปรึกษาได้หลายรูปแบบ
ปัญหาของบริษัทต่างขนาด
คุณฮิมได้เล่าว่า บริษัทที่เข้าใช้บริการมีความหลากหลายตั้งแต่ภาครัฐ ภาคเอกชน จนถึงองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่ต่างก็มีปัญหาที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะขนาดขององค์กรตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงใหญ่ซึ่งจำเป็นต้องวางแผนก่อนที่จะให้คำปรึกษา เริ่มต้นจากการเข้าไปพูดคุยกับองค์กรเพื่อระบุถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น การเก็บข้อมูลขององค์กร และการสร้างชุดข้อมูลเพื่อเข้าใจภาพรวมขององค์กร จากนั้นจึงสามารถกำหนดโปรแกรมการให้คำปรึกษาได้อย่างตรงจุด
โดยส่วนตัวคุณฮิมเล่าว่า องค์กรขนาดกลางมักทำงานได้สะดวกกว่าเนื่องจากมีพนักงานไม่เยอะ คนในองค์กรสามารถเข้ากันได้ดี และส่วนใหญ่จะเจอปัญหาเรื่องการเติบโตขององค์กรจนเกินการรองรับของโครงสร้าง ส่งผลให้มีพนักงานบางคนมีภาระหน้าที่หนักกว่าคนอื่นซึ่งเป็นเหตุผลหลักของปัญหาสุขภาพจิต
ความทุกข์หลายช่วงวัย
เมื่อได้ทำงานกับบริษัทหลายรูปแบบจึงมองเห็นถึงความทุกข์ทางใจของเหล่าพนักงานต่างวัย และความเครียดจากภาระงานที่ต่างกัน ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ตั้งแต่เจนซีไปจนถึงเจนวายที่อายุยังน้อย มักเผชิญปัญหาความกดดันจากหน้าที่และภาระงานที่เกินกว่าจะแบกรับไหว นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันทางสังคมอย่างการเห็นคนมีความสามารถ มีฐานะ และมีเส้นทางอาชีพที่ดีผ่านโซเชียลมีดีเมียหรือสื่อมากมาย ก่อให้เกิดความกดดันตัวเอง และแสดงออกเป็นอาการซึมเศร้า อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนประเภทนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี “ความยืดหยุ่นทางจิตใจ” (Mental Resilience) เพื่อรับมือกับความเครียดที่จะเกิดขึ้นและสร้างความแข็งแรงให้กับสุขภาพจิต ซึ่งย่อมเป็นประโยชน์กับพวกเขาในอนาคต
หากขยับขึ้นมาในระดับสูงหน่อย ในกลุ่มช่วงครึ่งหลังของเจนวายที่ผ่านการทำงานมาแล้วหลายปี แต่ยังไม่สามารถเข้าใจความต้องการของตัวเองได้ ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ต้องการหรือไม่ ประกอบกับทางเลือกในสายอาชีพที่สามารถเติบโตได้ยังมีอยู่อย่างจำกัด การเปลี่ยนสายงานหรือการเรียนรู้ทักษะใหม่จึงเป็นเรื่องท้าทายเมื่ออายุมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระดับองค์กรที่กลุ่มเจนวายและเจนเอ็กซ์มีบทบาทในการบริหารตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับสูง กลับต้องเผชิญความเครียดจากการบริหารคน ความกังวลเกี่ยวกับภาระหน้าที่ที่เพิ่มขึ้น และการเป็นผู้กำหนดทิศทางขององค์กร ประกอบกับทัศนคติระหว่างวัยที่ก่อให้เกิดความเครียด
ในขณะเดียวกันกลุ่มเบบี้บูมเมอร์หรือเจนเอ็กซ์ในรุ่นแรก ๆ ที่กำลังวางแผนชีวิตวัยเกษียณ ก็กลับพบปัญหาคล้ายกับประชากรที่อายุน้อยกว่า คือการยังหาตัวเองไม่เจอ และไม่รู้จะจัดการชีวิตตัวเองอย่างไรหากไม่ได้ทำงาน กลุ่มคนเหล่านี้ผ่านการทำงานมาหลายสิบปีด้วยภาระหน้าที่หลายอย่างในชีวิต เมื่อพวกเขามีอิสระในการใช้ชีวิต กลับไม่สามารถเข้าใจได้ว่าตนเองต้องการอะไร คุณฮิมได้เล่าว่า ในหลายกรณีคำแนะนำของ “ใจฟู” คือการมีความสุขในชีวิต เราไม่จำเป็นต้องมีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจนเหมือนกันทุกคน หากชีวิตเรามีความสุข หรือได้ทำสิ่งที่มีความสุข นั่นคือเป้าหมายชีวิตแล้ว
คุณฮิมยังฝากถึงการดูแลองค์กรของผู้บริหารในระดับสูงว่า “ผู้บริหารควรมองพนักงานเป็นคนคนหนึ่ง และเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่า แทนที่จะเป็นเพียงเครื่องมือการทำงานขององค์กร” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ (Psychological Safety) คือการทำให้พนักงานรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจในสภาพแวดล้อมการทำงาน คอยช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา สร้างความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ทำให้พนักงานไม่กลัวที่จะสร้างความผิดพลาด ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาตนเองมากขึ้นและส่งผลดีต่อองค์กร
ลงพื้นที่เพื่อใกล้ชิดผู้คน
นอกจากการให้บริการในรูปแบบออนไลน์แล้ว “ใจฟู” ยังจัดเวิร์กช็อปและเปิดคลาสเรียนเพื่อให้ความรู้กับพนักงานและผู้บริหารองค์กรในประเด็นที่เป็นประโยชน์ซึ่งเป็นปัญหาหลัก ๆ ของพนักงานบริษัท เช่น การจัดการกับความเครียด ความตระหนักรู้ทางอารมณ์ การรับมือกับภาวะหมดไฟ ความเข้าใจในความแตกต่างในสถานที่ทำงาน (Inclusive Workplace) รวมไปถึงการตั้งเป้าหมายสำหรับกลุ่มคนทำงานที่กำลังจะเกษียณในอีก 5-10 ปี ที่ผ่านมาเน้นเป็นการจัดกิจกรรมเฉพาะสำหรับองค์กร (Exclusive Programs) มาตลอด จนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้เริ่มเปิดการอบรมแบบสาธารณะ (Public Programs) ให้ความรู้เชิงจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาสุขภาพจิตและปัญหาการทำงานในองค์กรเป็นครั้งแรก ให้กับบรรดาผู้บริหารและ HR ในองค์กรที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากตัวแทนองค์กรทั้งสตาร์ตอัป บริษัท SMEs และองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise) มาเข้าร่วมเป็นอย่างดี
ในอนาคตคุณฮิมได้วางแผนว่า จะทำให้ประเด็นสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงได้สำหรับทุกคน และทำให้เป็นเรื่องที่จับต้องได้ง่ายขึ้น พร้อมมุ่งเป้าไปยังกลุ่มองค์กรที่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต พร้อมเดินสายให้ความรู้ และเปิดกิจกรรมการฝึกอบรมขั้นพื้นฐาน เช่น ประเด็นความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงขององค์กร นอกจากนี้ ยังมีโครงการอีกมากมายที่อยากให้ติดตามกันต่อไป
การดูแลสุขภาพใจไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดความเครียดรุนแรง แค่ความกังวลหรือความขุ่นมัวเล็กน้อยก็เป็นสิ่งที่ควรได้รับฟังและเข้าใจ การได้พูดคุยและปรึกษาความรู้สึกเหล่านี้จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นทางจิตใจ พร้อมส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อตนเองและสภาพแวดล้อมรอบตัว หากองค์กรสามารถปรับความเข้าใจในประเด็นนี้ไปพร้อมกับพนักงานได้ ก็จะนำพาเราไปสู่การมี “ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี”
สามารถติดตามข่าวสาร และการให้บริการของใจฟูได้ที่ www.jaifully.com
อีเมล info@nexephealth.com หรือ โทร. 064-939-7416
ภาพ : ใจ-ฟู
เรื่อง : นพกร คนไว