โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมประมงปูพรมตรวจสินค้าสัตว์แช่แข็งนำเข้าประเทศเสี่ยงสูงทุกลอต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ย. 2566 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 17 พ.ย. 2566 เวลา 10.27 น.

กรมประมงเด้งรับนโยบายเร่งปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนผิดกฎหมาย ที่มีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ลุยปูพรมเปิดตรวจสินค้าสัตว์น้ำแช่แข็งจากประเทศเสี่ยงสูง ที่นำเข้าทุกลอต ทุกราย

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนที่นำเข้าไม่ถูกต้อง หรือผิดกฎหมาย โดยให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเข้มงวดในการตรวจสอบ กักกัน และดำเนินคดี ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือกับตำรวจ ทหาร ศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบกลไกตลาดและระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ

สำหรับในส่วนของกรมประมง ที่ผ่านมามีกระบวนการในการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าประมงอย่างเป็นระบบ โดยขั้นตอนในการอนุญาตก่อนการนำเข้า ผู้ประกอบการนำเข้าต้องยื่นคำขออนุญาตต่อด่านตรวจประมงในพื้นที่รับผิดชอบ ผ่านระบบเชื่อมโยงคําขอกลางและระบบสนับสนุนใบอนุญาต และใบรับรองผ่านอินเทอร์เน็ตกรมประมง (Fisheries Single Window : FSW) ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 โดยหลังจากได้รับใบอนุญาตแล้ว ผู้นำเข้าจึงจะสามารถจัดทำใบขนสินค้าขาเข้ากับกรมศุลกากรและดำเนินพิธีการทางศุลกากร

อีกทั้งในการขออนุญาตกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องแสดงเอกสารรับรอง หรือใบรับรองแหล่งที่มาของสัตว์น้ำที่ออกโดยหน่วยงานรัฐของประเทศต้นทาง เพื่อเป็นเอกสารหลักฐานในการสืบค้นแหล่งที่มา ซึ่งแสดงได้ว่าสัตว์น้ำนั้นไม่ได้มาจากการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และในกรณีที่การนำเข้าสัตว์น้ำที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค

เช่น กุ้งทะเล ผู้นำเข้าต้องแสดงใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ และในการนำเข้าจะต้องกักกันเพื่อตรวจพิสูจน์โรค ณ สถานที่พักซากที่กรมประมงรับรองด้วยกระทั่งสินค้ามาถึงท่าเทียบเรือ เมื่อผู้นำเข้าได้รับใบขนสินค้าขาเข้าจากกรมศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ต้องยื่นเอกสารเพื่อขอแจ้งตรวจสินค้าผ่านระบบ (SMART FSW)

โดยประยุกต์ใช้หลักการและแนวคิดการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ให้ระบบสามารถวิเคราะห์และประมวลผลในการเปิดตรวจสินค้าภายใต้เงื่อนไข หรือปัจจัยที่กำหนด แทนการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ หลังจากนั้นจะนัดหมายเข้าตรวจสอบสินค้า

โดยทุกสินค้าประมงจะเปิดตรวจอย่างน้อยร้อยละ 30 ของการนำเข้า แต่อย่างไรก็ตาม แม้ระบบจะไม่สั่งตรวจสินค้า หากเจ้าหน้าที่มีข่าวการลักลอบ หรือมีเหตุอันควรสงสัย เช่น ชนิด ปริมาณ และลักษณะสัตว์น้ำที่นำเข้าผิดวิสัยทั่วไป เจ้าหน้าที่สามารถพิจารณาสั่งตรวจเพิ่มเติมได้

การตรวจสอบหรือเปิดตรวจ กรมประมงได้กำหนดมาตรการไว้ 2 แนวทาง คือการเปิดตรวจ ณ ด่านหรือท่าเทียบเรือ และการตรวจสอบ ณ สถานประกอบการ (โรงงานหรือห้องเย็น) โดยการซีล (Seal) ตู้คอนเทนเนอร์ไปยังสถานประกอบการ เพื่อดำเนินการควบคุมและตรวจสอบการคัดแยกชนิดและปริมาณที่นำเข้า ณ สถานประกอบการ จนมั่นใจว่าสัตว์น้ำที่นำเข้าเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต จึงจะอนุญาตให้เข้าสู่กระบวนการผลิต หรือจำหน่ายต่อไป

สำหรับพื้นที่ด่านศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังซึ่งถือได้ว่าเป็นด่านที่มีการนำเข้าสินค้าประมงทางตู้คอนเทนเนอร์มากที่สุด ทำให้มีการดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมตรวจสอบสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ลักษณะที่เป็นตู้ Reefer (ตู้แช่เย็น) โดยมีการนำระบบตรวจสอบตู้คอนเทนเนอร์ที่ขนสินค้าด้วยเครื่องเอกซเรย์ และการบันทึกภาพสินค้าภายในตู้ที่ถูกเปิดตรวจ กรณีเมื่อตรวจพบข้อสงสัยจากผลการเอกซเรย์ตู้สินค้า เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจะทำการเปิดตรวจตู้ และหากพบความผิดปกติ หรือพบของต้องกำกัด จึงจะประสานมายังเจ้าหน้าที่กรมประมง เพื่อทำการตรวจสอบร่วมกันและดำเนินการต่อไป

สถิตินำเข้า

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบจากข้อมูลสถิติปริมาณและมูลค่าการนำเข้าในปี 2564 ถึง 31 ตุลาคม 2566 พบว่ามีผู้ประกอบการได้ทำการขออนุญาตนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำแช่แข็ง จำนวน 84,330 ครั้ง รวมปริมาณทั้งสิ้น 4,428,301.31 ตัน แบ่งเป็นสินค้าประเภทปลา 3,777,345.67 ตัน รองลงมาคือ หมึก 498,288.79 ตัน กุ้ง 65,511.85 ตัน หอย 53,365.87 ตัน ปู 29,788.29 ตัน และสัตว์น้ำอื่น ๆ 4,000.85 ตัน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการสุ่มเปิดตรวจทั้งหมด 24,525 ครั้ง พบการลักลอบนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งสิ้น 21 คดี

หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายปราบปรามการลักลอบนำเข้า ส่งออก สินค้า และประกาศสงครามกับการลักลอบสินค้าผิดกฎหมาย กรมประมงได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและวิธีการดำเนินการ เพื่อยกระดับการควบคุมตรวจสอบให้เข้มงวด รัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้า ด้วยการจัดชุดเฉพาะกิจพิเศษขึ้น ภายใต้ชื่อ “ฉลามขาว”

รวมทั้งปรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มระดับความเสี่ยงในการเปิดตรวจสินค้าสัตว์น้ำแช่แข็งจากประเทศที่ความเสี่ยง จากร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 100 รวมถึงบูรณาการประสานข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

อย่างไรก็ตาม กรมประมงได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย มาตรฐานการปฏิบัติงาน คู่มือการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่รายใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำสินค้าทุกชนิดเข้าสู่ประเทศอย่างผิดกฎหมาย กรมประมงจะดำเนินการลงโทษทางวินัยอย่างถึงที่สุด

หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิด ขอความร่วมมือแจ้งข้อมูลเบาะแส ได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนกรมประมง https://www.fisheries.go.th/complain/accept_justice.php หรือ สายด่วนกรมประมง :ศูนย์บริการนำเข้าส่งออกสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต โทร. 0-2579-1878, 0-25

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...