โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เดอะ ปาตานี ยอมรับองค์กร น.ศ.เพื่อสันติภาพ เคลื่อนไหวต่อยาก โดนเรียกคุย-มีคดีฟ้องร้อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 ม.ค. 2567 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2567 เวลา 10.31 น.

‘เดอะ ปาตานี’ เปิดสถานการณ์องค์กร น.ศ.เพื่อสันติภาพ รับ ‘ไปต่อยาก’ ในประเด็นแหลมคม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย จัดเวทีเสวนา “การบังคับใช้กฏหมายปิดปากภายใต้รัฐบาลเศรษฐา”

โดยมีนักเคลื่อนไหวในประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมล้อมวงเสวนาเกี่ยวกับสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณี SLAPP และกระบวนการสันติภาพภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้แก่ น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ จากกลุ่มด้วยใจ, นายมูฮัมหมัดอาลาดี เด็งนิ มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา-NUSANTARA, นายชารีฟ สะอิ สภาประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้, นายซาฮารี เจะหลง พ่อบ้านใจกล้า และ นายฮากิม พงตีกอ The Patani ดำเนินรายการโดย ภาณุ วงศ์ชะอุ่ม ผู้สื่อข่าวอาวุโสของรอยเตอร์ อดีตประธาน FCCT

ทั้งนี้ นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม หนึ่งในนักสิทธิมนุษยชนที่ขับเคลื่อนประเด็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมฟังเสวนาด้วย ท่ามกลางผู้สื่อข่าวต่างประเทศหลายสำนัก

ในตอนหนึ่ง นายฮากิม พงตีกอ ประธานกลุ่ม The Patani กล่าวว่า ตนมาพูดในประเด็นที่มีกรณีองค์กรนักศึกษาองค์กรหนึ่งชื่อ ‘เปลาจาร์ บังซา’ ซึ่งจะขอเล่าว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เป็นช่วงที่เยาวชนทั้งในกรุงเทพฯและในพื้นที่เขาเรียนรู้ประชาธิปไตย เขามีการชุมนุม เขาเรียกว่าประชาธิปไตยเบ่งบาน ซึ่งช่วงเวลาที่มีกระบวนการพูดคุยต่างๆ นักศึกษาเขามีเพียงพอที่จะพูดในประเด็นปาตานี ปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ซึ่งจะมีนักศึกษากลุ่มหนึ่งประมาณ 50-60 คน ที่เขานั่งคุยกันมาประมาณ 2 ปีแล้ว ว่าอยากตั้งองค์กรและเห็นความพยายามที่จะก่อตั้งองค์กรขึ้น ซึ่งวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาก็ประกาศก่อตั้งองค์กรขึ้น คือการเปิดตัวองค์กรว่าจะทำอะไร

“สิ่งที่เขาทำก็มีการเชิญวิทยากร นักวิชาการ พูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อสันติภาพ ซึ่งมีนักการเมืองพรรคที่คาดว่าจะก่อตั้งรัฐบาลได้เข้าร่วมด้วยคือพรรคก้าวไกล พรรคเป็นธรรม พรรคประชาชาติ ผมเข้าใจว่าตอนนั้นเป็นช่วงประชาธิปไตยเบ่งบาน ตอนแรกเขาตั้งใจจะเปิดตัวองค์กรก่อน แต่เขาก็ตัดสินใจมาเปิดตัวหลังเลือกตั้ง ด้วยสถานการณ์ที่คนสนใจการเลือกตั้ง พอหลังเลือกตั้งเขาก็มาเปิดตัว” นายฮากิมเผย

นายฮากิมกล่าวว่า ตนไปเข้าร่วมในฐานะวิทยากรในนามพรรคเป็นธรรม ในงานก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง หรือ RSD การทำประชามติ ทั้งประเด็นเอกราช ใช้ชื่อปาตานีดีไหม หรือ ประชาชนรู้สึกว่าตนเองเป็นอาณานิคม ซึ่งเป็นการพูดคุยแบบวิชาการ โดยพูดว่าการทำประชามติก็ต้องอยู่ในใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายรองรับ

“หน้างานนักศึกษาเขามีนิทรรศการวิชาการ เป็นการตั้งคำถามว่าเราจะตั้งประชามติถามประชาชนดีไหมว่าทางออกของปาตานีคือการทำประชามติ ซึ่งเป็นการจำลองโดยที่ไม่มีการประกาศผล เราไปในงานก็รู้ว่าเป็นการจำลอง พอหลังจากงานเป็นช่วงที่รัฐบาลเขายังไม่ได้ฟอร์มรัฐบาล ก็จะมีหลายฝ่าย ทั้งความมั่นคงที่เขาใช้ประเด็นนี้ออกสื่อ แล้วกลายเป็นว่างานวันนั้นเป็นงานประชามติแยกดินแดนโดยนักศึกษา” นายฮากิมเผย

นายฮากิมกล่าวว่า ตนคิดว่ามันมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ 2 เรื่อง ประเด็นแรกคือโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ออกมาพูดว่ามันอาจคาบเกี่ยวกับภาพใหญ่บีอาร์เอ็น (BRN) และในช่วงเวลานั้นมีการส่งเรื่องถึง สมช.ให้ช่วยสอบว่าเรื่องนี้คืออะไร แต่ไม่มีใครกล้าตอบ ไม่มีใครากล้ายืนยันว่าวิธีคิดของนักศึกษาที่อยากเปลี่ยนผ่านความรุนแรงสู่การเมืองเป็นวิธีคิดที่ถูกต้อง หลังจากนั้นก็ไม่มีใครออกมาพูด

“ล่าสุดมีการฟ้อง 5 คน จากนักศึกษาที่เป็นผู้จัด 3 คน และวิทยากรอีก 2 คน ในประเด็นเดียวกัน คือมาตรา 116 ได้เห็น กอ.รมน.ภาค 4 มีบทบาทสำคัญ คือเป็นเลขาฯและโฆษกที่พูดถึงพวกเรา ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับภาครัฐที่มีนโยบายที่ไม่ชัดเจนว่าจะกำหนดชะตาอย่างไร ปล่อยให้ กอ.รมน.ภาค 4 ดำเนินการเกี่ยวกับแนวทางนี้ ผมมีเอกสารกรณีต่างๆ ที่พูดกันไป ใครอยากได้รายละเอียดเพิ่มก็สามารถขอได้” นายฮากิมกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจบการเสวนาบนเวที นายฮากิมได้เปิดเผยต่อสื่อถึงการถูกดำเนินคดี และสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาในพื้นที่ว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา และส่งเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรไป

“สิ่งที่เราไปรับฟังก็เป็นคดีมาตรา 116 ร่วมกันเป็นซ่องโจร มีการวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อที่จะสร้างความปั่นป่วน เราก็เลยต้องไปแก้ต่างในเรื่องนี้ว่ามันไม่ได้สร้างความปั่นป่วนแบบที่เขาพูด

มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นในสังคมขนาดนั้น สิ่งที่กระทบหลักมากตอนนี้ คือส่วนร่วมของนักศึกษาที่จะมาเข้าร่วมกระบวนการสันติภาพ จาก 2 ปีที่ผ่านมา ที่เขาพยายามก่อตั้งองค์กร เราก็จะเห็นได้ว่าองค์กรนี้ไปต่อยาก พวกเขารวมตัวกันไม่ได้แล้ว เพราะหลังจากนั้นก็มีการเรียกสอบพยาน สมาชิกหลายคนก็ถูกเรียกไป มีการพูดถึงเงินกู้ กยศ.เราจึงเห็นแล้วว่าลำบากที่นักศึกษารุ่นนี้จะเข้ามามีส่วนร่วมต่อประเด็นที่แหลมคม เรื่องระดับนโยบายและโครงสร้างพวกนี้ แต่คิดว่ายังทำงานเกี่ยวกับด้านวัฒนธรรมอยู่ในพื้นที่อื่นๆ” นายฮากิมเผย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เดอะ ปาตานี ยอมรับองค์กร น.ศ.เพื่อสันติภาพ เคลื่อนไหวต่อยาก โดนเรียกคุย-มีคดีฟ้องร้อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...