ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ร่วงต่ำสุดในรอบ 12 ปี วิตกเศรษฐกิจ-ภาษีทรัมป์
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ร่วงต่ำสุดในรอบ 12 ปี วิตกเศรษฐกิจ-ภาษีทรัมป์ ส่งผลต่อทัศนคติต่อรายได้ หุ้น และโอกาสจ้างงานในอนาคต
วันที่ 25 มีนาคม 2568 เวลา 22.19 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของชาวอเมริกันยังคงอ่อนแรงต่อเนื่องในเดือนมีนาคม 2568 โดยเฉพาะมุมมองเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในอนาคตที่ลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 12 ปี ท่ามกลางความกังวลต่อแผนการขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ความผันผวนในตลาดหุ้น และความไม่แน่นอนในตลาดแรงงาน
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ The Conference Board ซึ่งสะท้อนมุมมองต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ลดลงเหลือ 92.9 จุด ลดลง 7.2 จุด และถือเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน นักวิเคราะห์จาก Dow Jones คาดการณ์ไว้ที่ 93.5 จุด
แต่ที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ ดัชนีคาดการณ์สำหรับอนาคต ซึ่งวัดมุมมองของผู้บริโภคเกี่ยวกับรายได้ ธุรกิจ และโอกาสในการจ้างงานในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ร่วงลงอย่างหนัก 9.6 จุด เหลือเพียง 65.2 จุด ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับ 80 จุดที่โดยทั่วไปถือเป็นสัญญาณเตือนของภาวะเศรษฐกิจถดถอย และยังต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี
Stephanie Guichard นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านดัชนีระดับโลกของ The Conference Board ระบุว่า“ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อรายได้ในอนาคตที่เคยแข็งแกร่งในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ ได้หายไปเกือบหมดในเดือนนี้ บ่งชี้ว่าความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและตลาดแรงงานเริ่มลุกลามมาสู่ความรู้สึกต่อสถานการณ์ทางการเงินส่วนตัว”
ดัชนีนี้ลดลงมากในกลุ่มผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป และยังเห็นได้ในทุกกลุ่มรายได้ ส่วนหนึ่งของความอ่อนแอในการคาดการณ์อนาคต อาจมาจากแผนการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ และความผันผวนที่ต่อเนื่องในตลาดหุ้น
นอกจากนี้ความคาดหวังต่อแนวโน้มหุ้นก็ลดลงชัดเจน โดยมีเพียง 37.4% ของผู้ตอบแบบสำรวจที่คาดว่าหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้นในปีหน้า ลดลงถึง 10 จุดจากเดือนกุมภาพันธ์ และถือเป็นครั้งแรกที่มุมมองต่อหุ้นเป็นลบตั้งแต่ปลายปี 2023
ในด้านตลาดแรงงาน มีเพียง 16.7% ที่คาดว่าจะมีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้น ขณะที่ 28.5% เชื่อว่าจะมีตำแหน่งงานน้อยลง เทียบกับเดือนก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 18.8% และ 26.6% ตามลำดับ
อ้างอิง : cnbc.com