โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

3 อันดับ 4 พระเจ้าแผ่นดินอยุธยา ที่มี “ช้างเผือก” คู่พระบารมีจำนวนมากที่สุด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 ต.ค. 2568 เวลา 17.40 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2568 เวลา 17.40 น.

3 อันดับ 4 พระเจ้าแผ่นดินอยุธยา ที่มีช้างเผือกคู่พระบารมีจำนวนมากที่สุด

“ช้างเผือก”หรือช้างสำคัญที่มีลักษณะพิเศษตามหลัก “คชลักษณ์” เป็นช้างที่คนโบราณเชื่อว่าเกิดเพราะพระบารมีพระมหากษัตริย์ พระเจ้าแผ่นดินองค์ใดมีช้างเผือกมาสู่พระบารมีจำนวนมาก จะถือเป็นมหามงคล บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข

คชลักษณ์ 7 ประการ ประกอบด้วย ตาขาว เพดานขาว เล็บขาว ขนขาว พื้นหนังขาว ขนหางขาว และอัณฑโกศ (อวัยวะเพศ) ก็ขาวหรือคล้ายสีหม้อใหม่

ธรรมเนียมการนำช้างสำคัญขึ้นระวางสมโภชในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งน่าจะสืบทอดมาจากสมัยอยุธยา มีอยู่ว่า เมื่อเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทราบว่ามีช้างที่มีลักษณะพิเศษในพื้นที่ใด ก็จะถวายรายงานกราบบังคมทูลให้พระเจ้าแผ่นดินทรงทราบ เมื่อพิสูจน์ได้ว่าตรงตามคชลักษณ์ จึงจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวาง ณ เมืองที่พบ แล้วนำช้างมายังพระนคร และหากขบวนพักแรมเมืองใดก็จะสมโภชในเมืองนั้นด้วย โดยมีพระสงฆ์สวดมนต์, การเวียนเทียน และจัดมหรสพเฉลิมฉลอง

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พระเจ้าแผ่นดินสยาม 4 พระองค์ ที่มีช้างลักษณะพิเศษจำนวนหลายช้างมาสู่พระบารมี ตามที่ระบุไว้ใน พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาแบ่งเป็น 3 อันดับ ได้แก่

อันดับ 3 (ร่วม) สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 3, ครองราชย์ พ.ศ. 2199-2231) มีช้างเผือก 2 ช้าง คือ 1) พระอินทรไอยราวรรณช้างพังจากป่าตำบลห้วยทราย เมืองศรีสวัสดิ์ กับ 2) เจ้าพระยาบรมคเชนทรฉัททันต์ช้างพลายจากป่าแขวงนครสวรรค์

สมเด็จพระเพทราชา (พระมหาบุรุษ, ครองราชย์ พ.ศ. 2231-2246) มีช้างเผือก 2 ช้าง คือ 1) พระอินทรไอราพตช้างพังจากป่าแขวงเมืองสวรรคโลก กับ 2) พระบรมรัตนากาศช้างพังจากป่ากรุงกัมพูชา

อันดับ 2 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระบรมโกศ (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3, ครองราชย์ พ.ศ. 2275-2301) มีช้างเผือก 6 ช้าง ได้แก่ 1) พระวิเชียรหัสดินช้างพังจากป่ากรุงกัมพูชา 2) พระบรมราชนาเคนทรช้างพลายงาสั้น จากนครศรีธรรมราช 3) พระบรมวิไชยคเชนทรช้างพลายงาสั้นจากป่าเมืองไชยา

4) พระบรมกุญชรช้างพลายงาสั้นจากป่าเมืองเพชรบุรี 5) พระบรมจักรพาลหัตถี ช้างพลายงาสั้นจากป่านครศรีธรรมราช และ 6) พระบรมคชลักษณ์ช้างพลายสีประหลาดจากป่านครศรีธรรมราช

อันดับ 1 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิมีช้างเผือก 7 ช้าง ได้แก่ 1) พระเคเชนทโรดมช้างพลายจากกาญจนบุรี 2) พระรัตนากาศช้างพลายจากวังช้าง ตำบลไทรย้อย 3) พระแก้วทรงบาศช้างพลายจากวังช้าง เมืองเพชรบุรี

4) – 5) ช้างพังแม่และพังลูก จากตำบลป่ามหาโพธิ 6) พระบรมไกรสรช้างพลายจากป่าชเลชุบศร และ 7) พระสุริยกุญชรช้างพลายจากตำบลป่าน้ำทรง

นอกจาก 4 พระองค์ข้างต้นแล้ว ยังมีพระเจ้าแผ่นดินอยุธยาอีก 3 พระองค์ ที่พระราชพงศาวดารระบุว่ามีช้างเผือกในรัชกาล ได้แก่ สมเด็จพระอินทราชาที่ 2(เจ้านครอินทร์, ครองราชย์ พ.ศ. 1952-1967) มีช้างพังเผือก 1 ช้าง (ไม่ปรากฏนาม) สมเด็จพระไชยราชาธิราช(ครองราชย์ พ.ศ. 2077-2089) มีช้างเผือกนาม พระฉัททันต์และ สมเด็จพระเจ้าเสือ(สมเด็จพระสรรเพชญที่ 8, ครองราชย์ พ.ศ. 2246-2251) มีช้างเผือกนาม พระบรมไตรจักร

เนื่องจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงมีช้างเผือกถึง 7 ช้าง พระเกียรติยศจึงปรากฏไปยังอาณาจักรทั้งหลาย ทำให้สมเด็จพระสังฆราชและเสนาข้าราชการถวายพระนามว่า “พระเจ้าช้างเผือก” แด่พระองค์

นั่นเป็นเหตุให้พระเจ้ากรุงหงสาวดี “บุเรงนอง” มีพระราชสาส์นมาขอช้างเผือก 2 ช้าง แต่กรุงศรีอยุธยาไม่ยอมให้ จึงเกิดเป็นสงครามที่ท้ายสุดสมเด็จพระมหาจักรพรรดิต้องทรงเจรจายอมให้ช้างเผือก 4 ช้างแก่พระเจ้ากรุงหงสาวดี

ช้างเผือกจึงไม่ใช่สิ่งการันตีว่ามีแล้วบ้านเมืองจะอยู่เย็นเป็นสุข (สถานเดียว) เพราะเคยเป็น “ข้ออ้าง” เป็นเหตุแห่งการรบราฆ่าฟันมาแล้ว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

สุทธิลักษณ์ อำพันวงศ์. (2537).ช้างไทย. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 อันดับ 4 พระเจ้าแผ่นดินอยุธยา ที่มี “ช้างเผือก” คู่พระบารมีจำนวนมากที่สุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...