โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล” พระราชธิดาที่รัชกาลที่ 5 ทรงสนิทกว่าพระราชธิดาองค์ใด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 04 เม.ย. 2568 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2568 เวลา 07.59 น.
สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล

“สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล” พระราชธิดาคู่พระทัย ที่รัชกาลที่ 5 ทรงสนิทกว่าพระราชธิดาองค์อื่น

หากให้พูดถึงพระราชธิดาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงรักและสนิทชิดเชื้อ หนึ่งพระองค์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี”เพราะพระองค์ทรงทำงานเคียงข้างพระราชบิดาแทบทุกด้านในฐานะราชเลขานุการิณี

ทั้งยังเป็นบุคคลที่รัชกาลที่ 5 ทรงสามารถพูดคุยความรู้ต่าง ๆ ได้มากมาย จนครั้งหนึ่งเคยมีคนกล่าวว่า พระองค์คือพระราชธิดาคู่พระทัยพระราชบิดาอย่างแท้จริง

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล เป็นพระเจ้าลูกเธอลำดับที่ 49 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2429

พระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาที่ทรงมีสติปัญญาดีเลิศ มากด้วยพระปรีชาสามารถตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ในหนังสือ “ลูกแก้วเมียขวัญ”ของศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย กล่าวเรื่องนี้ไว้ว่า“พระองค์เป็นพระราชนารีที่มีพระคุณสมบัติโดดเด่นกว่าพระราชนารีรุ่นเดียวกัน ทั้งพระปรีชาสามารถความฉลาดเฉลียวและพระจริยวัตรอันงดงามละมุนละม่อม”

ส่วนในประกาศพระเกียรติคุณเมื่อครั้งโปรดสถาปนาให้ทรงกรมฯ ก็มีข้อมูลว่า“…สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงสังเกตเห็นอุปนิสัยว่าทรงมีพระสติปัญญาสูงมาก จึงเอาเป็นพระราชธุระทรงฝึกสอนพระราชทานเอง ต่อมาเมื่อทรงพระเจริญวัยขึ้น จนรอบรู้กิจและวิชาการ…”

สะท้อนให้เห็นว่าพระราชธิดาพระองค์นี้ทรงมีความสามารถเพียงใด

ต่อมา พระองค์ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระราชบิดา ให้รับราชการสนองพระเดชพระคุณแบ่งเบาพระราชภารกิจในตำแหน่ง “ราชเลขานุการิณี”ซึ่งก็ทรงทำงานลุล่วงได้ด้วยดี

นอกจากเรื่องงานราษฎร์งานหลวงแล้ว ทั้งสองพระองค์ยังทรงเข้ากันได้ดีในเรื่องส่วนพระองค์อีกด้วย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล ทรงมีเรื่องที่สนพระหฤทัยเช่นเดียวกับพระราชบิดา และทรงเป็นผู้ที่เมื่อสนใจอะไรแล้วก็จะต้องขวนขวายหาความรู้ด้วยพระองค์เองให้จงได้

ดังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวไว้ใน “พระราชนิพนธ์ไกลบ้าน”บทพระราชนิพนธ์ลายพระราชหัตถเลขา ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2450 ว่า“…เมืองเหล่านี้พ่อเข้าใจว่าลูกรู้จักทั้งสิ้น เพราะมีในหนังสือเชคสเปียที่เคยอ่าน…”

ด้วยความรู้ที่มีทั้งภายในและนอกประเทศ ทำให้รัชกาลที่ 5 ทรงพอพระราชหฤทัยในการตรัสเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล ฟัง โดยรัชกาลที่ 5 มีพระราชปรารภในพระราชหัตถเลขาเล่มเดิม ตอนหนึ่งว่า “พูดกับคนที่ไม่อ่านหนังสือไม่รู้สึก”

ทั้งยังตอกย้ำความผูกพันและสนิทแน่นแฟ้นระหว่างกันด้วยประโยคที่ว่า “จดหมายพ่อนี้ ได้ตั้งใจแต่จะเขียนความรู้สึกในใจอันเป็นส่วนตัว”

ข้อความนี้เอง จึงทำให้สมัยนั้นกล่าวว่า สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล ทรงเป็นพระราชธิดาคู่พระทัยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ความรักที่พระราชบิดามีต่อพระราชธิดาพระองค์นี้ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เพราะครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 พ.ศ. 2450 รัชกาลที่ 5 ก็ทรงนำพระรูปของสมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล ไว้ที่ห้องบรรทม บนเรือพระที่นั่งมหาจักรีอีกด้วย ดังที่พระองค์ทรงบันทึกไว้ในพระราชหัตถเลขา เรื่องการจัดแต่งห้องพระบรรทมภายในเรือพระที่นั่งมหาจักรี ว่า

“พ่อจัดหลังตู้ ตั้งพระปางห้ามสมุทรเมืองนครมุมหนึ่งต้นไม้ยี่ปุ่นปลูกกระถางกราบ เขาจัดสำหรับเรือ 2 กระถาง กับพระพุทธรูปทูลกระหม่อมปู่รูปลูกอ่านหนังสือ รูปปราสาทราชมณเฑียร”

เมื่อเสด็จถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่แปลกตา ก็จะทรงระลึกถึงพระราชธิดาพระองค์นี้เสมอ และมีพระราชปรารถในพระราชหัตถเลขาว่า

“พ่อคิดถึงลูกจริง ๆ ถ้าได้มาเที่ยวจะสนุกนัก”

“พ่อช่างอยากให้ลูกมาจริง”

“วันนี้ได้รับหนังสือใครต่อใครเป็นกอง แต่ไม่ได้หนังสือลูกสักฉบับเดียว”และเมื่อทรงได้รับแล้วก็ทรงบันทึกว่า“ขอบอกแต่ว่าวันนี้ได้รับหนังสือของลูก ซึ่งพ่อคอยนักหนา”

พ่อคิดถึงลูกเหลือประมาณทีเดียว สารพัดในการหนังสือที่เคยต้องทำเองทั้งสิ้น จนนอนฝันไปว่า ให้หญิงน้อย (พระนามสามัญของสมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล-ผู้เขียน) อ่านหนังสือ Development of the European Nations ให้ฟัง (เพราะพ่อกำลังอ่านอยู่) นอนฟังสบายเพราะนอนจริง ๆ นึกเปลี่ยวใจที่ไม่มีใครช่วยในการอ่านหนังสือ ยังไม่เคยลืมคิดถึงแต่สักวันหนึ่งเลย”

เมื่อเสด็จฯ ไปยังที่ใด ก็ยังทรงเลือกสรรของที่ระลึกให้พระราชธิดาพระองค์นี้อีกด้วย ดังปรากฏในหลักฐานเดียวกันว่า

“แล้วไปห้างเกลลี แอนด์ วอลซ์ ซื้อสมุดไปให้ลูกบรรจุตู้หนังสือ”

เมื่อถึงโมนาโก ก็ยังทรงมีของที่ระลึกให้เช่นเดิม ดังระบุว่า “กับแสตมป์มอนาโคอย่างละ 2 แผ่น ให้ลูกแผ่นหนึ่ง ให้เก็บไว้ให้พ่อแผ่นหนึ่ง”

แม้แต่เวลาเสวยก็ทรงระลึกถึงพระราชธิดา ดังพระราชปรารภในพระราชหัตถเลขาว่า

“แลมีลูกสตรอเบอรีลงมาจากบนบกกำลังสด แลใหญ่มากอร่อยเสียจริงๆ กินเข้าไปเต็มจานเพราะอดผลไม้มาเหลือกำลัง พ่อช่างคิดถึงลูกเสียเหลือล้น เพราะกินอะไรอร่อยเคยกินด้วยกันเสมอ”

“วันนี้ก่อนจะนอน กินลูกแพร์ เป็นอย่างสุกงอมขนาดใหญ่ที่สุด คิดถึงเกือบน้ำตาหยด มันนุ่มแลรศแหลม”

พระราชหัตถเลขาที่ทรงมีมาถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล ในครั้งนั้นมีถึง 43 ฉบับ ยาวถึง 1,850 หน้า

แต่ละข้อความล้วนแสดงถึงความสนิทสนมระหว่างพ่อลูกอย่างแท้จริง

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดลก็ทรงใช้ความรู้ความสามารถที่ทรงได้จากพระราชบิดา สร้าง โรงเรียนนิภาคารขึ้น ทรงเป็นทั้งองค์อาจารย์และองค์อำนวยการ เพื่อให้หญิงไทยที่เข้ามาศึกษามีความรู้ความสามารถในทุกด้าน

กระทั่งวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2478 พระองค์ก็สิ้นพระชนม์ที่อินโดนีเซีย หลังจากลี้ภัยในช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ สิริรวมพระชนมายุ 49 พรรษา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ลูกแก้วเมียขวัญ. กรุงเทพฯ: มติชน, 2554.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 เมษายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “สมเด็จฯ เจ้าฟ้านิภานภดล” พระราชธิดาที่รัชกาลที่ 5 ทรงสนิทกว่าพระราชธิดาองค์ใด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...