Goldman Sachs ชี้ “แบงก์ชาติหลายประเทศ” ลดถือดอลลาร์ หันหาหยวน-วอน-ดอลลาร์สิงคโปร์มากขึ้น
Goldman Sachs ชี้ "แบงก์ชาติหลายประเทศ" ลดถือดอลลาร์ หันหาหยวน-วอน-ดอลลาร์สิงคโปร์มากขึ้น หลังการคว่ำบาตรรัสเซียและนโยบายการค้าของทรัมป์
วันที่ 30 เมษายน 2568 เวลา 14.50 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าGoldman Sachs Group Inc. วิเคราะห์ว่าธนาคารกลางในหลายประเทศมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการถือครองเงินสำรองระหว่างประเทศในสกุลเงินของเกาหลีใต้ สิงคโปร์ และจีน เพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ
Danny Suwanapruti และ Rina Jio นักกลยุทธ์ Goldman Sachs Group Inc. กล่าวว่า แม้เงินดอลลาร์และยูโรจะยังคงเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก แต่บทบาทของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินชั้นนำเริ่มลดลง และเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางหันไปถือครองสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น
จากมุมมองของ Goldman Sachs สกุลเงินที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากที่สุดในเอเชีย ได้แก่ วอนเกาหลีใต้ ซึ่งความต้องการอาจเพิ่มขึ้น หากเกาหลีใต้ได้รับการบรรจุเข้าสู่ดัชนี FTSE World Government Bond Index ในปีหน้า รวมถึง ดอลลาร์สิงคโปร์ ซึ่งได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ AAA และอาจ มีการลงทุนจากธนาคารกลางต่างประเทศแล้วในระดับหนึ่ง และ หยวนจีน ซึ่งมีความเชื่อมโยงทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จึงเป็นตัวเลือกโดยธรรมชาติสำหรับการจัดสรรเงินสำรองใหม่
นักวิเคราะห์ระบุว่า“เรามองว่าแนวโน้มการลดการพึ่งพาดอลลาร์จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะเป็นกระแสที่ฝังรากลึกมานานกว่าทศวรรษแล้ว”
ทั้งนี้การที่ธนาคารกลางต่าง ๆ เร่งมองหาทางเลือกใหม่ แทนการถือครองเงินดอลลาร์เกิดขึ้น หลังจากการคว่ำบาตรรัสเซียในปี 2565 ซึ่งรัฐบาลสหรัฐได้ยึดเงินสำรองสกุลดอลลาร์ของรัสเซีย และตัดขาดรัสเซียออกจากระบบการเงินโลก โดยความกังวลต่อดอลลาร์เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีแนวโน้มพลิกโฉมการค้าระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง ธนาคารกลางหลายแห่งจึง หันไปสะสมทองคำมากขึ้น ซึ่งช่วยหนุนอุปสงค์ของโลหะมีค่า
แม้เงินดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก และใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานในการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน แต่บทบาทศูนย์กลางของมันเริ่มถูกตั้งคำถาม เพราะยังไม่มีสกุลเงินอื่นที่ทดแทนได้อย่างเต็มรูปแบบ
หนึ่งในจุดแข็งหลักของดอลลาร์ คือ ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่มีขนาดใหญ่และสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก นักลงทุนสามารถซื้อขายตราสารหนี้ในปริมาณมากโดยไม่กระทบต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตามข้อมูลการซื้อขายในตลาดเงินตราต่างประเทศ ซึ่งมีมูลค่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน แสดงสัญญาณว่าความต้องการดอลลาร์เริ่มเย็นลง โดยดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ลดลงกว่า 7% นับตั้งแต่จุดสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าภาวะความเป็นเลิศเฉพาะของเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มอ่อนแรง
จากการประเมินของ Goldman Sachs ดอลลาร์ยังคงมีมูลค่าสูงเกินจริงประมาณ 17% ซึ่งยิ่งทำให้นักลงทุนกังวล โดยเฉพาะเมื่อความไม่แน่นอนทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุด นับตั้งแต่การระบาดใหญ่ในปี 2563
อ้างอิง : bloomberg.com